
นิติภูมิ นวรัตน์
เปิดฟ้าส่องโลก
ไทยรัฐ
22/4/2552
ผู้อ่านท่านครับ คนเราเคารพและศรัทธากันด้วยผลงาน
ไม่ใช่ยังไม่ทันเห็นงานก็นึกชอบหรือไม่ชอบกันแล้ว
คนที่เป็นทองคำของแท้เท่านั้นที่จะสามารถยืนอยู่ในสังคมได้ยาวนานนับสิบปี
ส่วนทองของปลอม ขึ้นมาเพียงประเดี๋ยวประด๋าว
โดนใครเอาอะไรมาขีดข่วนก็ถลอกปอกเปิก บั้นปลายท้ายที่สุด ไม่มีที่ให้ยืนอยู่ในสังคม
ดูเหมือนว่าขณะนี้เริ่มมีการพบทองคำของแท้ขึ้นมาอีกแท่ง
ผมฟังจากผู้นำในทวีปอเมริกาพูดถึงโอบามา
หลังจากประชุมสุดยอดผู้นำประเทศในทวีปอเมริกา
ซึ่งจัดที่สาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโกเมื่อวันก่อน
ทุกคนสรุปตรงกันว่า ผู้นำโอบามาแห่งสหรัฐฯ
คือพระเอกของงานและเป็นทองคำของแท้ในแวดวงการเมืองโลก
ผู้อ่านท่านก็ทราบว่า ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ
ของสาธารณรัฐเวเนซุเอลาเป็นคนพูดจาโผงผาง
ไม่ให้เกียรติใครและมีทัศนคติไม่ดีต่ออเมริกา หลายคนคิดว่า
เมื่อเผชิญหน้ากัน ผู้นำเวเนซุเอลาก็คงจะพูดจาแซวโอบามา
พราะก่อนหน้านี้ก็มีการแซวผ่านสื่อไปหลายครั้ง แต่เมื่อเจอหน้ากัน
ชาเวซกลับพูดกับโอบามาว่า “ผมเคยจับมือกับบุชด้วยมือนี้เมื่อแปดปีที่แล้ว
แต่ผมต้องการเป็นเพื่อนกับคุณ”
ผู้นำที่ตกผลึกและผ่านร้อนหนาวมาอย่างโชกโชนต้องการบอกอะไรกับโอบามา
ถึงพูดจาประโยคนี้
อย่างแรกเลยก็คือ ต้องการบอกว่า ข้าเก๋า ข้าเป็นผู้นำเก่าแก่
โอบามาเอ็งน่ะเป็นผู้นำใหม่ ถึงแม้ว่าข้าจะเคยจับมือกับบุชมาก่อน
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ข้าจะชอบไอ้บุช
ข้ายังเคยด่าบุชมากมายก่ายกองหลายครั้งซะด้วยซ้ำ
ซึ่งผู้อ่านท่านคงเคยได้ยินนะครับ ว่าชาเวซด่าบุชว่า “ไอ้โง่”
และชาเวซไม่เคยแสดงความเคารพบุช
แต่ขณะที่จับมือกับโอบามา นักข่าวสรุปตรงกันว่านายชาเวซ
แสดงความเคารพต่อโอบามามาก
หลังจากพบกันแล้ว นายชาเวซยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึก
เมื่อเจอโอบามาครั้งแรกด้วยประโยคบวก
ใครที่ตามชาเวซมายาวนานก็คงรู้สึกได้นะครับ
ว่ามนุษย์คนนี้ใครคิดยังไง
ก็พูดออกไปอย่างนั้น ไม่มีเสแสร้ง ไม่มีดัดจริต
ชาเวซให้สัมภาษณ์ว่า
“เราจับมือกันอย่างสุภาพ...ประธานาธิบดีโอบามาเป็นคนสุภาพ
แตกต่างจากไอ้คนก่อนหน้านี้”
ไอ้คนก่อนหน้านี้ที่ชาเวซพูดถึงก็คือ จอร์จ บุช
ซึ่งผู้คนทั้งโลกและแม้แต่คนอเมริกันเอง
ก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่า
เป็นประธานาธิบดีห่วยแตก กักขละ พูดจาไม่รู้เรื่อง
และชอบก่อสงคราม
ผู้คนทั้งโลกชื่นชมสมใจโอบามา เพราะต่างได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับตัวของโอบามามามาก
ไม่ว่าจะเป็นชีวิตวัยเด็ก ชีวิตในอินโดนีเซีย ชีวิตการทำงาน
การมีพ่อขี้เมาหยำเปไม่รับผิดชอบ แม้แต่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ น้องชายแท้ๆ
แต่ต่างแม่ของโอบามาถูกจับข้อหามั่วยาเสพติดในสลัมชานกรุงไนโรบี ฯลฯ
เรื่องเล่าอะไรพวกนี้ทำให้โอบามามีเสน่ห์ โอบามาขึ้นมาได้
ไม่ใช่เพราะมีชาติตระกูลสูงส่ง
ไม่ใช่เพราะเงิน หรือไม่ใช่เพราะมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน
แต่ขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเอง
ทุกคนทราบและให้ความเคารพโอบามาตรงนี้
แม้แต่สมเด็จพระบรมราชินีนาถของอังกฤษก็ทรงให้เกียรติ
และทรงเมตตาเอ็นดูโอบามาและภริยาอย่างมากด้วยเช่นกัน


และ The Audacity of Hope “ความอาจหาญต่อความหวัง”ก็ขายดีอยู่นานถึง ๖๗ สัปดาห์
ถึงขนาดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ โอบามายื่นรายงานแสดงภาษีว่าตนมีรายได้ถึง ๔.๒ ล้านดอลล่าร์
(๑๔๗ ล้านบาท) และ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีรายได้ ๒.๖๕ ล้านดอลล่าร์ (๙๒ ล้านบาท)
ส่วนใหญ่ก็มาจากการขายลิขสิทธิ์เรื่องเล่านี่แหละ
๔ ปีที่แล้ว มีการประชุมซัมมิตอเมริกาที่อาร์เจนตินา ตอนนั้นบุชเป็นผู้นำสหรัฐฯ
ชาเวซคนเดียวกันนี้นี่แหละครับ ที่โจมตีนโยบายของอเมริกาซะเละตุ้มเป๊ะมาก่อน
แต่ในการประชุมซัมมิตอเมริกาที่ตรินิแดดและโตเบโกปีนี้
นายชาเวซกลับมอบหนังสือให้โอบามาชื่อ “The Open Veins of Latin America”
ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยนักเขียนหัวเอียงซ้ายชาวอุรุกวัย
โอบามาก็สุภาพมาก รับหนังสือมาพร้อมรอยยิ้ม
และแล้ว คนที่โลกหวังว่าจะสร้างสันติสุข ก็อุบัติแล้ว เป็นคนผิวดำ
มีพ่อเป็นชาวเผ่าที่มาจากหุบเขาลำเนาไพรในเคนยา ผู้มีชื่อว่า “โอบามา” นี่เอง