Custom Search

Feb 26, 2009

เปิดตำนาน'สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์'ผู้สร้าง"โอสถสภา" ดันแบรนด์ไทยผงาดในตลาดโลก

นันทนา แสงมิตร
มติชน
วันที่ 10 พฤษภาคม 2551
"... ชีวิตคนไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน ไม่มีใครหลีกหนีความตายได้พ้น

คือสัจธรรมดำรงอยู่คู่กับโลกมาตั้งแต่เริ่มแรก "
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ "สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์"
ประธานกรรมการ บริษัทโอสถสภา
เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังเอ็ม 150
และอดีตรองหัวหน้าพรรคกิจสังคม
ในยุค ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
หลังจากเข้ารับการรักษาอาการปวดขา ขาบวม
ที่โรงพยาบาลสมิติเวช
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา และอีก 3 วันถัดมา
สุรัตน์เสียชีวิตอย่างสงบ
ด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด เวลา 15.20 น.
ของวันที่ 8 พฤษภาคม รวมอายุได้ 79 ปีเต็ม
ไม่ใช่เรื่องของการปิดตำนาน
แต่การจากไปของ สุรัตน์ ยิ่งจะทำให้
เรื่องราวตำนานผู้สร้าง โอสถสภา และปั้นแบรนด์ ลิโพวิตัน ดี
และแบรนด์ชูกำลังเอ็ม 150
จนกลายเป็นแบรนด์แข็งแกร่ง
ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของเมืองไทย

ชนิดที่เรียกว่า ยากจะหาคู่แข่งรายใดทัดเทียมได้

ถูกนำมาพูดถึงกันอีกครั้งย้อนตำนานก่อตั้งโอสถสภา
โอสถสภา
ซึ่งมียอดขายรวมถึง 20,000 ล้านบาทต่อปี
มีการจัดแบ่งโครงสร้างออกเป็น 3 กลุ่มหลักในปัจจุบัน
คือ
1.คอนซูเมอร์ โปรดักส์ หรือสินค้าของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน
มีผลิตภัณฑ์หลักประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์โคโลญจ์ระงับกลิ่นกาย ทเวลฟ์พลัส,
แอ็กซิส แป้ง และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กตราเบบี้ มายด์
2.กลุ่มยา ประกอบด้วยยาทัมใจ ยากฤษณากลั่นตรากิเลน และ
3.กลุ่มเครื่องดื่มประกอบด้วย เครื่องดื่มลิโพวิตัน ดี, ฉลาม, SHARK, และ .357
เริ่มต้นขึ้นในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
เมื่อนาย แป๊ะ โอสถานุเคราะห์ พ่อค้ายา
ได้ริเริ่มนำยากฤษณากลั่น แก้ปวดท้อง เข้ามาในประเทศไทย
และเลือกใช้กิเลน สัตว์ซึ่งมาจากสวรรค์ตามความเชื่อของคนจีน
เป็นเครื่องหมายทางการค้า ครั้นเมื่อนายแป๊ะถึงแก่กรรม
บุตรชายคือนายสวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์ ได้รับช่วงบริหารงานต่อ
โดยอาศัยความรู้พื้นฐานทางด้านแพทย์
ซึ่งสำเร็จจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มาใช้ในการบริหารงานกิจการมีความเจริญก้าวหน้าตามลำดับ
ได้ตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาภายใต้ชื่อ บริษัทโอสถสภา เต๊กเฮงหยู
ในปี พ.ศ. 2475 พร้อมทั้งขยายไลน์ เพิ่มตัวสินค้า
อาทิ ยาธาตุ 4 ยาแก้ไอ ยาระบาย ยาอมโบตัน ยาทันใจ
(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นทัมใจ) ยาหอมชนะลม
และสินค้าแต่ละชนิดได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี
หลังจากนั้น มีทายาทของนายสวัสดิ์
ในฐานะผู้บริหารรุ่นสอง
ซึ่งประกอบด้วยนายสุวิทย์, สุรินท์,
และสุรัตน์เข้ามีบทบาทใน
การบริหารจัดการกิจการจึง
ขยายตัวต่อเนื่อง
เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การศึกษา (มหาวิทยาลัยกรุงเทพ)
รวมทั้งธุรกิจกลุ่มเครื่องดื่มสุรัตน์
ได้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตราลิโพวิตัน ดี
เครื่องดื่มโด่งดังสุดจากญี่ปุ่น
เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ในปี พ.ศ. 2508
และได้รับลิขสิทธิ์จากบริษัทไทโช
เจ้าของลิขสิทธิ์
ให้ทางบริษัทโอสถสภาเป็นผู้ผลิตสินค้าในประเทศในอีก 7 ปีถัดมา
ด้วยกลยุทธ์การตลาดผ่านกลยุทธ์ สปอต และมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง
บวกกับความแข็งแกร่งของช่องทางจำหน่ายผลักดันให้เอ็ม 150
กลายเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่มียอดจำหน่ายสูงสุดด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 50%
และหากรวมแบรนด์อื่นภายใต้ร่มของโอสถสภา ฉลาม, .357, เอ็ม-แม็กซ์
และลิโพวิตัน ดี โอสถสภามีส่วนแบ่งในตลาดชูกำลังสูงถึง 65%
ของตลาดชูกำลังรวม มูลค่า 14,000 ล้านบาท ไม่เพียงแต่เฉพาะในประเทศ
ยังได้ผลักดันสินค้าเอ็ม 150 ออกสู่ตลาดโลก
หวังผลักดันให้กลายเป็นเครื่องดื่มเทียบชั้นกับเครื่องดื่มระดับโลก
"เรดบลู" โดยเริ่มสยายปีกเข้าไปทำตลาดในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
ภายใต้การกุมบังเหียนของ "รัตน์ โอสถานุเคราะห์"
บุตรชายคนที่สอง ในฐานะประธานกรรมการบริหาร
บริษัทโอสถสภา จำกัด (OSI) และสุนทร เก่งวิบูลย์
กรรมการผู้จัดการบริษัท โอสถสภา อินเตอร์เนชั่นแนล มาอย่างจริงจัง
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ที่ผ่านมา ช่วง 3 ปีที่เข้าไปทำตลาด
มีรายได้จากตลาดต่างประเทศแล้วราว 3,000 ล้านบาท
และตั้งเป้าขยายตลาดเข้าไปยังตลาดใหม่ๆ
เช่น อินโดนีเซีย
ประเทศซึ่งมีประชากร
จำนวนมากพร้อมปรับดันยอดขายให้เพิ่มขึ้นเป็น
5,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2553
บทบาททางการเมือง-สังคม

นอกเหนือจากความสำเร็จในฐานะผู้ปลุกปั้นแบรนด์ ลิโพวิตัน ดี เอ็ม 150
และต่อยอดไปทำตลาดต่างประเทศโดยเจเนอเรชั่นที่ 3 บุตรชาย สุรัตน์
ยังมีบทบาททางด้านคุณูปการ ทางด้านสังคมให้พูดถึงหลายด้าน
ไล่เรียงมาตั้งแต่ อดีตรองหัวหน้าพรรคกิจสังคม
สมัย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคในปี พ.ศ. 2518
และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในปีเดียวกัน
ถัดมาได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในปี พ.ศ. 2526
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในปี พ.ศ. 2528
และตำแหน่งการเมืองล่าสุด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ในปี พ.ศ. 2539-2540
ก่อนจะหันมาทุ่มเทใหักับงานสังคมในฐานะผู้ก่อตั้ง
และประธานมูลนิธิมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มูลนิธิโอสถสภา และมูลนิธิสวัสดี
พร้อมกับทุ่มเทให้กับงานถ่ายภาพความสนใจพื้นฐานอย่างจริงจัง
จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ผลงานถ่ายรูปเกี่ยวกับมุมมองเรื่องกรุงเทพฯของเขา
ยังได้เปิดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายขาว-ดำในชื่อ
กรุงเทพฯเลือนหาย (Vanishing Bangkok)
โดยแสดงที่หอศิลป์แห่งชาติ การจากไปของ สุรัตน์
แม้ สุรัตน์ จะจากไปแล้ว แต่ไม่มีผลกระทบกับธุรกิจ
เพราะมีคนรุ่น 4 อย่าง รัตน์ โอสถานุเคราะห์
เข้ามาสานต่อธุรกิจมาหลายปีแล้ว
ส่วน สุรัตน์ อยู่ในฐานะของประธานกรรมการ
สำหรับงานในบทบาททางสังคม เรื่องถ่ายรูป
และกล้องถ่ายรูป ล้ำค่า ซึ่ง
สุรัตน์สะสมเอาไว้เป็นจำนวนมาก
ทางทายาทจะมีการหารือกันอีกครั้งว่า
จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

ประวัติ

สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์

เกิด : 11 พฤษภาคม 2473
การศึกษา:
-มัธยมศึกษา WILBRAHAM & MONSON ACADEMY ที่
MASSACHUSETTS, U.S.A.
- ปริญญาตรี สาขา BUSINESS ADMINISTRATION จาก
UNIVERSITY OF COLORADO, U.S.A.

รางวัลอันเป็นเกียรติประวัติ

- กรกฎาคม 2538
ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดการ)
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มกราคม 2539 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- เมษายน 2544 รางวัลเกียรติคุณนักการตลาดไทย (Marketing Hall of Fame)
ผลงานภาพถ่ายได้รับรางวัล
- ธันวาคม 2545 ศิลปินนักถ่ายภาพไทยประจำปี 2545 (รับจากสมาพันธ์การถ่ายภาพไทย)
- กุมภาพันธ์ 2548
The XI Triennale จัดโดย Lalit Kala Akademi, New Delhi
- ตุลาคม 2549 รางวัล โฟโต้ ซิตี้ ซากามิฮาร่า สาขา เอเชียจากเมืองซากามิฮาร่า
ประเทศญี่ปุ่น มอบให้ในงานเทศกาลภาพถ่าย ครั้งที่ 6
ตำแหน่งก่อนเสียชีวิต
:
ประธานกรรมการ บริษัท โอสถสภา จำกัด
กลุ่มบริษัทในเครือโอสถสภาบริษัท โอสถสภา ไทโช จำกัด
กรรมการ บริษัท โอสถสภา ประกันภัย จำกัด
บริษัท ชิเซโด้ (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท ไท ฮาคูโฮโด จำกัด
บริษัท ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ) จำกัด

กิจกรรมทางการเมือง
:
2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
2526 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
2528 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
2530 - 2531 ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศ
2535 - 2539 รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา
2539 - 2540 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กิจกรรมทางการศึกษา
และสังคม:
- นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
- ผู้ก่อตั้งและอุปนายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ
- ผู้ก่อตั้ง และประธานมูลนิธิมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มูลนิธิโอสถสภา และมูลนิธิสวัสดี
- กรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง
- กรรมการสภาธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส (ฝ่ายไทย)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
(ตามลำดับสูงไปต่ำ)
มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
ตติยจุลจอมเกล้า (สืบตระกูลจากบิดา) (ต.จ.)