Custom Search

Sep 26, 2014

27 กันยายน 2557 วันคล้ายวันเกิด อ.ถวัลย์ ดัชนี


 

 

 





 
 
 

 
"วันสุดท้ายของพ่อ"
วันที่ 3 กันยายน 2557

วันนี้เป็นวันที่มีเรียนแต่เช้า ผมตื่นขึ้นมาบนโซฟาชั้นล่าง
เพราะไม่มีแรงแม้จะเดินขึ้นไปห้องนอน รีบอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้าน
ขณะนั่งรถไปในใจก็กลัวว่าจะไม่ทันเข้าห้องเรียน
รถก็ติดมาก และแล้วก็ไปถึงหน้าวัดพระแก้ว แต่มีความรู้สึกอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
ผมตัดสินใจบอก คนขับ Taxi ว่า "พี่ครับผมเปลี่ยนใจแล้วครับ
มุ่งหน้าตรงไปโรงพยาบาลเลยครับ" แล้วผมก็ฝากเพื่อนลาเรียน
พอไปถึงโรงพยาบาลผมตรงเข้าไปคุยกับหมอ "หมอครับพ่อผมจะอยู่ถึงวันที่ 27
ไหวมั้ยครับ? มันเป็นวันเกิดของพ่อพอดี หมอตอบว่า
ถ้าจะให้อยู่ถึงคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ!!! ต้องใส่ท่อพะรุงพะรัง ผมตอบว่า
งั้นอย่าทรมานพ่อเลยครับ
ให้ท่านเลือกวันที่จะไปด้วยตัวท่านเองดีกว่า!!!

จากนั้นผมก็รีบขึ้นไปบนห้อง
ICU ไปเยี่ยมพ่อตามปกติ วันนี้พ่อดูเพลียๆและหลับเป็นส่วนใหญ่
ผมนั่งรอข้างๆสักพักใหญ่ๆ จนพ่อลืมตาขึ้นมาดู แล้วผมเข้าไปหอมที่หน้าผาก
แล้วพูดข้างๆหูพ่อว่า "พ่อครับลูกรักพ่อนะ" พ่อพยักหน้ารับพร้อมกับทำเสียงว่า
อื่อ!!!" ผมยิ้มดีใจที่พ่อรับรู้ได้ ทุกครั้งที่ผมมาหาพ่อ ผมจะบอกว่ารักพ่อทุกๆวัน
บางวันพ่อก็ยิ้มหรือพยักหน้าให้ บางวันก็ตอบเป็นคำพูด


หลังจากที่ผมพูดเสร็จ
พ่อทำตาเบิกโพลง ผมพูดต่อว่า "พ่อครับพ่อไม่ต้องกังวลอะไรนะ พ่อพักผ่อนให้สบาย
ทุกอย่างที่พ่อทำไว้ลูกจะรักษามันไว้อย่างดี พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะ"
พ่อฟังแล้วพยักหน้าเบาๆ จากนั้นผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดคลิปเสียงของแม่ให้พ่อฟัง
เป็นคลิปเสียงของแม่ที่ผมขอร้องให้แม่อโหสิกรรมให้พ่อในวาระสุดท้ายของชีวิต
ตั้งแต่แม่จากไปสามสิบกว่าปีที่พ่อไม่เคยได้ยินเสียงแม่อีกเลย

ใจความในคลิปพูดว่า
"ฮาโหล
หวัน ได้ข่าวว่าไม่สบาย หวังว่าเธออย่าไปคิดมาก อันนี้ถึงเวลาแล้ว
ตายอย่างสงบ ชั้นกับเธอก็มีลูกชายด้วยกันที่น่ารัก เค้าก็ดูแลเธอดี
ชีวิตที่ผ่านไปแล้วคือมันต้องผ่าน คือก็อย่าไปคิดมาก ไปอย่างสบายเถอะ สวัสดีนะจ๊ะ"
เสียงแม่ดังชัดเจนในห้องไอซียู พ่อตั้งใจฟังจนจบ แล้วตาก็มองเหลือบขึ้นด้านบน
ผมหอมที่หน้าผากอีกครั้ง แล้วบอกว่า
"พ่อนอนพักนะไม่ต้องกังวลอะไร"

จากนั้นผมก็นั่งอยู่กับพ่ออีกพัก
พอมั่นใจว่าพ่อหลับผมจึงกลับมาที่ออฟฟิสเพื่อจัดการเรื่องเงินเดือนพนักงาน ผมช้าไป
2 วันแล้ว พอทำอะไรเสร็จก็รีบกลับไปที่โรงพยาบาล ไปถึงช่วงค่ำๆเพราะรถติดมาก
คราวนี้เห็นพ่อใส่เครื่องช่วยหายใจแต่เป็นแบบที่ครอบจมูก อัดอ๊อกซิเจนเข้าไป
มันจะทำให้พ่อไม่เหนื่อยมาก แต่ไม่ใส่ท่อลงไปในคอ
ผมสังเกตุเห็นพ่อหายใจหอบดูท่าทางหายใจลำบาก เพราะน้ำในกระบังลม
และมะเร็งที่ลามไปที่ปอด พอครบ2ชั่วโมง
หมอจะให้พ่อเอาหน้ากากครอบออกเพราะมันจะรัดหน้าเป็นรอย
ช่วงนั้นก็สลับมาใส่หน้ากากอันเล็ก ผมสังเกตุเห็นพ่อหายใจลำบากมากขึ้น
ดูความดันลดลงเหลือ 98 ผมเริ่มใจไม่ดีออกมาเรียกพยาบาลให้ไปดู
พยาบาลสลับสายวัดมาเป็นแขนอีกข้าง จากแขนซ้ายมาเป็นแขนขวา
ปรากฎตั้งวัดอีกหลายรอบ
ผลออกมา 120 ผมก็สบายใจขึ้น

ผมนั่งอยู่กับพ่อจนถึงประมาณ
เที่ยงคืนเกือบตีหนึ่ง ผมดูสถานการณ์พ่อความดันแกว่งมากขึ้นๆลงๆ
ผมนั่งลุ้นตามองที่เครื่องวัดตลอดเวลา ว่าถ้ามันลงต่ำกว่า 90 ต้องฉีดยากระตุ้นแล้ว
ผมนั่งไปก็จับโทรศัพท์ขึ้นมานั่งพิมพ์ ข้อความบางอย่างว่า

"พ่อไม่ต้องกังวล
เพราะพ่อจะไม่ไปไหน พ่อจากไปแต่เพียงร่างกายแต่ผลงานศิลปะที่มาจากหัวใจ จิตวิญญาณ
และลมหายใจที่พ่อสร้างทิ้งไว้จะเป็นอมตะตลอดกาล พ่อคือผู้สร้างและลูกคือผู้รักษา
หลับให้สบายนะพ่อ เลือดของพ่อยังไหลเวียนในกายลูกเสมอ
และเราจะพบกัน...รักพ่อสุดหัวใจ"

ผมรู้สึกว่าไม่ช้าก็เร็ว
พ่อก็ต้องจากผมไปแน่นอน ผมจึงเขียนข้อความนี้ขึ้นมาก่อน
สักพักผมรู้สึกหิวเพราะไม่ได้ทานข้าว จึงเดินออกมาหาอะไรกิน
เดิมทีตั้งใจจะไปฟู๊ดแลนด์ แต่มีความรู้สึกว่า ไม่อยากไปไหนไกล เป็นห่วงพ่อ
เลยซื้อลูกชิ้นทอดหน้าเซเว่นกินแทน นั่งกินสักพัก
ตานินหลานสาวซึ่งเป็นลูกของพี่ชายโทรมา บอกว่าวันนี้รู้สึกเป็นห่วงปู่หวันจัง
อยากมาหามาได้มั้ย?

ผมตอบว่าจะมาก็มาสิ
จะได้มาอยู่เป็นเพื่อนกัน ผมใช้เวลากินลูกชิ้นทอด ประมาณ 10 นาที
จากนั้นตานินก็มาถึง ผมชวนขึ้นไปหาพ่อ
เราสองคนยืนมองพ่อหายใจหอบและดูท่าทางเหนื่อยมาก สักพักพยาบาลเข้ามาเรียกผม
แล้วบอกว่าคุณพ่อชีพจรเต้นช้าลง จะให้ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตมั้ย?

ผมถามกลับไปว่าต้องทำยังบ้าง
หมอบอกว่า "ต้องยัดท่อลงไปในคอ พ่ออาจจะทรมานและอาจจะเกิดอาการเลือดไหลไม่หยุดเพราะ
พ่อเป็นตับอยู่ และหมอก็ไม่รับรองว่าจะฟื้นหรือไม่ ผมก็บอกว่าถ้างั้นอย่าทำเลยครับ"
ผมกลับเข้าไปในห้องจับมือพ่อไว้ ตานินก็อยู่ด้วยสักพักพี่อ้อดลงมาพอดี
เราสามคนอยู่ด้วยกันจนวินาทีสุดท้ายของพ่อ ผมจับมือพ่อไว้แน่น
ตาก็มองที่จอมอนิเตอร์ที่ตัวเลขของชีพจรค่อยๆลดลงจาก 110-90-60-60-40-30-20-10-0
จนเสียงเสียงดัง ติ๊ดดดดดดดดดด เครื่องร้องดังพร้อมกับเสียงพวกเราสามคนร้องไห้โฮ
ผมจับมือพ่อไว้แน่นทรุดตัวลงหอมที่หน้าผาก แล้วบอกพ่อว่า"ลูกรักพ่อนะ
หลับให้สบายนะพ่อนะ" ผมปล่อยมือแล้วก้มลงกราบที่เท้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย
และขอใช้เวลาอยู่กับพ่อสองคนโดยไม่มีใครรบกวน
ระหว่างนั้นผมขอให้พี่อ้อดกับตานินกลับไปจัดเตรียมชุดที่จะใส่ให้พ่อ ในวาระสุดท้าย
ผมนั่งลงแล้วจับมือพ่ออีกครั้ง พร้อมกับถ่ายรูปมือผมกับพ่อเก็บไว้เป็นครั้งสุดท้าย
ผมคลายเคราของพ่อที่ถูกมัดไว้
ออกหยิบเอาหวีขึ้นมาหวีผมและเคราให้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย พ่อจากเราไปตอน ตี2.15 นาที
ของวันที่3 กันยายน พ.ศ.2557 และผมได้โพสบอกข่าวในเฟสบุ๊คตอน ตี2.30
วันนี้ตรงกับเกิดของผม คือวันที่ 3 เช่นกัน
ผมสังหรใจอยู่แล้วว่าพ่อจะต้องจากไปในวันที่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันในชีวิตของผม
พ่อรู้ว่าผมชอบเลข3มาก ทุกอย่างในชีวิตของผมเป็น 3 หมด ตั้งแต่เลขที่บ้าน ทะเบียนรถ
เบอร์โทรศัพท์ ตอนพ่อเป็นเบาหวานหนัก
มีครั้งนึงตอนตรวจวัดน้ำตาลในเลือดมันออกมาเป็น 333 ผมยังขำแล้วบอกพ่อว่า
"นี่พ่อเอาใจลูกขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย" เราหัวเราะกันอย่างมีความสุข
และแล้ววันนี้พ่อจากไปในวันที่ 3 กันยา อีกเพียง 1 เดือนจะถึงวันเกิดผม ในวันที่ 3
ตุลา จากนั้นเราแต่งตัวให้พ่ออย่างสง่างาม ในชุดสีขาวเป็นชุดของ NAGARA
เป็นลายที่ผมออกแบบ และใส่บูทหนังงูคู่เก่งของพ่อ ผมหวีผมให้พ่ออีกครั้ง
พ่อถูกนำศพไปเก็บไว้ที่ห้องเย็นหมายเลข3 อย่างบังเอิญ

พ่อจากไปอย่างสงบ
สง่างาม ไร้ที่ติ ชีวิตตั้งแต่ลมหายใจแรกจนลมหายใจสุดท้าย พ่อมีชีวิตอยู่อย่างทรนง
องอาจ กล้าหาญ และเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้น้ำตาสักหยดให้เห็น
หรือบ่นพร่ำรำพันในความยากลำบาก
พ่อคือตัวอย่างของคนทำงานศิลปะซึ่งในชีวิตทำเพียงอย่างเดียวคือ"ศิลปะ"
ชีวิตของพ่อคือกวีไฮกุ เรียบง่าย แต่สง่างาม
ลมหายใจขิงพ่อคือศิลปะที่ได้รังสรรค์ทิ้งไว้

ขอบคุณพ่อที่รักและดูแลผมจนเติบใหญ่
นับแต่นี้ไปผมจะเป็นคนดูแลและรักษาลมหายใจของพ่อต่อเอง
ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ลมหายใจของพ่อจะคงอยู่เป็นอมตะจนกว่าแผ่นดินนี้จะแตกดับ
ผมจะดูแลและรักษามันไว้เยี่ยงลมหายใจของตัวเอง

ด้วยรักและอาลัยยิ่ง
ร่วมใจกันส่งพ่อในพิธีพระราชทานเพลิงศพ
ในวันพรุ่งนี้
ดอยธิเบศร์ ดัชนี
9/9/2557




 

 

Sep 22, 2014

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 รวม จัดหนัก นักข่าว





ย้อนรอย "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทย

เมื่อ'ทักษิณ'สวมบทหมอดู ทำนาย อนาคตไทย อีก 10 ปี

http://teetwo.blogspot.com/2010/02/23.html
http://www.thairath.co.th/content/pol/254664

ใครๆ ก็ต้องยอมรับโดยดุษณี หากถามว่าตลอดระยะเวลา 80 ปี บนถนนสายการเมือง คนไทยจดจำบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนไหนได้มากที่สุด ไม่ว่าจะจำได้ในด้านไหน ด้านดี หรือด้านร้าย แน่นอนว่าชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องติดอยู่ในทำเนียบฯ มีคนจดจำได้มากที่สุดคนหนึ่ง ที่มีทั้งรักมากไปจนถึงเกลียดมาก อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่ต้องยอมรับอีกอย่างคือ อดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงกับการเมืองในประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนที่มีหน้าที่นำเสนอข่าว และต้องวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างใครจึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ ทั้งนี้ 'ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์' ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจพิเศษ และเวลาที่โดนบีบให้เหลืออย่างจำกัด เจาะเข้าถึงห้องนอน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เสียมราฐ กัมพูชา เพื่อสัมภาษณ์แขกรับเชิญท่านนี้ เป็นอย่างไรเราไปดูกัน 

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - เรื่องกลับประเทศไทย มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง

พ.ต.ท.ทักษิณ - ก็ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการสร้างความปรองดองในประเทศ การสร้างความปรองดอง คืออย่าคิดว่า ผมอยู่ข้างนอกแล้วจะปรองดอง บางทีเมื่อปรองดองจบแล้ว ไม่ให้ผมกลับก็มีปัญหาอีก แล้วการที่ปรองดองเสร็จแล้วผมคงกลับไป แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมไปอยู่เป็นนักการเมือง มันไม่จำเป็น แต่การที่ผมไป ก็เพื่อคนที่เค้าห่วงใยทั้งหลายได้เข้าใจว่า ทุกคนมีความรู้สึกอยากรวมใจอยากช่วยผม ให้ผมได้กลับบ้าน ความรู้สึกเป็นอย่างนี้ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อกลับไปแล้ว ทุกฝ่ายก็คงจะหยุดเล่นการเมืองโดยตัวผมเนี่ย 

วันนี้การเมืองเอาผมไปเล่นเป็นการเมืองมากไป อย่างฝ่ายค้านพยายามมองว่าตัวผมเป็นปัญหา ความจริงผมไม่ได้เป็นปัญหาของบ้านเมืองนะ ไม่ได้เป็นปัญหากับใคร ถ้าใครไม่ได้เอาผมไปเป็นปัญหา จริงๆ แล้วผมไม่เป็นอะไร ปรองดองในบ้านเมืองมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน มีอะไรก็พูดก็คุยกันไป มีอะไรก็แก้กันไปให้บ้านให้เมืองมันดี 

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - หลายฝ่ายบอกว่า กลัวถ้ากลับไปแล้วจะเป็นปัญหา เพราะต้องการกลับไปเป็นนายกรัฐมนตรี?

พ.ต.ท.ทักษิณ - คือจริงๆ แล้วอย่างที่ผมพูดตลอดเวลา ว่า น้องสาวคนเล็กด้วยนะแล้วเราจะย้อนกลับไปเป็นอีกที มันเลยไปแล้วมั้ง เลยไปแล้วล่ะ นอกจากเป็นเรื่องที่ต้องมาช่วยกันให้คำปรึกษาคำแนะนำให้ความคิดจากประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองดีกว่า

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - แต่ต้องยอมรับว่า หากว่ากลับจะมีคนเรียกร้องให้กลับมาเป็นนายกฯ แล้วที่ผ่านมาก็เคยประกาศขอพักเป็นเวลา 5 ปี ถึงวันนี้ พักมาพอหรือยัง?

พ.ต.ท.ทักษิณ - ถามว่า ถ้าให้ทำงานยังมีเรี่ยวมีแรง ทำอยู่ได้ไหม ตอบว่า ได้ แต่คิดว่าวันนี้มันสู้คนที่เป็นรุ่นหลังๆ แต่ได้ประสบการณ์ความคิดของเราไปช่วย น่าจะดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกฯปู ขณะนี้ทำหน้าที่ได้ดีมาก แล้วถ้าผมมีโอกาสอยู่ใกล้ ได้ให้ความรู้ได้ให้ประสบการณ์ ช่วยให้ข้อมูลเค้าด้วย ท่านจะได้ตัดสินใจได้ดีขึ้น อันนี้จึงจะเป็นประโยชน์ 

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - วันนี้เราในฐานะประชาชนและในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน ที่ผ่านมาประเมินผลงานนายกฯปูหรือยัง มันยังมีอะไรที่ขาด เกิน เหมาะสม ไม่เหมาะตรงไหนบ้าง

พ.ต.ท.ทักษิณ - เท่าที่ดูต้องยอมรับว่า ปรับตัวได้เร็วมาก นายกฯ ปูปรับตัวได้เร็วมาก แล้วข้อดีที่มีเหนือกว่าผมมากเลยเนี่ยก็คือความอดทน ไม่ตอบโต้ทางการเมืองทำงานอย่างเดียว ความอดทน ความขยัน สามารถที่จะสู้งานได้มากอันนี้คือจุดแข็งเลย จุดอ่อนก็มีบ้าง เพราะว่าเขาไม่เคยรับราชการมาก่อน ความเข้าใจระบบราชการคงต้องใช้เวลาในการหาความชำนาญหน่อย แต่ว่าเค้าก็เร็ว เรื่องกฎหมายแม่นมาก เนื่องจากว่าตอนที่ผมโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง ก็ทำหน้าที่เป็นคนเรียกประชุมทนายทั้งหลายเพื่อต่อสู้คดี และทำให้รู้ว่าถูกกลั่นแกล้งอะไร ยังไง เรื่องอย่างนี้ ก็เลยมีความรู้สึกเหมือนกับว่า ต้องสอนให้เขามีความรอบคอบให้มากขึ้น

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - ภาพที่ออกมาเหมือนทุกคนพูดเหมือนกันว่าอยู่เบื้องหลังนายกฯปู ก็เลยเอาตรงนี้มาโจมตี

พ.ต.ท.ทักษิณ - ต้องคิดก่อนว่าคนทุกคนมาเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีคนช่วยคิดประกอบด้วย ไม่สามารถคิดด้วยตัวเองได้ทุกมิติ ถ้าคนๆ เดียวรู้ทุกมิตินี่ ก็ไม่น่าจะใช่ ถ้ารู้มิติแคบอาจจะรู้เยอะ แต่รู้มิติที่ลึกลงไป ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ อาศัยคนมีประสบการณ์ มาช่วยให้ข้อมูล อันนี้ผมเองน่าจะอยู่ในฐานะที่ให้ข้อมูลได้ดีกว่าคนอื่น 1.ความหวังดีมีเกิน 100 2. เคยเป็นนายกฯต่อเนื่องมาเกิน 6 ปี 3. เป็นนักธุรกิจ นักวิชาการมา เพราะฉะนั้นประสบการณ์ผมก็มีที่จะแนะนำกับน้องด้วยข้อมูลที่จริงใจ ฉะนั้นมันไม่น่าเสียหาย น่าจะเป็นประโยชน์

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - ยืนยันใช่ไหม เพราะที่ผ่านมาภาพออกมาเป็นแบบนั้น จนที่ผ่านมามีคนมาค่อนแคะ ต้องเป็นตระกูลชินวัตรหรือ จึงเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยได้? 

พ.ต.ท.ทักษิณ - จะไปค่อนแคะอย่างนั้นคงไม่ได้ คือต้องดูเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย เราต้องนำเสนอถ้าประชาชนเค้าไม่เอาก็คือไม่เอา ถ้าเค้าเอาก็เอาแต่ต้องนำเสนอ แต่ในส่วนของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อาจจะไม่ได้นำเสนอเนื่องจากท่านสมัคร สุนทรเวช มีอุบัติเหตุทางการเมือง เลยเสนอท่านสมชายไปแทน แต่ว่าคนอื่นนำเสนอชัดเจนว่า ถ้าพรรคมาที่ 1 แล้ว นายกรัฐมนตรีคือคนนี้ คราวนี้ก็ชัดเจนอีก เราก็นำเสนอ เราต้องเคารพกติกาประชาชน สมมติ ผมนำเสนอคนแบบว่า ชินวัตรไม่ได้เรื่องทำงานไม่เป็น เค้าก็ไม่เลือก อันนี้มันเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่ต้องเคารพ

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - กลัวไหมคุณยิ่งลักษณ์อาจบริหารงานผิดพลาดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นมาอีกครั้ง 

พ.ต.ท.ทักษิณ - ผมคิดว่า ...ถ้าผมนั่งเอง (ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี) คงอึดอัด โอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่า ถ้าเป็นคุณยิ่งลักษณ์ น่าจะดีกว่า เพราะเขาไม่ใช่สายล่อฟ้า ผมมันเป็นสายล่อฟ้า ส่วนตัวเห็นว่าสัญญาณที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาดำรงตำแหน่งนายกฯ อย่างที่พูดกัน อาทิ เรื่องปฏิวัติรัฐประหาร เบาลงไปเยอะ ไม่เหมือนตอนคุณสมัครเป็น ตอนนั้นแรงมาก อันนี้ก็หวิว ในเหตุการณ์ช่วงใกล้นี้ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร เพราะท่านนายกฯ ก็ทำงานร่วมกับทหารได้เป็นอย่างดี ก็ทุกงานที่ทำก็ได้ใช้ความรอบคอบ ตั้งใจทุ่มเท ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไร

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - ส่วนที่มากระทบกับท่าน ทั้งเรื่องของพล.อ.เปรม ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าปชป. ที่ออกมาท้าท่าน เรื่องนิรโทษกรรม จนถึงวันนี้ท่านยังจะยืนยันคำเดิมหรือไม่ 

พ.ต.ท.ทักษิณ - อย่าเลย อย่าให้ตอบเรื่องนี้ดีกว่า เราต้องเข้าใจก่อนว่า พรรค ปชป. เป็นพรรคที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้เก่งกาจที่สุดในโลกไม่ใช่แค่ในประเทศไทย เขาทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้เก่งกาจที่สุด ฉะนั้นคำว่าฝ่ายค้านคือไม่เห็นด้วย ถึงแม้เรื่องดีๆ ก็ไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ฝ่ายค้านที่ค้านแบบนี้ ฉะนั้นต้องทำใจได้เลยว่า จะต้องไม่เห็นด้วยซักเรื่อง 

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - เมื่อท่านยืนยันว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แล้วที่เกิดความขัดแย้งอยู่ในสังคมขณะนี้ในมุมมองของท่านขัดแย้งกับอะไร 

พ.ต.ท.ทักษิณ - จริงๆ แล้วคือการต่อสู้ทางการเมืองของ 2 พรรค ซึ่งมันไม่เคยปรากฏมาก่อน ว่ามีพรรคการเมือง 2 ข้าง พรรคอื่นกลายเป็นไม้ประดับไปหมด มันก็เลยกลายเป็นการต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งหากการต่อสู้เป็นการแข่งขันกีฬากันละก็ อย่างเฟเดอเรอร์ กับยอโควิช คือนักเทนนิส 2 คน ที่แข่งกันหลายรอบ ก็ไม่เห็นต้องควักปืนมายิงกันเลย ผลัดกันชนะ รับถ้วยรับรางวัลกันไป นาดาลอีกคน ก็มีแมตช์อื่นแข่งอีก

ถ้าเป็นอย่างนั้น ตัวเองแพ้เพราะอะไร ก็กลับไปฟิตมา รอบหน้าก็มาแข่งใหม่ มันก็คือหลักการ แล้วคนที่เป็นกรรมการกลาง ต้องเป็นกลาง ถ้าคนเป็นกรรมการไม่กลางอีก กติกาออกมาวันนี้ยอโควิชไม่มีแรง แต่อยากจะช่วยยอโควิช งั้นก็เพิ่มเซตให้กับฝ่ายคู่แข่งเข้าไป อย่างนี้มันก็เจ๊งแล้ว คือระบบมันต้องมีมาตรฐาน และกรรมการต้องไม่เอียง แล้วนักกีฬาต้องเคารพกฎกติกา หากไม่เคารพกฎกติกา แพ้เป็นโวย แพ้เป็นไปยุให้เค้าปฏิวัติเนี่ยมันไม่ได้

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - แสดงว่าการเมืองที่ผ่านมามองว่ามันเป็นแค่การเมืองระหว่าง 2 พรรคเท่านั้นใช่ไหม

พ.ต.ท.ทักษิณ - ความจริง มันเลยเขตออกมาแล้วก็มันพอดีอยู่ในขีดพอดีในกติกา มันไม่มีอะไร คือถ้านักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย แข่งแล้วเคารพกติกาแล้วก็เมื่อแพ้ก็รู้จักแพ้ ชนะก็รู้จักชนะ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มันก็ไม่มีอะไร อันนี้เป็นหลักการ ถ้าไปยึดว่าต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น มันก็แย่

ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์ - อยากให้ช่วยรับบทหมอดูประเทศไทยหน่อยในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

พ.ต.ท.ทักษิณ - คือเท่าที่เราวางไว้ในการบริหารพรรคเพื่อไทย คือ 1 รถไฟฟ้าความเร็วสูง จะมีไปในเส้นทางไกลจะมีหมดและครอบคลุม รวมไปถึงรถไฟฟ้าใน กทม. และมอเตอร์เวย์ อุดรฯ พัทยา เชียงราย เชียงใหม่ กทม.  แล้วอีกเส้น ออกไปทางเมืองกาญจนบุรี ไปทางทวาย การสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลที่ปากอ่าวไทย (โครงการถมทะเลได้ที่ดิน 180,000 ไร่) อันนี้ต้องทำไม่งั้นน้ำจะท่วม กทม.แน่ ก็จะเกิดการพัฒนาเมืองขยาย กทม.เพื่อลดการแออัด รถราทั้งหลายก็จะได้ไม่ติดขัด แล้วก็เป็นการป้องกันน้ำท่วม ด้วยการขุดแม่น้ำเจ้าพระยาใหม่อีก 2 สาย รวมเป็น 3 สาย แยกเป็นทางตะวันออก ตะวันตก เพื่อช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเล และก็จะมีการผันน้ำจากแม่น้ำโขงเข้ามาใช้ในพื้นที่ภาคอีสานเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้ง แล้วสินค้าเกษตรเราจะบุกตลาดโลกมากขึ้น เพราะจะเร่งหาตลาดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราจะทำโครงการเปิดให้ประเทศที่มีความร่ำรวย มีศักยภาพมาทำแล้วเราจะชำระด้วยสินค้าเกษตร


รายได้ประชาชนจะสูงขึ้น ค่าจ้าง เงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้น ด้านการศึกษาก็ทั่วถึง และจะมีความไฮเทค โดยเฉพาะเรื่องแท็บเล็ตพีซี ที่เด็กจะได้ใช้ จะทำให้เกิดกระบวนการสร้างปัญญาให้กับสังคมอย่างมากมาย เพราะว่าถ้าเราแจกให้ปีละ 1,600,000 ครอบครัว ทำให้มีคอมพิวเตอร์ใช้ และทำให้เค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลใหม่ๆ และทันสมัยได้ เมื่อถึงตอนนั้น ผมคงจะอยู่ในฐานะอาจารย์ใหญ่ สอนหนังสือเป็นที่ปรึกษ



Sep 20, 2014

เกร็ดเล็กๆและข้อคิดของนักบาสในตำนาน : ไมเคิล จอร์แดน


ไมเคิล เจฟฟรี จอร์แดน
(Michael Jeffrey Jordan, 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 :
ค.ศ. 1963 ถึง ปัจจุบัน)
เป็นนักบาสเกตบอล อาชีพ สังกัดทีมชิคาโก บูลส์
(Chicago Bulls) เล่นในตำแหน่งการ์ด ในลีกเอ็นบีเอ
(NBA : National Basketball Association
ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในประวัติศาสตร์
การกีฬาบาสเกตบอล ปัจจุบันเลิกเล่นแล้ว

ไมเคิล จอร์แดน
เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506
ที่บรู๊กลิน ในรัฐนิวยอร์ก
จบการศึกษาระดับไฮสคูลที่เลนีย์ ไฮสคูล
ในวิลมิงตั้น รัฐนอร์ทแคโรไลนา
และจบการศึกษาระดับวิทยาลัยที่
มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์

ไมเคิล จอร์แดนเล่นให้ทีม ชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls)
ในปี ค.ศ .1984 สามารถทำให้ ทีมชิคาโกบูลล์ เป็นแชมป์ เอ็น บี เอ ถึง 6 สมัย
และได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของเอ็นบีเอ 5 สมัย
(ค.ศ. 1988, 1991, 1992, 1996 และ 1998)
และได้รับ 3 รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า 2 สมัย
(MVP triple-crown,
ที่หมายถึงการได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) 3 ประเภท
คือ รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาล, รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหลังฤดูกาลในช่วงแข่งชิงแชมป์เอ็นบีเอ,
และ รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าในการแข่งรวมดาวนักกีฬา
ในฤดูกาลเดียวกัน)

เกียรติประวัติในการเล่นบาสเกตบอล
ผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีในปี ค.ศ. 1985
ติดทีมรวมดาวรุ่งเอ็นบีเอในปีเดียวกัน
ติดทีมออลสตาร์ในปีค.ศ. 1987 1988 1989 1990
1991 1992 1993 1996 1997
และ 1998 และเป็นกองหลังยอดเยี่ยมในปี 1988
เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของเอ็นบีเออีก 5 สมัย
ในปี ค.ศ. 1988 1991 1992 1996 และ 1998
ได้รับเลือกเป็นผู้เล่นทรงคุณค่า
ในนัดชิงชนะเลิศเอ็นบีเออีก 6 สมัย
ในปี ค.ศ. 1991 1992 1993 1996 1997 และ 1998
เป็นสมาชิกของทีมชาติบาสเกตบอลสหรัฐอเมริกา
คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์อีก 2 สมัย

ด้วยความที่ ไมเคิล จอร์แดน
เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลที่มีชื่อเสียงมาก
และกีฬาบาสเกตบอลก็เป็นที่แพร่หลายมากทั่วโลก
โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ทำให้สินค้ามากมายหลายชนิด
ต่างก็อยากได้ตัวเขาไปเป็นผู้เสนอสินค้า (พรีเซนเตอร์)
หรือเอาชื่อของเขาไปใส่ในชื่อสินค้า
หรือการส่งเสริมการขายต่างๆ ค่าตัวของจอร์แดนจึงสูงมาก
และทำให้เขาเป็นนักกีฬาที่มีรายได้อันดับต้นๆ ของโลก

มาถึงคำคมของยอดนักบาส

I can accept failure, but I can't accept not trying.
Michael Jordan
ผมสามารถยอมรับความล้มเหลว
แต่ผมไม่สามารถยอมรับการไม่พยายามที่จะทำ

I never looked at the consequences of missing a big shot...
when you think about the consequences you always think of a negative result.
Michael Jordan
ผมไม่เคยมองผลจากการพลาดเมื่อชู้ตลูกสำคัญ
เพราะเมื่อคิดถึงผลที่จะตามมาก็เหมือนคุณคิดถึงผลลัพท์ที่ไม่ดี
(แน่นอนว่ามันมักจะไม่ลงห่วง ถ้ามัวแต่ไปคิดว่าจะพลาด)

I play to win, whether during practice or a real game.
And I will not let anything get in the way of me and
my competitive enthusiasm to win.
Michael Jordan
ผมเล่นเพื่อชนะ ไม่ว่าในการซ้อมหรือการแข่งจริง
ผมจะไม่ยอมให้มีอะไรมากั้นกลางระหว่างผม
และความเร้าใจในการเอาชนะ

I realize that I'm black, but I like to be viewed as a
person, and this is everybody's wish.
Michael Jordan
ผมรู้ตัวว่าผมเป็นคนดำ แต่ผมต้องการถูกมองเหมือนคนทั่วไป
และนั่นเป็นความต้องการของ(คนผิวดำ)ทุกคน

I've failed over and over and over again in my life and that is why I succeed.
Michael Jordan
ผมผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่่าในชีวิต
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จ

I've missed more than 9000 shots in my career.
I've lost almost 300 games. 26 times,
I've been trusted to take the game winning shot
and missed.
I've failed over and over and over again in my life.
And that is why I succeed.
Michael Jordan
ผมพลาดการชู้ตมากกว่าเก้าพันครั้งในชีวิตการเล่นบาส
แพ้มาเกือบๆสามร้อยเกมส์
อีกยี่สิบหกครั้งที่ได้รัยความเชื่อใจให้ชู้ตูกตัดสิน แต่พลาด
ผมพลาดมามากครั้ง แต่นั่นทำให้ผมประสบความสำเร็จ

If you're trying to achieve,
there will be roadblocks. I've had them;
everybody has had them.
But obstacles don't have to stop you.
If you run into a wall, don't turn around and give up.
Figure out how to climb it, go through it, or work around it.
Michael Jordan
เมื่อคุณต้องการประสบความสำเร็จ จะมีอุปสรรคมาขวางเสมอ
ผมก็มีอุปสรรค ทุกคนก็มีเช่นกัน
แต่อุปสรรคไม่จำเป็นต้องหยุดคุณได้เสมอ
ถ้าคุณเจออุปสรรค อย่าหันหลังกลับและยอมแพ้ หาวิธีปีนข้ามไป
หรือหาทางอ้อมไปให้ได้

My attitude is that if you push me towards something that you think is a weakness,
then I will turn that perceived weakness into a strength.
Michael Jordan
ทัศนคติของผมคือ
ถ้าคุณทำให้ผมต้องเผชิญกับสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นจุดอ่อนของผม
ผมจะทำให้สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นจุดอ่อนของผมให้กลายเป็นจุดแข็ง

Some people want it to happen, some wish it would happen,
others make it happen.
Michael Jordan
บางคนต้องการให้บางอย่างเกิดขึ้น บางคนหวังให้มันเกิดขึ้น แต่บางคนทำให้มันเกิดขึ้น

The game is my wife. It demands loyalty and responsibility,
and it gives me back fulfillment and peace.
Michael Jordan
เกมส์บาสเป็นเสมือนภรรยาของผม มันต้องการความรับผิดชอบ
และความจงรักภัคดี
และมันคืนผมด้วยความรู้สึกเติมเต็มและความสุขสงบ



Sep 19, 2014

ศาสตราจารย์ ประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ประจำปีพุทธศักราช 2541


การเสียชีวิตอย่างสงบของ ศ.ประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ประจำปี พ.ศ. 2541 เมื่อเช้าวันที่ 19 ก.ย.57 นับเป็นอีกหนึ่งการสูญเสียบุคคลผู้ทรงคุณค่าของวงการศิลป์ของประเทศไทย ไม่ต่างจากการสูญเสีย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ศ.ประหยัดได้สร้างงานศิลปะอันทรงคุณค่าไว้มากมาย ซึ่งวันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์"​ ขอรวบรวมผลงานเด่นๆ ไว้…
สร้างสรรค์กรรมวิธี "ภาพพิมพ์"
ศ.ประหยัด คิดค้นกรรมวิธีทางภาพพิมพ์ที่เป็นประโยชน์แก่การศิลปะภาพพิมพ์เป็นจำนวนมาก เช่น คิดค้นการผสมผสานระหว่างภาพพิมพ์สู่งานจิตรกรรมให้เป็นภาพเดียวกันได้ พบวิธีถ่ายทอดลายไม้จากแผ่นหนึ่ง เข้าไปผสมกับงานเขียนภาพจิตรกรรม ซึ่งวิธีนี้ยังไม่มีใครคิดและทำมาก่อน ซึ่ง ศ.ประหยัด ได้เขียนตำราและบรรยายแก่สถาบันที่มีการเรียนการสอนศิลปะหลายแห่ง


เขียนภาพใน "พระมหาชนก"​
ศ.ประหยัด เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับเลือกให้เขียนภาพประกอบหนังสือ เรื่อง พระมหาชนก พระราชนิพนธ์โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ภาพประกอบที่รับผิดชอบ 4 ภาพคือ 1. ภาพนางมณีเมขลาสนทนากับพระมหาชนก ซึ่งกำลังว่ายน้ำกลางมหาสมุทร 2. เป็นภาพหมู่เทวดาให้พรให้กำลังใจแก่พระมหาชนก ซึ่งใช้ความพากเพียรพยายามว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรเพื่อไปเมืองถิระนคร 3. พระนางมณีเมขลาอุ้มพระมหาชนกเหาะลอยไปในอากาศเพื่อไปสู่เมืองถิระนคร และ 4. เมืองถิระนครซึ่งใช้เค้าโครงการก่อสร้างคล้ายกับพระมหาราชวังในปัจจุบัน
ทำงานถวายในหลวง และพระเทพฯ
ขณะเดียวกัน ศ.ประหยัด ยังทำงานถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ เป็นผู้ออกแบบ และเขียนภาพเพดานโบสถ์ วัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา และออกแบบลวดลายแกะหินอ่อน พื้นพระอุโบสถ ที่องค์พระหลวงพ่อโสธรประทับนั่งอยู่ รวมถึงภาพประกอบฝาผนังอีก 1 ภาพ ซึ่งเป็นประวัติการก่อสร้าง และเรื่องราวของเจ้าอาวาส วัดหลวงพ่อโสธรผู้ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ ยังทำงานถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการเขียนภาพผนังพระอุโบสถ วัดพระรามเก้า ร่วมกับ ผศ.ปรีชา เถาทอง


หนึ่งในภาพที่ ศ.ประหยัด วาดในหนังสือเรื่องพระมหาชนก

พลิกวงการ "แสตมป์ไทย"
"การทำแสตมป์" ถือเป็นผลงานของ ศ.ประหยัด ที่พลิกวงการแสตมป์ของประเทศไทย เพราะเป็นผู้ออกแบบและเขียนแสตมป์ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น โดยเปลี่ยนรูปแบบของแสตมป์ไทยประมาณปี พ.ศ.2504 เป็นต้นมา เนื่องจากแต่เดิมแสตมป์ไทย ส่วนใหญ่จะเป็นรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ราคาจะต่างกันตามสี จากนั้นจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบของแสตมป์ไทย ด้วยการนำเอกลักษณ์ของประเทศ เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ งานช่างผีมือ ความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ชุดเรือพระราชพิธี ชุดรำไทย หรือรูปแบบอื่นๆ เพื่อแสดงให้ทราบว่า เป็นแสตมป์ของประเทศไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนแปลงนั้น กรมไปรษณีย์โทรเลข องค์การสื่อสารแห่งประเทศไทย ก็ได้เชิญ ศ.ประหยัด นั่งเป็นประธานและกรรมการคัดเลือกตัดสิน ในการประกวดออกแบบและเขียนรูปแสตมป์เป็นประจำทุกปี
แสดงผลงานทั้งใน-นอก กับรางวัลมากมาย
สำหรับ ศ.ประหยัด นั้น มีการแสดงและการประกวดงานศิลปกรรม ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ได้รับรางวัลที่ในการแสดงและประกวดงานศิลปะมากกมาย เช่น รางวัลภาพจิตรกรรม จากประเทศอิตาลี, รางวัลประเภทภาพพิมพ์ จากประเทศเวียดนาม, ประเภทมัณฑนศิลป์, ประเภทภาพพิมพ์ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย



หอศิลป์ "Palazzo Pavone" ภาพจากเฟซบุ๊ค Palazzo Pavone

หอศิลป์ "Palazzo Pavone"
หอศิลป์ "Palazzo Pavone" หรือ หอศิลป์พาลาซโซ พาโวเน่ นั้น เป็นของ ศ.ประหยัด ตั้งอยู่เลขที่ 237 หมู่ 11 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ตามโครงการเปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยชื่อ "พาลาซโซ พาโวเน่" มาจากภาษาอิตาเลียน ซึ่งแปลว่า "นกยูง" โดยที่หอศิลป์แห่งนี้ อยู่ท่ามกลางหุบเขารูปนกยูงขนาบข้าง มีลักษณะอาคารรูปแบบศิลปะอิตาลี ตกแต่งด้วยสีสันสดใส โทนสีส้ม เหลือง ชมพู และขาว เพื่อให้ดูมีชีวิตชีวา พร้อมกับภายในที่จัดแสดงผลงานของ ศ.ประหยัด กว่า 150 ภาพ มีทั้งภาพสีน้ำมัน ภาพพิมพ์ งานประติมากรรม และงานแกะภาพบนพื้นไม้ ที่รวบรวมมาตั้งแต่ปี 2505 จนถึงปัจจุบัน แต่ละภาพล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้ง รูปไก่ แม่อุ้มลูกสาว นกฮูกคู่ แมว ปลา งู เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังมีผลงานศิลปะ ที่ยังไม่เคยจัดแสดงมาก่อนมาจัดแสดงให้ได้ชมกันอย่างจุใจ อาทิ ภาพร่างต้นแบบพื้นโบสถ์ และเพดานของวัดโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอาจารย์เป็นผู้ออกแบบและเป็นผู้ควบคุมการทำงานเองทั้งหมด, ภาพทะเลสาบบาซาโน่ อิตาลี ที่สร้างสรรค์ขึ้นปี 2505 ขณะอาจารย์ประหยัดยังศึกษาที่ประเทศอิตาลี และได้นำภาพดังกล่าวกลับมาเก็บสะสมไว้ในประเทศไทย รวมทั้งมีภาพจิตรกรรมสีน้ำมันโบสถ์เก่าอยุธยา ที่สร้างสรรค์ไว้เมื่อปี 2500 ด้วย
ขณะเดียวกัน ยังมีภาพที่เขียนขึ้นใหม่ในช่วงวันสำคัญต่างๆ อาทิ ภาพครอบครัวแมว ที่เขียนเนื่องในวันคล้ายวันเกิด เมื่อวันที่ 28 ต.ค.56 ส่วนอีกโซนหนึ่ง จัดเป็นสตูดิโอสำหรับสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของอาจารย์ประหยัด และใกล้ๆ กันเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่มีส่วนของภาพผลงานของอาจารย์ประหยัด เช่น เสื้อยืด หมอนอิง แก้วน้ำ ผ้าพันคอ ภาพพิมพ์ โปสต์การ์ด สมุดภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ตขนาดเล็กๆ ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไปและผู้ที่ชื่นชอบผลงานศิลปะด้วย.



ภาพเหมือน ศ.ประหยัด พงษ์ดำ
 ฝีมือ สุรเดช แก้วท่าไม้


Sep 17, 2014

สัญญา ของ บ่น

อนุชิต จุรีเกษ (บ่น) 
เกิด 3 ธันวาคม 2502
ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด 
http://teetwo.blogspot.com/2011/04/blog-post_6848.html

Sep 15, 2014

15 Sep ARS LONGA VITA BREVIS


ภาพงานวันศิลป์ พีระศรี 15/9/2557 ปันจาก ศ.พิษณุ ศุภนิมิตร

http://teetwo.blogspot.com/2006/10/blog-post.html

ภาพวาดโดย ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี 

Sep 11, 2014

September 11th, 2014


10 กันยายน 2557




http://www.thairath.co.th/content/449326

เรื่องเล่าเช้านี้ 
สมเด็จพระเทพฯเสด็จพระราชทานเพลิงศพ อ.ถวัลย์ ดัชนี 


อ.ดร.ถวัลย์ ดัชนี 
ภาพวาดโดย อ.สุวิทย์ ใจป้อม 
มหาปุริสลักขณะ Mahapurisalaksana

Sep 8, 2014

อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ

อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ พร้อมด้วย นายดอยทิเบศร์ ดัชนี ลูกชายคนเดียวของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ร่วมรดน้ำศพและไว้อาลัยครั้งสุดท้าย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ (จิตรกรรม) โดยมีคนในวงการศิลปะมาร่วมแสดงความไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก ที่ศาลา 1 วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

Sep 2, 2014

สิ้น 'ถวัลย์ ดัชนี' ศิลปินแห่งชาติวัย 74 ปี ตับอักเสบคร่าชีวิต



๏ ฤาแผ่นดินสิ้นกวี..................จึ่งมีปีศาจฉกาจร้าย
กบเขียดน้อยรอยควาย.............หลั่งน้ำล
­ายใบ้บ้าน่าชัง ฯ
เฉกสวะปฏิกูล......................ไป่ปูน
­รุ้งแก้วมณีหวัง
กะลาน้อยนิดอนิจจํ..................อึ่งค
­ลั่งหนักว่าจักวาล ฯ

๏ ถึงปูนดาวคู่ฟ้า ......เดือนปี ก็ดี
วารหนึ่งอาจเป็นผี ......พุ่งใต้
อย่าดูหมิ่นปฐพี ......เหยียบย่ำ ใดเลย
ลางแห่งซ่อนเพชรไว้ ......ค่าล้ำ ภายหลัง

๏ ถึงน้ำเน่าขังท่อ...........ข้างถนน
มันย่อมเป็นเมฆฝน ..... แห่งฟ้า
ถึงต่ำแต่หวังผล ............อันเลิศ
เพียงเปรี่องปราชญ์มิช้า....ช่วยขึ้นภูมิส
­รวง

...

๏ โลกนี้มิอยู่ด้วย ................. มณี เดียวนา
ทรายและสิ่งอื่นมี ............... ส่วนสร้าง
ปวงธาตุต่ำกลางดี .............. ดุลยภาพ
ภาคจักรพาลมิร้าง .............. เพราะน้ำแรงไหนฯ

๏ ภพนี้มิใช่หล้า .............. หงส์ทอง เดียวเอย
กาก็เจ้าของครอง .............. ชีพด้วย
เมาสมมุติจองหอง ............. หินชาติ
น้ำมิตรแล้งโลกม้วย............... หมดสิ้นสุขศานต์ฯ

อ.ถวัลย์ ดัชนี ร่ายบทกวีของ อ.อังคาร กัลยาณพงษ์