Custom Search

Jun 30, 2023

ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ (1922-2023)






สิ้น "ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์" ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนจิตรลดา สิริอายุ 100 ปีเศษ


ที่มา  https://www.pptvhd36.com/news


ท่านผู้หญิง ดร. ทัศนีย์ บุณยคุปต์" ครูคนแรกและครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนจิตรลดา
ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 100 ปีเศษ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 เพจโบรารณนานมา
โพสต์ข้อความ ระบุว่า ขอแสดงความอาลัยยิ่ง
ต่อการถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบของ
ท่านผู้หญิง ดร. ทัศนีย์ บุณยคุปต์ อดีตครูใหญ่โรงเรียนจิตรลดา
โดยบรรดานักเรียนเก่าของโรงเรียนจิตรลดาได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพ
เพื่อแสดงความอาลัยต่อการจากไปของท่านผู้หญิงทัศนีย์
ท่านผู้หญิง ดร. ทัศนีย์ ราชสกุลเดิม อิศรเสนา ณ อยุธยา
ครูคนแรก และครูใหญ่ของโรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพฯ
และเป็นพระอาจารย์ผู้ถวายการสอนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
ท่านผู้หญิงทัศนีย์ เป็นธิดาคนเล็กของพระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา)
อดีตผู้บัญชาการ (อธิการบดี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับท่านผู้หญิงขจร ภะรตราชา
เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2465
ท่านผู้หญิงทัศนีย์ เริ่มเข้าทำงานเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนจิตรลดา เมื่อปี 2489
ถวายการสอนแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
พร้อมกับพระสหาย 7 คน ซึ่งท่านผู้หญิงทัศนีย์ เป็นพระอาจารย์คนแรกที่เข้าถวายการสอน
ต่อมาท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ เป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนจิตรลดา
ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ​พระราชทานสัมภาษณ์​ถึงครูทัศนีย์
พระอาจารย์ในพระองค์ขณะทรงศึกษาระดับชั้นอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ว่า
"...ที่อ่านออกได้เพราะครูทัศนีย์…"
มีรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ท่านผู้หญิงทัศนีย์ ถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบ
สิริอายุ 101 ปีเศษ
พีพีทีวี ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวบุณยคุปต์ มา ณ โอกาสนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.)
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.)
เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 3
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 2

แบบว่า..โลกเบี้ยว : Once Upon a Good Time

 


ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2530 มีรายการตลกที่ผสมความเป็นรายการเพลงที่ดังมากในยุคนั้น
เพราะมีการเชิญศิลปินมาร่วมสร้างสีสันเผยมุมน่ารักที่แฟนคลับไม่เคยเห็น
แถมยังสร้างตำนานการทำ เพลงแปลง ที่บางคนก็ยังร้องได้ และติดหูจนถึงปัจจุบัน
วันนี้เรารวมพวกเขามาได้แบบครบแก๊งเป็นที่แรกกับ “แบบว่า…โลกเบี้ยว”!

Facebook : GoodDay Podcast
Instagram : @goodday_podcast
Twitter : @goodday_podcast
Tiktok : @gooddaypodcast



Jun 26, 2023

๒๖ มิ.ย. พ.ศ. ๒๕๖๖ วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ครบ ๘ รอบ


ที่มา : https://www.blockdit.com/posts/64965d263634954d5df9556c

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร)

สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์

ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ตรงกับแรม 12 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ

ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

พระองค์ผนวชเป็นสามเณร ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

เมื่อ พ.ศ.2483 โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วย้ายไปอยู่วัดตรีญาติเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม

ต่อมาได้ทรงเข้าพิธีผนวชเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ณ พัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

โดยมีพระเทพโมลี (วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ทรงศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ จน พ.ศ.2491 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค

และ พ.ศ.2493 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ต่อมา เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย

เป็นนักศึกษารุ่นที่ 5 จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ.2500 และได้เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท

ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

มีพระราชโองการโปรดสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

และได้เสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพระราชพิธีสถาปนาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เวลา 16.50 น.

ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยนิมนต์สมเด็จพระราชาคณะ กรรมการมหาเถรสมาคม

เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัดทั่วราชอาณาจักร เข้าร่วมพระราชพิธี

Jun 23, 2023

ทำไมการกู้เรือดำน้ำชมซากเรือไททานิกนั้นไม่ง่าย


Reporter Journey


22 June 2023

ทำไมการกู้เรือดำน้ำชมซากเรือไททานิกนั้นไม่ง่าย

แม้มีเทคโนโลยีทันสมัย แต่ท้องทะเลลึกไม่เคยปราณี
ต่อให้ค้นหาจนเจอก็กู้ขึ้นมาไม่ได้
.
“ไททานิค” เรือเดินสมุทรที่มีชื่อเสียงและหลายคนรู้จักมากที่สุดกับฉายาอมตะ “เรือที่ไม่มีวันจม” ที่ปัจจุบันนี้ได้นอนทอดลำสงบนิ่งยาวนานนับร้อยปีอยู่ใต้มหาสมุทรแอตแลนติก หลังชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งกลางดึกของวันที่ 15 เมษายน 1912 และกลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานใหม่อีกครั้งบนจอภาพยนต์ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก ซึ่งทำให้ผู้คนรู้จักเรือลำนี้อย่างกว้างขวาง และเสน่ห์ของไททานิค ได้ดึงดูดนักสำรวจรุ่นแล้วรุ่นเล่าให้ออกเดินทางเพื่อดำดึ่งลงไปยังก้นทะเลลึก ศึกษาซากอารยธรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนนับพันชีวิตที่จมลงไปพร้อมกับเรือเดินสมุทรในคืนนั้น
.
แต่เหตุการณ์ชวนระทึกใจและทำให้ผู้คนกลับมาพูดถึงไททานิคก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเรือดำน้ำขนาดเล็กที่ชื่อว่า "ไททัน" (Titan) ที่พานักเดินทาง นักวิจัย และกัปตันเรือรวม 5 ชีวิต เดินทางลงสู่ก้นมหาสมุทรลึกเพื่อดูซากเรือไททานิคได้เกิดปัญหาสัญญาณการติดต่อขาดหายไปหลังดำดึ่งลงไปได้ 1 ชั่วโมง 45 นาที ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน กลายเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นที่หน่วยกู้ภัยต้องพยายามออกค้นหาเรือลำดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อแข่งขันกับเวลาที่นับถอยหลังไปพร้อมกับออกซิเจนภายในเรือที่กำลังจะหมดลง โดยกินพื้นที่การค้นหาใต้น้ำกว้างใหญ่ราว 13,000 ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับรัฐคอนเนตทิคัต หรือใหญ่กว่าพื้นที่กรุงเทพฯ 10 เท่า ซึ่งเรืออาจจมอยู่ที่ใดสักที่ใต้ท้องทะเลอันเย็นยะเยือกของแอตแลนติกเหนือ โอบล้อมไปด้วยแรงดันน้ำมหาศาลกว่าพื้นผิวโลกหลายเท่า หรืออาจจะพุ่งขึ้นสู่พื้นผิวน้ำแล้วแต่ยังไม่อาจหาเจอก็เป็นได้ ซึ่งนี่คืออุปสรรคใหญ่ในภารกิจการค้นหาครั้งนี้
.
🔵 ภูมิประเทศใต้มหาสมุทรอันแสนมืดมิด
.
หากไททันจมอยู่ใต้ทะเลบนพื้นมหาสมุทร แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือให้กลับขึ้นมา เนื่องจากซากเรือไททานิคอยู่ใต้ผิวน้ําลึกถึง 3,800 เมตร นับเป็นลำดับที่ 7 ของโลกที่เรือเดินสมุทรจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งไททันได้ขาดการติดต่อในช่วงครึ่งทางในการดําน้ําไปให้ถึงซากเรือ
.
ทิม มัลติน ผู้เชี่ยวชาญด้านซากเรือไททานิคกล่าวว่า ใต้น้ำนั้นมืดดําสนิทและมีอุณภูมิเย็นจัดเพียง 4 องศาเซลเซียส แถมก้นทะเลยังเป็นโคลนและเป็นลูกคลื่น เราไม่สามารถมองเห็นได้แม้กระทั่งมือของเราเองที่เอามาจ่อตรงหน้า
.
🔵 แม้จะเจอไททันก็ไม่อาจจะนำขึ้นสู่ผิวน้ำได้
.
ในกรณีที่ค้นหาเรือดําน้ําไททันพบแล้ว ก็ไม่สามารถนำขึ้นมาจากก้นมหาสมุทรสู่ผิวน้ำได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การกู้ภัยแบบนี้ใต้มหาสมุทรที่ลึกระดับนี้และมีแรงดันน้ำมหาศาลนั้นไม่น่ามีความเป็นไปได้เลย มีเรือใต้น้ําเพียงไม่กี่ลําเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงส่วนลึกของซากเรือไททานิคได้ปลอดภัย แม้ว่าพวกเขาจะไปถึงได้ แต่เรือดําน้ําไม่มีกำลังมากเพียงพอในการลากเรือดำน้ำอีกลำให้ขึ้นสู่ผิวน้ํา ใต้มหาสมุทรอันดำมืดและลึกลับนั้นมีอะไรอีกมากมายที่มนุษย์ไม่ยังรู้ได้
.
เจมี่ พริงเกิล นักธรณีวิทยานิติวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคีลในสหราชอาณาจักรกล่าวว่า มนุษย์มีความรู้เกี่ยวกับพื้นผิวดวงจันทร์มากกว่าก้นมหาสมุทรเสียอีก เพราะเรายังสํารวจมันได้น้อยมาก
.
แต่ถ้าหากว่าเรือดำน้ำสามารถพาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การจะค้นหาเรือลํานี้ให้เจอก็เป็นสถานการณ์ที่ยากประดุจงมเข็มในมหาสมุทร เพราะเรือที่มีขนาดเล็กเท่ากับรถตู้จะยิ่งมองสังเกตได้ยากเนื่องจากลำตัวเรือส่วนใหญ่จะจมอยู่ใต้น้ํา และมีส่วนเล็กๆ เท่านั้นที่โผล่บนผิวน้ำ อีกทั้งการที่เรืออยู่ไกลออกไปในมหาสมุทร ทำให้การเคลื่อนย้ายเรือและอุปกรณ์ไปยังพื้นที่ค้นหาขนาดใหญ่ต้องใช้เวลา
.
สำหรับเรือดำน้ำไททัน เป็นของบริษัท OceanGate Expeditions ซึ่งเป็นทริปชมซากเรือไททานิค สนนราคาค่าทริปเดินทางอยู่ที่ 250,000 ดอลลาร์ หรือราว 8.7 ล้านบาท โดยทริปดังกล่าวจะใช้เวลาทั้งหมด 8 วัน รวมวันเดินทางทั้งไปและกลับจากชายฝั่ง เพื่อชมซากเรืออันเป็นตำนานซึ่งจมอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกที่ระดับความลึก 3,800 เมตร
.
เป็นเรือดำน้ำขนาดเล็กความยาว 6.7 เมตร สูง 2.5 เมตร ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์และไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ทำความเร็วได้ 3 นอต หรือ 5.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถดำน้ำลึกได้ 4,000 เมตร
.
บรรจุลูกเรือได้ 5 คน มีห้องน้ำ 1 ห้อง แต่ไม่มีที่นั่งผู้โดยสารต้องนั่งขัดสมาธิบนพื้น พร้อมอุปกรณ์ยังชีพช่วยเหลือได้ 96 ชั่วโมง พร้อมติดตั้งระบบโซนาร์ล้ำสมัย ไฟส่องสว่างความข้มข้นสูง และกล้องบันทึกภาพความละเอียด 4K
.
ซึ่งผู้โดยสารที่มีการเปิดเผยรายชื่อข้อมูลเท่าที่เราทราบตอนนี้คือมีลูกเรืออยู่ในเรือดำน้ำ Titan ทั้งหมด 5 คนด้วยกัน ได้แก่
.
🔹 ชาห์ซาดา ดาวูด (Shahzada Dawood)นักธุรกิจชาวปากีสถาน
🔹 สุเลมาน ดาวูด (Suleman Dawood) ลูกชายของชาห์ซาดา
🔹 ฮามิช ฮาร์ดิง (Hamish Harding) มหาเศรษฐีและนักสำรวจชาวอังกฤษวัย 59 ปี
🔹 พอล-เฮนรี นาร์โกเล็ต (Paul-Henri Nargeolet) นักสำรวจชาวฝรั่งเศสวัย 77 ปี
🔹 สต็อกตัน รัช (Stockton Rush) ผู้บริหารระดับสูงของ OceanGate
.
ข้อมูล ณ ตอนนี้คือเจ้าหน้าที่กําลังดําเนินการนำยานสำรวจควบคุมจากระยะไกล (ROV) ที่ชื่อว่า Victor 6000 จากสถาบันวิจัยสมุทรศาสตร์ของฝรั่งเศส ซึ่งสามารถเดินทางไปถึงระดับความลึก 6,000 เมตรมายังจุดค้นหา
.
โดย ROV จะเชื่อมต่อกับระบบค้นหาใต้น้ำ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์จากระบบโซนาร์และกล้องบันทึกภาพความละเอียดสูง
.
ซึ่งถ้าหากพบเรือไททันแล้ว หุ่นยนต์ Victor 6000 จะใช้ตะขอเกี่ยวเรือไททันร่วมที่เชื่อมมาจากเรือปั้นจั่น Horizon Arctic ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำซึ่งมีเครนติดกับตัวเรือ แล้วดึงเรือไททันขึ้นมา
.
อย่างไรก็เศษซากปรักหักพังของไททานิคบนพื้นมหาสมุทรที่มีอยู่กระจัดกระจายมากมายอาจทำให้ต้องใช้เวลาในการแยกแยะว่าอะไรคือเศษซากเรือ คืออะไรไททัน
.
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าแม้ว่าจะพบไททันแล้ว แต่การดึงเรือขึ้นมาอาจทำได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันเข้าไปติดพันกับซากเรือที่มีอายุนับร้อยปี ซึ่งมีความอันตรายอย่างมากต่อการกู้ภัย
.
อลิสแตร์ เกร็ก ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมทางทะเลที่ University College London กล่าวว่า"การที่เรือดำน้ำลงไปที่ก้นทะเลและไม่สามารถกลับขึ้นมาได้ภายใต้แรงของตัวเอง ทำให้การช่วยเหลือนั้นเต็มไปด้วยข้อจำกัด
.
เพราะต่อให้เรือดําน้ํายังคงไม่บุบสลาย แต่หากอยู่เหนือไหล่ทวีปลงไป บนโลกใบนี้มีเรือดำน้ำน้อยลำมากที่สามารถดําน้ําได้ลึกขนาดนั้น และไม่ใช่นักประดาน้ำอย่างแน่นอน
.
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ยืนยันแล้วว่าเรือดำน้ำและผู้เดินทางทั้งหมดได้เสียชีวิตไปพร้อมกับเรือที่แตกสลายภายใต้แรงดัน โดยเมื่อเวลา 2.00 น. ตามเวลาประเทศไทย หรือ 15.00 น. ตามเวลาในสหรัฐฯ พลเรือตรีจอห์น มอเกอร์ (John Mauger) หน่วยยามฝั่งสหรัฐแถลงว่า หลังจากผู้เชี่ยวชาญประเมินข้อมูลแล้ว ได้ข้อสรุปว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นชิ้นส่วนของเรือดำน้ำไททัน ซึ่งคาดว่าเกิดจากการระเบิด และผู้อยู่บนเรือทั้ง 5 คนเสียชีวิตแล้ว เช่นเดียวกับแถลงการณ์ของบริษัท OceanGate เจ้าของเรือก็ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
.

.
🔵 แรงดันใต้ทะเลมหาศาลขนาดไหนในจุดที่เรือไททานิกจม
.
ความรู้เพิ่มเติม : ในความลึกระดับที่เรือไททานิคจม มีแรงดันน้ำโดยรอบสูงถึง 380 - 400 บรรยากาศ กล่าวคือ เมื่อเราอยู่บนพื้นดินในระดับนำทะเล ความดันอากาศของเราจะอยู่ที่ 1 บรรยากาศ ที่ระดับลึกประมาณ 10 เมตร ความดันจะมีค่ามากถึง 2 บรรยากาศ และที่ระดับลึก 20 เมตร ความดันจะมีค่าประมาณ 3 บรรยากาศ แต่จุดที่ไททานิคจมที่ระดับความลึก 3,800 เมตร มีความดันสูงกว่าบนพื้นดิน 380 - 400 บรรยากาศ หรือเฉลี่ยที่ 160 ตันต่อตารางนิ้ว ซึ่งสามารถบีบอัดรถยนต์ทั้งคันให้แหลกเป็นจุลได้ในเสี้ยวินาที
.
ไม่ใช่แค่แรงดันน้ำที่เป็นสิ่งที่อันตราย อีกอย่างคือ กระแสน้ำลึก ซึ่งแม้ว่าปกติแล้วกระแสน้ำที่อยู่ใต้ทะเลจะไม่ได้รุนแรงเท่ากับบริเวณพื้นผิว แต่ก็มีปราฎการณ์หลายอย่างที่ทำให้วัตถุ หรือ ยานพาหนะใต้น้ำถูกพัดปลิวหายไปได้ หรือหลงทางได้ เช่น ปรากฎการณ์ที่เรียกว่า "การไหลเวียนของเทอร์โมฮาไลน์" ที่เกิดจากกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็น ซึ่งจะทำหน้าที่คล้ายสายพานพัดเอาน้ำทะเลไหลเวียนไปยังส่วนต่างๆ ของมหาสมุทรทั่วโลก แม้แต่ในทะเลลึกหลายกิโลเมตรก็ไม่เว้น ดังนั้นน้ำทะเลไม่ได้อยู่นิ่งๆ มันเคลื่อนไหวตลอดเวลา และมีโอกาสที่เรือดำน้ำจะโดนกระแสน้ำพัดออกจากเส้นทางได้อีกด้วย
.
ถ้าระดับความลึกที่ 3.8 กิโลเมตรมีแรงดันน้ำขนาดนี้ หากลงไปที่ระดับความลึก 11 กิโลเมตร ซึ่งคือจุดที่ลึกที่สุดของโลกในปัจจุบันที่มีการค้นพบอย่าง "ร่องลึกมาเรียน่า" แรงดันน้ำที่บีบอัดมาทุกทิศทุกทางที่ 1.2 ตันในทุกๆ พื้นที่ตารางเซนติเมตร เปรียบได้กับกับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่มาทับบนตัวมดนั่นแหละ
.
🔵 แล้วทำไมเรือไททานิคถึงยังคงสภาพได้ไม่บุบสลายเพราะแรงดัน
.
อธิบายตามหลักฟิสิกส์คือ ต้องเข้าใจหลักการของแรงดันน้ำก่อน พื้นที่ 2 พื้นที่ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของมวลและปริมาณอากาศย่อมมีแรงกดดันที่กระทำต่อกันที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าเราเอาเรือดำน้ำลงไปที่ความลึกมากๆ เกินกว่าที่เรือจะรับแรงดันน้ำนั้นไหว น้ำจะพยายามกระทำต่อตัวเรือโดยการบีบเข้ามาทุกทิศทุกทาง เพื่อแทรกตัวเข้ามายังที่ว่างซึ่งมีอากาศอยู่ภายใน เมื่อถึงคราวที่เรือแตกออกน้ำจะไหลเข้ามา ทำให้สมดุลภายในกับภายนอกมีมวลเท่ากัน ดังนั้นวัตถุกับน้ำที่ปราศจากอากาศจะมีมวลเท่ากัน
.
กรณีของซากเรือไททานิคที่จมอยู่แล้วไม่บุบสลายเป็นผุยผง เพราะตอนที่เรือจมน้ำได้ไหลเข้าไปทุกส่วนขอตัวเรือทั้งหมดโดยไม่มีที่ให้อากาศข้างอยู่ภายในแล้ว ดังนั้นซากเรือจึงคงสภาพเอาไว้แบบนั้นได้ เพราะช่องว่างทั้งหมดที่มีอากาศถูกแทนที่ด้วยด้วยน้ำ ความต่างศักย์ระหว่างภายในและภายนอกเรือจึงอยู่ในลักษณะที่มีแรงดันเท่ากัน เรือจึงไม่บุบสลายจากแรงดันใต้สมุทร
.
จากที่ผู้เชี่ยวชาญของต่างประเทศวิเคราะห์กายภาพของไททันต่อแรงดันน้ำอันมหาศาลที่ความลึก 3,300 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่สัญญาณของเรือได้หายไป ก่อนถึงความลึกที่ไททานิคจมอยู่ที่ระดับ 3,800 เมตรนั้น การพบพบเศษซากของชิ้นส่วนที่คาดว่าเป็นชิ้นส่วนเรือดำน้ำนั้นทำให้สันนิฐานได้ว่า เรืออาจจะทนแรงดันน้ำอันมหาศาลที่กดทับลงบนตัวเรือไม่ไหว การพบเศษซากชิ้นส่วนเรือดำน้ำกระจายในพื้นที่ค้นหา คงแปลได้ว่าเรือดำน้ำเกิดการทำงานขัดข้อง และถูกแรงดันมหาศาลใต้ทะเล บดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนระเบิด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นกับสื่อว่า เหตุการณ์นี้มันจะเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เพียงเสี้ยววินาที เรือดำน้ำก็ถูกบดอัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนเรากระทืบกระป๋องน้ำอัดลมแรงๆ โดยที่คนทั้ง 5 ในเรือดำน้ำอาจจะยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ เร็วกกว่าที่สมองจะรับรู้ถึงความเจ็บปวด พูดง่ายๆ คือ ตอนที่เรือระเบิดคนในเรืออาจไม่ทันเจ็บปวดด้วยซ้ำ
.
🔵 รู้หรือไม่ว่า GPS ทำงานใต้น้ำไม่ได้
.
ความรู้เพิ่มเติม หลายคนถามว่าทำไมไม่ติดระบบ GPS หรือตัวส่งสัญญาณวิทยุไว้ที่เรือดำน้ำ คำตอบคือติดไว้ก็ไร้ประโยชน์ เพราะ GPS และสัญญาณวิทยุไม่สามารถเดินทางผ่านน้ำได้ ดังนั้นเรือดำน้ำทุกขนาด ทุกชนิดบนโลกจะต้องใช้คลื่นเสียงในการส่งสัญญาณหรือที่เรียกว่าคลื่นโซนาร์ ใช้วิธีการส่งคลื่นความถี่เสียงออกไป เพราะเสียงวิ่งผ่านน้ำได้ดีกว่าอากาศถึง 4 เท่า และที่เรือซึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำจะมีตัวรับส่งสัญญาณโซนาร์ หรือทุ่นในทะเลเพื่อไว้จับคลื่นเสียงที่ส่งมาจากแหล่งกำเนิด
.
แต่ๆ การใช้ระบบคลื่นเสียงนี่ก็มีข้อจำกัดคือ เมื่ออยู่ในบริเวณที่น้ำลึกมากๆ สัญญาณที่จับได้นั้นจะมีความเบาบาง อีกทั้งสัตว์จำพวกโลมาและวาฬก็ใช้คลื่นโซนาร์ในการสื่อสารกัน ทำให้บางครั้งการจับสัญญาณว่าเป็นคลื่นเสียงของเรือหรือของสัตว์ก็ต้องใช้เวลาในการแยกคลื่นเสียงนั้น และแม้ว่าจะตรวจจับได้แล้ว ระบุตำแหน่งได้แล้ว แต่การกู้เรือที่อยู่ระดับความลึกขนาดนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ยากยิ่งกว่า
.
GPS จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อเรืออยู่เหนือผิวน้ำเท่านั้น และในกรณีเรือระเบิดไปแล้ว การมี GPS หรือไม่ก็ไร้วามหมาย
.
🔵 ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อลงไปดูซากไททานิค
.
หลายคนถามว่า ไม่มีที่จะไปแล้วเหรอ จะหาเรื่องไปทำไม เอาจริงๆ แต่ละคนมีแรงบันดาลใจหรือแรงผลักดันในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน สำหรับการศึกษาซากเรือไททานิคที่เรียกว่าเป็นตำนานของโลกนั้นมันเหมือนกับการที่มีคนถามเราว่าไปอยุธยาทำไม มีอะไรให้ดูนอกจากกองอิฐเก่าๆ วัด เจดีพังๆ ซึ่งจริงๆ มันคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่บ่งบอกถึงอารยธรรมของมนุษย์อย่างหนึ่งครับ เรือลำนี้ก็เหมือนโบราณสถานแห่งหนึ่งของโลก ที่ไม่ใช่แค่เรือที่จมอยู่ใต้ทะเลเฉยๆ เพราะเรื่องราวของมันก่อนจมถูกเก็บเป็นความทรงจำไว้มากมายที่นั่น และเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังเรื่องไททานิคอย่างที่เรารู้จักกัน
.
อีกทั้งในทางระบบนิเวศวิทยาที่ได้จากการศึกษาเรือลำนี้ทำให้โลกได้องค์ความรู้เรื่องระบบนิเวศใต้ทะเลลึกที่สร้างปกคลุมเหนือซากเรือซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมจากเบื้องบน นักวิทยาศาสตร์ได้ความรู้อะไรมากมายจากที่นี่ ทั้งการศึกษาเรื่องการกัดกร่อนของเรือจากแบคทีเรียที่กินซากเหล็กเป็นอาหาร การค้นพบสิ่งมีชีวิตแปลกๆ สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ใช้ซากเรือเป็นที่อยู่อาศัย ความรู้ทางสมุทรศาสตร์ และชีววิทยามากมาย รวมทั้งการเก็บกู้วัตถุมีค่าต่างๆ เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วขึ้นมาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็น มันคือขุมทรัพย์ทางปัญญาอย่างยิ่ง การที่ใครได้ไปเยือมมันเหมือนการเติบเต็มความทรงจำจากอดีต โดยเฉพาะการที่ได้เห็นจากในภาพยนต์แล้ววันหนึ่งมีโอกาสได้ไปเห็นกับตานี่แหละครับ
.
นึกถึงคนที่ปีนเขาเอเวอร์เรสครับ คนเหล่านี้รู้ว่าเสี่ยง และพร้อมเอาชีวิตไปทิ้งได้ทุกเมื่อ แต่พวกเขาพอใจและเต็มใจ หากจะต้องตายอยู่บนนั้น เพราะมันคือความฝันอันสูงสุดที่จะได้ไป บางคนมีชีวิตอยู่เพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้สำเร็จ แต่ให้มันไม่สำเร็จก็ถือว่าได้ทำแล้ว

Tributes Paid to Men Killed In 'catastrophic Implosion' of Titan Sub


Catastrophic = พิบัติ

Implosion = การระเบิดสู่ภายใน

Jun 21, 2023

ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร (2508 -2563)


Kajeemas KJ Subhabhundu


โดย PPTV Onlineเผยแพร่ 21 มิ.ย. 2566 ,18:53น.

อาลัย! นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ผู้ว่าฯหมูป่า" เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
สิริอายุ 58 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง สิริอายุ 58 ปี
โดยเพจเฟซบุ๊ก PR.Thailand
โพสต์พร้อมข้อความระบุว่า "RIP. ผู้ว่าฯหมูป่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร จากไปอย่างสงบ ขอให้นายไปสู่ภพภูที่ดีครับ"
ล่าสุด PPTV ได้รับคำยืนยันจาก นายรัชพล งามกระบวน ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
กล่าวยืนยันว่า นายณรงค์ศักดิ์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อตอน 17.40 น.ที่โรงพยาบาลศิริราช

Jun 12, 2023

ภาวะสุดท้ายเมื่อใกล้สิ้นใจตามหลักทางการแพทย์

ศ.พญ.สุมาลี นิมมานนิตย์


Ampol Janekoonthongkumbai


ภาวะสุดท้ายเมื่อใกล้สิ้นใจตามหลักทางการแพทย์

อาจารย์สุมาลีเป็นอาจารย์แพทย์ศิริราชที่มีความสามารถและมีความรู้สูงมาก น่าเสียดายอายุสั้น...อาจารย์เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว

อย่างสงบจริงๆตอนจากไปอาจารย์ยังได้เป็นตัวอย่างและสอนเรื่องสุดท้ายเพื่อเป็นวิธีจากโลกไปอย่างสงบ...

"ร่างกาย และ จิตใจ ในภาวะใกล้ตาย"


"ความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย"


เมื่อใกล้ตาย ความอ่อนเพลียเป็นสิ่งที่ควรยอมรับ


ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาใดๆ

สำหรับความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้น

เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

ควรให้ผู้ป่วยในระยะนี้ได้พักผ่อนให้เต็มที่


คนใกล้ตาย จะเบื่ออาหาร และกินอาหารน้อยลง


จากการศึกษาพบว่า ความเบื่ออาหารที่เกิดขึ้น

เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะ

ทำให้มีสารคีโตนในร่างกายเพิ่มขึ้น


สารคีโตนจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น

และบรรเทาอาการเจ็บปวดได้


คนใกล้ตาย จะดื่มน้ำน้อยลง หรืองดดื่มเลย


ภาวะขาดน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อใกล้ตาย

ไม่ทำให้ผู้ป่วยทรมานมากขึ้น


ตรงกันข้ามกลับกระตุ้น

ให้มีการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน

ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น


หากปาก ริมฝีปากแห้ง จมูกแห้ง และตาแห้ง

ให้หมั่นทำความสะอาด และรักษาความชื้นไว้

โดยอาจใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำแตะที่ปาก

ริมฝีปาก หรือใช้สีผึ้งทาริมฝีปาก

สำหรับตาก็ให้หยอดน้ำตาเทียม


คนใกล้ตาย จะรู้สึกง่วงและอาจนอนหลับตลอดเวลา


ผู้ดูแลควรให้ผู้ป่วยหลับ ไม่ควรพยายามปลุกให้ตื่น


เมื่อคนใกล้ตายไม่รู้สึกตัว


ไม่ควรคิดว่าเขาไม่สามารถรับรู้

หรือได้ยินสิ่งที่มีคนพูดกันอยู่ข้างๆ


เพราะเขาอาจจะยังได้ยินและรับรู้ได้

แต่ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นทราบได้


จึงไม่ควรพูดคุยกัน

ในสิ่งที่จะทำให้เขาไม่สบายใจหรือเป็นกังวล


การร้องครวญคราง หรือมีหน้าตาบิดเบี้ยว

อาจไม่ได้เกิดความเจ็บปวดเสมอไป


แต่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสมอง

ซึ่งแพทย์สามารถให้ยาระงับอาการเหล่านี้ได้


คนใกล้ตาย อาจมีเสมหะมาก


ควรให้ยาลดเสมหะแทนการดูดเสมหะ

ซึ่งนอกจากไม่ได้ผลแล้ว

ยังทำให้ผู้ป่วยรู้สึกทรมานเพิ่มขึ้นด้วย


(เฉพาะคนที่ใกล้ตายเท่านั้น

ไม่รวมถึงผู้ป่วยอื่นๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการดูดเสมหะ)


"ความเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ"


โดยทั่วไปเมื่อกายป่วย ใจจะป่วยด้วยเสมอ


ยิ่งคนที่ป่วยหนักใกล้ตายด้วยแล้ว

ยิ่งต้องการการดูแลประคับประคองใจอย่างมาก


สิ่งที่คนใกล้ตายกลัวที่สุด คือ

การถูกทอดทิ้ง การอยู่โดดเดี่ยว


และสิ่งที่คนใกล้ตายต้องการ คือ

ใครสักคนที่เข้าใจ

และอยู่ข้างๆ เขาเมื่อเขาต้องการ


แต่ละคนก็อาจมีความรู้สึก

และความต้องการต่างกันไป


ฉะนั้นผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ก็ควร

ให้โอกาสคนใกล้ตาย


ได้แสดงความรู้สึกและความต้องการ


โดยการพูดคุยและเป็นผู้รับฟังที่ดี


และควรปฏิบัติตามความต้องการของคนใกล้ตาย


ซึ่ง หมายรวมถึง

ความต้องการในด้านการรักษา


ต้องประเมินก่อนว่าความต้องการนั้น

เกิดจากการตัดสินใจบนพื้นฐานใด


หากเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของอารมณ์

ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง


ก็ควรชะลอการปฏิบัติไว้ก่อน


และควรให้การประคับประคองใจจนสบายใจขึ้น


กับทั้งให้โอกาสผู้ใกล้ตาย

เปลี่ยนความต้องการ และความตั้งใจได้เสมอ


ความตายได้กลายเป็นปัญหาสังคมขึ้นแล้ว


วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์

ทำให้มนุษย์มีโอกาสตายตาม ธรรมชาติได้น้อยลง


ความตายอย่างสงบจึงไม่เกิดขึ้น


ไม่มีโอกาสได้ตายอย่างสงบที่บ้าน


แต่ตายอย่างโดดเดี่ยวและทรมานในโรงพยาบาล


โดยตายกับสายระโยงระยาง

ที่เข้า-ออกจากร่างกาย

และเครื่องมืออุปกรณ์ที่อยู่รอบตัว


Cr : ศ.พญ.สุมาลี นิมมานนิตย์

(นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 296)

https://ac127.wordpress.com/2016/03/17/12118/ 


Jun 5, 2023

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ภาพจาก https://tna.mcot.net/politics-864839


เลือกตั้ง 2566 เปิดประวัติ "นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เคยได้รับการยกย่องเป็น "ดาวเด่นสภาฯ" จากการตั้งฉายานักการเมืองปี 2552


นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2504 ที่ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

เป็นบุตรของนายใจ และนางหมาย ศรีแก้ว สำเร็จการศึกษาแพทย์ศาสตรบัณฑิต

จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปีการศึกษา พ.ศ. 2529

(ร่วมรุ่นกับ นายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ และ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์)

และปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2542

เป็นแพทย์และนักการเมืองชาวไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไทย,

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 ในอดีตเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย

เคยได้รับการยกย่องเป็น "ดาวเด่นสภาฯ" จากการตั้งฉายานักการเมือง ของสื่อมวลชนประจำปี พ.ศ. 2552

ประสบการณ์ที่สำคัญ

- อดีตผู้อำนวยการ รพ.นาหมื่น รพ.นาน้อย รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน

- ส.ส. 4 สมัย พ.ศ. 2544 - 2557

- อดีตผู้ช่วยเลขา รมว.สาธารณสุข

- อดีตเลขา รมว.สาธารณสุข

- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข


เครื่องราชอิสริยาภรณ์


- มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก พ.ศ. 2551

- มหาวชิรมงกุฎ พ.ศ. 2548


การทำงาน


นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน

ระหว่างปี พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2543 ต่อมาได้เข้ามาทำงานการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน

สังกัดพรรคไทยรักไทย

ในปี พ.ศ. 2547 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปี พ.ศ. 2548

เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)

นอกจากนั้นแล้ว เขายังได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในระยะหนึ่งอีกด้วย

ปลายปี พ.ศ. 2552 สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ตั้งฉายานักการเมือง โดยให้ฉายานายแพทย์ชลน่านเป็น "ดาวสภาฯ"

ด้วยบทบาทการอภิปรายโดยมุ่งเน้นข้อมูลมากกว่าการใช้วาทะศิลป์

ชลน่าน ศรีแก้ว ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร[4] (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3)

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555 กระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556[5]

ในปี พ.ศ. 2564 วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

กระทั่งวันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เขาเป็น

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร


สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544 สังกัดพรรคไทยรักไทย

และได้รับเลือกตั้งมาอีก 5 สมัยต่อกันเป็นลำดับ คือ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 จังหวัดน่าน สังกัดพรรคไทยรักไทย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 จังหวัดน่าน สังกัดพรรคไทยรักไทย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 จังหวัดน่าน สังกัดพรรคพลังประชาชน → พรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดน่าน สังกัดพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 จังหวัดน่าน สังกัดพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 จังหวัดน่าน สังกัดพรรคเพื่อไทย


ทำไมร่วมทุกข์กันได้ แต่สุขร่วมกันไม่เป็น

หนุ่มเมืองจันท์


ตอนบ่ายนี้มีคิวอัดรายการ The Power Game

แต่เจอเจ้า 2 ขีดบนที่ตรวจ ATK จึงต้องงดรายการ

กะว่าวันนี้จะคุยเรื่องความขัดแย้งระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย

ที่นับวันจะรุนแรงขึ้น

โดยเฉพาะการชิงเก้าอี้ “ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

ผมชอบทวีตของ “จาตุรนต์ ฉายแสง” ที่เตือนสติทั้ง 2 พรรคว่า

“ให้นึกเสียว่ามีประยุทธ์มายืนอ้าแขนรับอยู่ข้างหลังติดๆกันเลย

พอถอนตัวก็จะเข้าสู่อ้อมกอดประยุทธ์ทันที

พอจะเย็นลงมั้ย”

สรุปว่ายังไม่เย็นครับ 555

เรื่องที่ควรปิดห้องคุยกัน

กลับมาใช้วิธีตะโกนเถียงกัน


มีประโยคหนึ่งที่เตรียมไว้ตอนจบรายการ

เป็นคำพูดของ “เต๋อ” เรวัต พุทธินันทน์

ที่บอก “ไมโคร” ตอนเริ่มทะเลาะกัน

สมาชิกวงไมโครนั้นเป็นเพื่อนกันมานาน

กินนอนในห้องซ้อมดนตรีกันเป็นปีๆ

ลำบากมาด้วยกัน

แต่หลังจากที่ประสบความสำเร็จ โด่งดัง ทั้งที่เพิ่งออกอัลบั้มได้แค่ 2 ชุด

“ไมโคร” ก็เริ่มทะเลาะกัน

เพราะทุกคนต่างมี “อีโก้”

“เต๋อ” เรียกสมาชิกในวงทุกคนมาคุย

และตั้งคำถามเตือนสติสั้นๆ

“พวกมึงนี่แปลก ทำไมร่วมทุกข์กันได้ แต่สุขร่วมกันไม่เป็น”

…แปลกจริงๆ 

Jun 3, 2023

วันวิสาขบูชา ปีนี้ตรงกับวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖



image from https://www.artofit.org/image-gallery/55872851616530431/thailand-travel-buddha-poster-background/



วันวิสาขบูชา ปีนี้ตรงกับวันที่  มิถุนายน ๒๕๖๖ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา "วันวิสาขบูชาหมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน  หรือขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน  ในปีอธิกมาส