
นิติภูมิ นวรัตน์
เปิดฟ้าส่องโลก
ไทยรัฐ
20 เม.ย. 52
ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ปัจจุบันทุกวันนี้
ประเทศไทยไชโยของเราเสียชื่อเสียงใหญ่โตมโหฬาร
ยากที่จะประมาณได้ในวงการระหว่างประเทศ
และที่แย่แน่นอนที่สุด
เรามีชื่อเสียงไม่ดีอย่างมากในโลกมุสลิม
มีการทำร้ายป้ายสีว่าไทยเป็นราชอาณาจักรที่ทำร้ายโลกอิสลาม
ผู้อ่านหลายท่านคงแย้งว่า อ้า ไม่จริงดอกกระมัง
เพราะเห็นมีผู้นำอิสลามชาติต่างๆ มาเยือนประเทศไทยไชโยของเราบ่อยๆ เป็นระยะ
ขอเรียนว่า การเยือนของผู้นำเป็นเรื่องของทางราชการ เราไปเชิญท่านเข้ามา
ตามมารยาทท่านก็มา ทว่าในใจจะคิดยังไงไม่มีใครทราบ
ส่วนประชาชนผู้คนทั่วไปตามประเทศต่างๆ ความคิดก็อาจจะไม่เหมือนกับพวกผู้นำ
ทว่าเชื่อตามสื่อ ข่าวสารที่แพร่ขยายกระจายไปทั้งโลกเป็นกรณีที่ฆ่ารายวันใน 3 จชต.
ซึ่งรายงานกันแทบทุกวัน ว่าวันนี้ตายเท่านี้ศพ เท่านั้นศพ
หลายครั้งที่ผมเห็นข่าวที่สื่อไปในทำนองว่ารัฐไทยมีปัญหากับประชาชนคนมุสลิม
เท่านี้เราก็เสียหายใหญ่โตแล้วครับ
ประเทศบอบช้ำเสียหายใหญ่โตต่อเนื่อง ระลอกแล้วระลอกเล่าเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ
หลายท่านยังพยายามนำไฟในออก นำไฟนอกเข้า อยู่ดีไม่ว่าดี
นำเรื่องที่เกิดขึ้นภายในบ้านไปโพนทะนาสาธยายให้โลกรู้
ทะเลาะเบาะแว้งกันเองแท้ๆ
ยังมีคนไม่หวังดีลากการเมืองเข้ามาเกี่ยวดองหนองยุ่งกับศาสนา
แถมยังจะขี่ม้าสามศอกไปบอกเจ้าผู้ครองนครดูไบ
นี่เป็นเรื่องภายในบ้านของเรา ท่านจะเขี่ยลูกฟุตบอลให้ไปอยู่หน้าประตูตัวเองทำไม?
ท่านไปสร้างความชอบธรรมให้คนประเทศอื่นเข้ามา
เกี่ยวดองหนองยุ่งกับเรื่องในบ้านของเราทำไม?
ท่านเผาบ้านของตัวท่านเองทำไม?
วัฒนธรรมความขัดแย้งอุบัติขึ้นในสังคมไทยอย่างรุนแรง
ความอิจฉาริษยากัน การปั้นข่าวเท็จกระหน่ำโหมโจมตีทำลายล้างกันและกัน
มีทุกทั่วหัวระแหง
ความฝันอันดั้งเดิมของเราชาวไทยส่วนหนึ่ง
ก็คือเราประสงค์จะฝากประเทศไทยไว้กับมุสลิมส่วนใหญ่
กะว่าในบั้นปลายท้ายที่สุดแล้ว มุสลิมจะเป็นตัวอย่างของผู้คนทั้งประเทศ
ซึ่งหากใครได้อ่านพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน ทั้ง 114 บท
หรือซูเราะหฺ อ่านทั้ง 6,200 กว่าโองการ หรือวรรค หรืออายะหฺ
ศึกษาไปถึงซุนนะหฺซึ่งหมายถึงวัจนะหรือคำพูด (หะดิษ)
การปฏิบัติของท่านศาสดามุฮำมัด (ศ็อลฯ)
ท่านจะพบว่าอิสลามเป็นศาสนาที่จะเป็นที่พึ่งแห่งมนุษยชาติในบั้นปลายท้ายที่สุด
สิ่งดีที่วิเศษที่สุดอย่างหนึ่งในศาสนาอิสลามก็คือ
การถือศีลอดเป็นเวลา 1 เดือนในรอบปี ซึ่งทั้งอภิพญามหาราชา
อภิพญามหาเศรษฐี ยาจก ฯลฯ
ทุกคนต้องถือศีลอด ทุกคนต้องได้รู้ซึ้งถึงความอดอยากหิวโหย
ได้ฝึกความอดทน ฝึกการควบคุมอารมณ์
ผู้อ่านท่านที่คบค้าสมาคมกับมุสลิมของแท้
ท่านจะพบว่าท่านเหล่านั้นอยู่ในความสำรวมเป็นอย่างมาก
สำรวมทั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม
หลักการดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งของศาสนาอิสลามก็คือ
การบริจาคซะกาต เป็นการกำหนดให้มุสลิมที่มีทรัพย์สินถึงอัตราที่ศาสนากำหนด
เมื่อครบรอบปีต้องบริจาคทรัพย์สินนั้นแก่คนยากจน
ผมมีความเชื่อมาตลอดว่าอิสลามสอนให้คนเสียสละ
เย็นวานนี้ที่จังหวัดกระบี่ มีมุสลิมจำนวนหนึ่งกรุณามาพบผม
บอกว่าไม่สบายใจที่มีการนำการเมืองเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง
ภายในประเทศไปปะปนกับศาสนาอิสลาม
และเมื่อผมถึงกรุงเทพฯ เย็นนี้ก็มีมุสลิมมาพบผมที่บ้าน
พูดเหมือนกันว่า ไม่น่านำศาสนาอิสลามไปเกี่ยวดองหนองยุ่งกับการเมือง
ผมสัญญากับท่านว่า คืนนี้ผมจะเขียนรับใช้ในเรื่องนี้
ซึ่งผมก็ได้ทำตามสัญญาแล้วนะครับ
อย่านำความขัดแย้งเสื้อแดงเหลืองไปยุ่งกับศาสนาอิสลาม
ไม่ว่าจะเป็น “สมัย” นี้ หรือ “สมัย” ไหนทั้งสิ้น!