Custom Search

Mar 11, 2009

Madiba จากแอฟริกาใต้ผู้ยิ่งใหญ่



วรากรณ์ สามโกเศศ
มติชน
วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552


ชื่อ Nelson Mandela เกรียงไกรในหมู่ผู้ชื่นชมคนกล้าหาญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้าหาญทางจริยธรรม
วันนี้เขาอายุใกล้ 91 ปี ผู้สูงอายุขนาดนี้
ที่มีผู้คนนับถือกราบไหว้คงจะต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดา
อย่างแน่นอนประเทศแอฟริกาใต้ซึ่งตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปแอฟริกา
ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 48 ล้านคน
(ร้อยละ 9.2 เป็นคนผิวขาวซึ่งมาจากหลากหลายชาติพันธุ์ของยุโรปร้อยละ 79.5
เป็นคนพื้นเมือง คนแอฟริการ้อยละ 8.9 เป็นคนผิวสี
(colored ซึ่งหมายถึงลูกผสมของคนแอฟริกาพื้นเมืองต่างๆ กับคนผิวขาวหรือคนเอเชีย)
มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยเกือบ 3 เท่าตัว
ประเทศนี้ถึงแม้จะอยู่ในดินแดนแอฟริกาซึ่งเป็นของคนพื้นเมือง
แต่คนผิวขาวก็ไปตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน
กล่าวคือเป็นอาณานิคมของอังกฤษเมื่อ ค.ศ.1806
และขยายเติบโตใหญ่ขึ้นจากการอพยพของคนยุโรปชาติอื่นๆ
ความร่ำรวยทรัพยากรของแอฟริกาใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพชร
ทำให้เกิดสงครามสู้รบระหว่างคนผิวขาวที่ไปตั้งรกรากอยู่เดิมกับรัฐบาลชาติยุโรป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษหลายครั้งใน ค.ศ.1961
ผู้นำประเทศซึ่งเป็นพรรคคนผิวขาวซึ่งสืบทอดมาจากผู้ตั้งรกราก
ประกาศแยกตัวจากจักรภพอังกฤษเป็นประเทศอิสระที่เป็นสาธารณรัฐ
และใช้นโยบายกีดกันคนผิวดำพื้นเมืองออกจากคนผิวขาว
แยกกันในบริเวณที่อยู่อาศัย ห้ามคบหาสมาคมหรือแต่งงานกัน
แยกร้านอาหาร และเหนืออื่นใดไม่ให้ความเท่าเทียมกันในเรื่องการศึกษา
การทำงาน สิทธิทางกฎหมาย สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง ฯลฯ
นโยบายกีดกันนี้เรียกว่า Apartheid
ซึ่งเป็นขั้นรุนแรงที่สุดของการกีดกันซึ่งมีมาโดยตลอด
และรุนแรงขึ้นเป็นลำดับในประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของ
คนผิวดำพื้นเมืองเพื่อความเท่าเทียมกันนี้
ก็เกิดผู้กล้าหาญคนหนึ่งซึ่งติดคุกยาวถึง 27 ปี
ก่อนที่จะได้รับอิสรภาพและออกมาต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกัน
อย่างประสบผลสำเร็จได้เป็นประธานาธิบดีของประเทศ
ภายใต้ทิศทางใหม่ ในวันที่เขาได้รับอิสรภาพในปี 1990 นั้น
มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ชายผู้นี้คือ Nelson Mandela
Nelson Mandela โดยสายเลือดแล้วเขาสืบทอดมาจากกษัตริย์ในราชวงศ์ Thembu
ซึ่งครองอำนาจในพื้นที่ของแอฟริกาใต้ในปัจจุบัน
ทวดของเขาเป็นกษัตริย์ของชาวเผ่า Thembu ลูกชายคนหนึ่งซึ่งมีนามว่า Mandela
เป็นปู่ของเขา
Nelson Mandela ผู้ซึ่งปัจจุบันคนแอฟริกาใต้เรียกอย่างรักใคร่และนับถือว่าMadiba
ได้รับการศึกษาขั้นต้นเป็นอย่างดีจากโรงเรียนฝรั่งในแอฟริกาใต้
เขาเรียนในมหาวิทยาลัย Fort Hare
และได้พบเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต้องการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของคนผิวดำ
เขาออกจากมหาวิทยาลัยก่อนจบเพราะต่อต้านนโยบายของมหาวิทยาลัยMandela
ทำงานในบริษัทพร้อมกับเรียนกฎหมายทางไกลกับ University of South Africa
จนจบได้ปริญญาในปี 1952 เมื่ออายุได้ 34 ปี
ก็โดดเข้าการเมืองเต็มตัวและต่อสู้ในสิ่งที่เขาเชื่อโดยใช้สันติวิธี
ยึดแนวของมหาตมะ คานธี
เขาถูกจับข้อหากบฏกับเพื่อน 150 คนจากการต่อต้านประท้วงในปี 1956
แต่หลุดรอดคดีมาได้หลังจากรู้สึกว่าสันติวิธีไม่ได้ผลเขาก็ใช้ความรุนแรง
ในปี 1961 เขาเป็นหัวหน้าด้านติดอาวุธของกลุ่ม ANC
(African National Congress) ประสานงานใช้อาวุธบ่อนทำลายกำลังทหาร
และฝ่ายรัฐบาล
ในปี 1962 Mandela ถูกจับหลังจากหลบหนีอยู่นานในข้อหากบฏ
เขาติดคุกและเป็นนักโทษในประเภท D คือนักโทษชั้นต่ำสุด
(ชั้นต่ำแรกคือผิวดำ ต่ำสุดคือนักโทษการเมือง)
ซึ่งได้รับส่วนแบ่งอาหารน้อยที่สุด และมีโอกาสได้รับจดหมาย 6 เดือนครั้ง
ซึ่งก็มักถูกแกล้งให้ตัวอักษรเลอะเลือนอ่านไม่ได้
ระหว่างถูกจำคุกอยู่บนเกาะ Robben
เขาเรียนปริญญาตรีทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยลอนดอนทางไกลจนจบได้ปริญญา
และระหว่างอยู่ในคุกเขาก็สอนหนังสือนักโทษผิวดำรุ่นเด็กจนรู้จักกันดี
ในนามของ "Mandela University"
เมื่อการให้การศึกษาของเขาได้รับความนิยม
เขาจึงถูกย้ายไปคุมขังที่อื่น
ตลอดเวลาที่ติดคุกเขาเขียนบันทึกชีวิต
ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น "Long Walk to Freedom"
ที่เป็นหนังสือยอดนิยมอย่างสูงเล่มหนึ่งในโลกนโยบาย Apartheid
ถูกต่อต้านหนักขึ้นทุกทีจากภายในประเทศจากคนผิวดำพื้นเมือง
จนกลายเป็นชนวนของการฆ่าหมู่หลายครั้ง
และต่อมานานาประเทศก็รังเกียจนโยบายนี้และบอยคอตแอฟริกาใต้
(โปรดสังเกตว่ามันสวนทางกับแนวทาง Civil Liberty
ที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาเดียวกันหลังจาก
ประธานาธิบดีเคนเนดี้ได้รับเลือกตั้งใน ค.ศ.1960
ในเรื่องความเท่าเทียมกันระหว่างผิว ซึ่งแนวทางของสหรัฐอเมริกา
ได้กลายเป็นกระแสหลักของโลกไป)ระหว่างที่เขาติดคุก
เพื่อนฝูงผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งในและต่างประเทศไม่ลืมเขา
พยายามต่อสู้ให้เขาได้รับอิสรภาพตลอด
จนในที่สุดรัฐบาลของประธานาธิบดี F.W. de Klerk
ก็ต้องยอมปล่อยเขาใน ค.ศ.1990
ทันทีที่ออกมาเขาก็มาเป็นผู้นำของ ANC
ต่อสู้เพื่อผลักดันให้เกิดระบอบประชาธิปไตยที่ทุกภาคส่วนมีสิทธิ
ในการออกเสียงเลือกตั้ง
ในปี 1993 เขาก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกับประธานาธิบดี F.W. de Klerk
และในการเลือกตั้งในปี 1994 ก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในวัย 76 ปี
ด้วยเสียงท่วมท้นและเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของแอฟริกาใต้
(ครองตำแหน่ง 1994-1999)
สิ่งที่ผู้คนชื่นชม Nelson Mandela มากก็คือเมื่อเขาได้รับอิสรภาพแล้ว
แทนที่จะแก้แค้นรังควานคนที่ทำกับเขามาตลอดเวลาที่ถูกคุมขัง
เขากลับร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างจริงใจเพื่อสร้างความสมานฉันท์ระหว่างสีผิวต่างๆ
ซึ่งมีอยู่หลากหลายในแอฟริกาใต้
จนกระทั่งแม้แต่ศัตรูเก่าทั้งหลายของเขาก็แสดงความชื่นชม
ในความกล้าหาญทางจริยธรรมที่เขาละเว้นการสนับสนุนฆ่าล้างแค้นคนผิวขาว
ไล่คนผิวขาวออกจากแผ่นดิน
สิ่งที่เขาปรารถนาอย่างแรงกล้าคือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของชาวแอฟริกาใต้
เขาเชิดชูสันติภาพ ความสมานฉันท์ การประสานความแตกร้าว
และไม่ใช่ในประเทศของเขาเท่านั้น
หลังจากได้รับรางวัลโนเบลเขาช่วยระงับข้อขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับลิเบีย
ซึ่งทั้งหมดที่ทำไปนี้มิใช่เพื่อตนเองแต่เพื่อความสงบสุขของมนุษยชาติ
ใครที่เป็นแฟนรักบี้คงจำภาพการแข่งขันคู่ชิงชนะเลิศในการแข่งขัน
Rugby World Cup ปี 1995 ที่แอฟริกาใต้
หลังจากทีม Springboks ของแอฟริกาใต้
ชนะทีม All Blacks ของนิวซีแลนด์
Mandela ใส่เสื้อทีม Springboks ซึ่งครั้งหนึ่ง
สมาชิกทีมจะต้องเป็นคนผิวขาวเท่านั้น
มอบถ้วยชนะเลิศให้แก่กัปตันทีมซึ่งเป็นคนผิวขาว
เหตุการณ์ครั้งนั้นประทับใจชาวโลกว่าเป็น
สัญญาณแห่งความประนีประนอม
ระหว่างคนผิวขาวและคนพื้นเมืองผิวดำหลังจากฆ่าฟันต่อสู้กันมายาวนาน
ชื่อของ Nelson Mandela จะประทับอยู่ในโลกไปตลอดกาลนาน
ในฐานะผู้ต่อสู้กับความยากลำบากอย่างแสนเข็ญ ติดคุกยาวนานถึง 27 ปี
และเมื่อได้รับอิสรภาพแล้วก็ทำงานสร้างสรรค์เพื่อความสมานฉันท์
และเพื่อความผาสุกของประชาชนโดยไม่ได้มีความแค้นเคือง
หรือนึกถึงเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด
Madiba เป็นผู้นำยิ่งใหญ่ มีชัยชนะเหนือใจตนเอง
และมีใจที่กว้างขวาง
ตระหนักดีถึงคำกล่าวเก่าแก่ของ Juvenal กวีชาวโรมันที่ว่า
"การแก้แค้นเป็นความสุขที่ไร้แก่นสารของใจที่คับแคบ"
หน้า 6