Custom Search

Jul 29, 2019

ไขข้อข้องใจ ทำไม"บิ๊กตู่"จึงได้เป็น “นักรบเหรียญรามาฯ"



ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/596006

นักข่าวสายทหาร โพสต์ข้อความไขข้อข้องใจ  ทำไม"บิ๊กตู่"จึงได้เป็น “นักรบเหรียญรามาฯ" เพจ เฟซบุ๊ก วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร นสพ.บางกอกโพสต์ โพสต์ข้อความระบุว่า ทำไม”บิ๊กตู่” จึงได้เป็น “นักรบเหรียญรามาฯ"

เพจ เฟซบุ๊ก วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร นสพ.บางกอกโพสต์ โพสต์ข้อความระบุว่า ทำไม”บิ๊กตู่” จึงได้เป็น “นักรบเหรียญรามาฯ" ส่วน “บิ๊กโด่ง” ได้เป็น”วีรบุรุษเขาพนมปะ”

ทำไม “นายกฯบิ๊กตู่” ต้อง สวนกลับ “บิ๊กตู่” พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีต ผบ.ตร.และหัวหน้าพรรค เสรีรวมไทย กลางสภาฯ ก่อนประกาศตัดพี่ตัดน้อง สายเลือดเตรียมทหาร

“ผมก็เหรียญรามาเหมือนกันแต่ไม่เคยไปโอ้อวด แอบอ้าง” บิ๊กตู่ สวนกลับ
ก่อนที่ บิ๊กเยิ้ม พลเอก ธวัชชัยสมุทรสาคร เพื่อนเตรียมทหาร 12 ของ บิ๊กตู่ แฉว่า ได้มายังไง

พลเอกประยุทธ์ เป็น1 ใน ทหารเสือราชินี ที่ได้รับพระราชทาน เหรียญรามมาลาเข็มกล้ากลางสมรหรือที่เรียกกันติดปากว่า “เหรียญรามา” จาก สมรภูมิเขาพนมปะ เมื่อปี2526

พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะนั้นเป็นนายทหารยศร้อยเอก ร.21 พัน2 รอ.ได้รับคำสั่งให้นำกำลังไปสมทบกับ พันโทณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช ไปรักษาอธิปไตยชายแดนป้องกันไม่ให้ทหารเวียดนามล้ำเข้ามาในเขตแดนประเทศไทย

พลเอกประยุทธ์ ได้รับมอบหมายให้รักษาพื้นที่ บนเขาพนมปะ แต่ถูกทหารเวียดนามเข้าล้อม และโจมตีและเกิดความสูญเสีย แม้แต่ จ่า พลขับ ที่ พลเอกประยุทธ์ รักมาก ถูกยิง เสียชีวิต

จากนั้น ผบ .ร.21รอ. ได้ส่ง บิ๊กโด่ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้หมวด ร21พัน3รอ.ไปช่วยกอบกู้สถานการณ์ ที่กำลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
พลเอกประยุทธ์ และพลเอกอุดมเดช รบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน จนสามารถผลักดันทหารเวียดนามออกไปจาก ผืนแผ่นดินไทยได้ ไม่ทำให้ไทยต้องเสียอธิปไตย

วีรกรรมการผลักดันทหารเวียดนามออกจากแผ่นดินไทยได้สำเร็จใน สมรภูมิเขาพนมปะ ทำให้นายทหารที่ร่วมปฏิบัติการ ครั้งนั้น ได้รับพระราชทานเหรียญรามมาลาเข็มกล้ากลางสมร ได้เป็นนักรบเหรียญกล้าหาญ นักรบเหรียญรามา

และมีการขนานนามให้ พล.อ.อุดมเดช เป็น “วีรบุรุษเขาพนมปะ”ในฐานะผู้หมวดที่นำกำลังขึ้นไปช่วยกอบกู้สถานการณ์

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ พลเอกประยุทธ เกิดความผูกพันกับ พลเอกอุดมเดช

และวีรกรรมที่เขาพนมปะ นั้น มีส่วนสำคัญที่ทำให้ต่อมาในระหว่างที่ พลเอกอุดมเดช เป็นแคนดิเดทชิงตำแหน่ง ผบ.ทบ. กับ บิ๊กต๊อก พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา ในเวลานั้น ที่ก็เป็นคีย์แมน คสช. คนสำคัญ ในการรัฐประหาร 22พค.2557

แต่ในที่สุด พลเอกประยุทธ์ ที่ตอนนั้น เพิ่งเกษียณจาก ผบ.ทบ. แล้วมาเป็นนายกฯ จึงตั้ง พลเอกอุดมเดช เป็น ผบ.ทบ. และเลขาฯคสช. ต่อมาเมื่อ พลเอก อุดมเดช เกษียณ ก็ให้เป็น รมช.กลาโหม

สําลักข่าวลําสาลีนิวส์




#อย่าหาว่าน้าสอน Full Podcast 1


















































Jul 28, 2019

วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ทรงพระเจริญ
ภาพเอื้อเฟื้อจาก LINE

Jul 27, 2019

อนุพงษ์ เผ่าจินดา แลกเปลี่ยน ทิม พิธา ถกประเด็นนโยบายเกษตรอย่างสร้างสรรค์






26 ก.ค.62 หลังจากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกรัฐสภาพรรคอนาคตใหม่อภิปรายเกี่ยวกับนโยบายการเกษตรและที่ดิน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวชื่นชมนายพิธาว่าอภิปรายได้ครบทุกประเด็นและทึ่งในตัวนายพิธา พร้อมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนนโยบายด้านการเกษตรกันอย่างสร้างสรรค์


  • “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” : ปัญหา “กระดุม 5 เม็ด” การเกษตรไทย-ติดกระดุมเม็ดแรกผิด ก็ยากจะออกจากวังวนความยากจน



Jul 26, 2019

“ทักษิณ” ซึ้งน้ำใจ คนช่วยเชียร์ตลอดเวลา ฉลองวันเกิด ครบ 70 ปี ยังแข็งแรง บ่มสุขมากๆ อย่าบ่มทุกข์

ที่มา https://www.khaosod.co.th/politics/news_2745375


เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายจอม เพชรประดับ อดีตผู้สื่อข่าว อดีตพิธีกรไอทีวี ไทยพีบีเอส และวอยซ์ทีวี ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก การจัดงานฉลองวันเกิดครบรอบ 70 ปี ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร โดยมีแฟนคลับประมาณ 10 กว่าคนร่วมงาน และพูดคุยกับนายทักษิณ ผ่านจอทีวีขนาดใหญ่ มีการเป่าเค้ก พร้อมอวยพรให้ได้กลับบ้าน
นายทักษิณ กล่าวว่า 13 ปี แล้วที่ออกมาท่านทั้งหลายไม่ลืม คอยเป็นห่วงเป็นใย ทำให้มีกำลังใจจนต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง วันนี้ครบ 70 ดูแล้วใจหาย แต่ดูสุขภาพเราอายุเป็นเพียงตัวเลข สำคัญที่สุดสุขภาพดีเงินซื้อไม่ได้ ต้องหาเอาเอง ถ้าเรารักษาสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพจิตอย่างตน
ต้องมองทั้งสองด้าน ฝั่งหนึ่งเล่นงานแบบไม่มีหลัก ไม่มีเกณฑ์ ก็ว่ากันไปเรื่อยเปื่อย แต่อีกฝั่งก็ให้กำลังใจตลอดเวลา ก็ต้องเอาสิ่งที่เป็นบวกมาเป็นกำลังใจ ไม่อย่างนั้นก็คงอยู่ยาก
อาจารย์คนหนึ่งบอกว่ามนุษย์เราความสุขความทุกข์เหมือนเม็ดฉำฉา หรือจามจุรี ถ้าเอาเม็ดที่เป็นความสุขมาบ่มก็เบ่งบาน หัวใจพองโต ถ้าเอาเม็ดที่ทุกข์มาบ่มจิตใจก็ห่อเหี่ยว ชีวิตก็แย่ลงทุกวัน ฉะนั้นพยายามบ่มสุกให้มากๆ อย่าบ่มทุกข์มากไป แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่รับรู้เรื่องทุกข์ แต่อย่าให้ทุกข์มาบั่นทอนจนไม่มีความสุข เพราะชีวิตไม่ได้ยืนนาน ต้องอยู่ให้เป็น อยู่ให้มีคุณค่า จึงต้องเตือนตัวเอง สอนตัวเอง
“ถึงวันนี้ 70 ก็ยังคิดว่าตัวเองยังแข็งแรงดี มีจิตใจที่ยังเข็มแข็ง คิดถึงพี่น้อง คิดถึงพลังอย่างนี้ อยู่ๆ ใครจะเอาคนมาช่วยเชียร์ ช่วยรักเราตลอดเวลา เป็นไปไม่ได้ถ้าเราไม่ทำตัวเรา ทุกวันนี้คิดอย่างเดียวว่าเป็นหนีบุญคุณประชาชน เพราะประชาชนรักและห่วงใยผม และพรรค ผู้สนับสนุนผม


เลือกตั้งทีไรก็ชนะตลอด ทั้งถูกโกงและอะไรทุกอย่างก็ยังถือว่าทำได้ดี แต้มสูงสุดแล้ว กำลังใจเหล่านี้ทำให้ผมอยู่ได้ ผมซาบซึ้งที่พวกท่านมาอวยพร จัดลำดับพิธี คำอวยพรที่จริงใจ ขอเป็นกำลังใจให้พวกท่านทุกคน ให้สุขภาพแข็งแรง รุ่งเรืองตลอดไป แล้วพบกันใหม่ที่ L.A.ครับ”

Jul 25, 2019

การแถลงนโยบายรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" ต่อรัฐสภา วันที่ 2 (26 ก.ค. 62)



การแถลงนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อรัฐสภา วันที่ 1 (25 ก.ค. 2562)


พล.อ.ประยุทธ์แจงทุกประเด็นแถลงนโยบายรัฐบาล 25 ก.ค. 2562





'กรณ์'เฉลย5สาเหตุฟังแล้วอึ้ง!ทำไม'พระราม2'ถึงเป็นถนนเจ็ดชั่วโคตร

23 ก.ค.62- นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Korn Chatikavanij
ถึงการซ่อมถนนพระราช 2 ว่า พระราม2 อันยาวนาน.. ประชาชนทุกคนที่ต้องใช้เส้นทางถนน “พระราม2” เดือดร้อนมากมานาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อาศัยอยู่ในเขตที่พาดผ่านเส้นทางดังกล่าวระหว่างทางเข้ากรุงเทพฯ และชาวสมุทรสาคร
ผมเองจำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้บ่อย และอึดอัดกับสภาพจราจรของถนนเส้นนี้มาก เพราะแทบไม่เคยเห็นความคืบหน้าเลย แย่ไปกว่านั้น
ผมไม่เคยแม้แต่จะเห็นว่ามีการทำงานอยู่หน้างานแทบทุกครั้งที่ต้องเดินทางผ่าน
วันก่อนเจ้ากระทรวงคมนาคม ท่านรมว.ศักดิ์สยาม และรมช.ถาวร ได้ใส่ใจลงไปจี้งานตั้งแต่วันแรกๆ ที่เข้ากระทรวงผมดีใจมากครับ
วันนี้มีโอกาสได้คุยกับรมช.ถาวรที่พรรคฯ ท่านเลยฝากมาเล่าสู่กันฟังว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และได้ดำเนินการสั่งการแก้ไขไปแล้วอย่างไรบ้าง
ฟังแล้วก็ทึ่งใน “การทำงานตามระบบราชการ” มากเหมือนกันครับ
1-ทางกรมทางหลวงอ้างว่า สาเหตุที่ล่าช้าเพราะ การประปา การไฟฟ้า ไม่ให้ความร่วมมือในการรื้อย้าย
แจ้งว่าประชุมกันไป 10 กว่าครั้งก็ยังไม่ได้ข้อตกลง สิ่งที่ท่านรมต.ทั้งสองได้ถามกลับไปคือ “ยังคุยไม่ได้แล้วเปิดหน้างานไปทำไม??”
2-จากสภาพจริงคือ ทางผู้รับเหมาได้เปิดหน้างานกว้างเกินไป และเปิดพร้อมกันทั้งสองฝั่งถนน
เหลือพื้นที่ให้รถวิ่งได้น้อยมาก ทั้งๆ ที่เป็นเส้นทางสำคัญ เป็นถนนเส้นหลักจากภาคใต้ทั้งภาค ที่มีค่าเฉลี่ยสถิติรถวิ่งเข้า/ออกมากถึงวันละ 200,000 คัน
3-ผมรู้แล้วว่าทำไมไม่เคยเห็นคนงาน นั่นเป็นเพราะสภาพดินที่นิ่มทำให้หลังจากถมดินถมทรายแล้ว ต้องทิ้งไว้เฉยๆ อย่างน้อย 6 เดือนให้อยู่ตัว
ท่านรมต.ได้ถามว่า ใช้วิธีตอกเสาเข็มแล้วเทซีเมนต์เลยไม่ได้หรือ คำตอบคือ “ได้”
และในระยะยาวดีกว่าด้วย แต่ข้าราชการบอกว่า ไม่ได้ของบไว้ ซึ่งรถ 200,000 คันติดกันวันละหลายชั่วโมง
น่าจะมีต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สูงมากมาคำนวณเปรียบเทียบถึงความคุ้มค่าของการที่ต้องรอแบบนี้ทุกๆ วัน
4-ไม่มีการประสานขอความร่วมมือการวิ่งรถบรรทุกเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ประชาชนต้องเดินทางทำงาน หรือรับ/ส่งลูกที่โรงเรียน
5-ระหว่างนี้ตำรวจควรต้องขยันมาดูแลจราจร เพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะเมื่อมีเลนถนนที่แคบอยู่แล้ว ทำให้รถติดเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ทั้งหมดนี้ฟังแล้ว แถมยังเจอกับด้วยตัวเองมาแล้วหลายครั้ง
เป็นเรื่องที่ ‘โดน’ ผมมากเลยขอเอามาเล่าให้ฟังกันครับ
ท่านรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ถาวร เสนเนียม ให้คำมั่นว่า
งานจะเสร็จเร็วขึ้นแน่นอน และระหว่างนี้จะเริ่มมีมาตรการบรรเทาปัญหาให้พี่น้องประชาชนครับ.





Jul 22, 2019

รวมเพลงเก่าฮิต กว่าจะรัก [นันทิดา แก้วบัวสาย,เบิร์ด ธงไชย,โต๊ะ วสันต์ ]


พลิกพาณิชย์ศิลป์แบบ “เต๋อ เรวัต” มันสมอง-ผู้ร่วมตั้ง “แกรมมี่” ปฏิวัติเพลงไทยยุคใหม่ (version 1)


เต๋อ - เรวัต พุทธินันทน์ นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และผู้ร่วมตั้งบริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์ (ภาพจาก YouTube / GMM GRAMMY OFFICIAL) 

 http://www.facebook.com/rewat.forever

ชื่อ เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ ยังอยู่ในความทรงจำของคนดนตรีและประชาชนชาวไทยเสมอ ในฐานะผู้ผลิตงานศิลปะด้านเสียงดนตรี เต๋อ เรวัต เป็นชื่อของบุคคลที่สร้างปรากฏการณ์พลิกอุตสาหกรรมเพลงและการรับรู้เกี่ยวกับโลกพาณิชย์ศิลป์เมื่อช่วงต้นยุค 2530 ซึ่งก่อนหน้านั้น ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมเพลงและโครงสร้างของเพลง “ร่วมสมัย” ยุคนั้นยังมีไม่กี่แนวและเป็นสูตรสำเร็จ

นามสกุลพุทธินันทน์ สร้างชื่อในช่วงปลายยุค 2520 จนถึงช่วง 2530 จากผลงานของ พี่ชายใจดี ในวงการเพลงนามว่า เต๋อ เรวัต เจ้าของสัญลักษณ์หนวดงามแห่งวงการดนตรีร่วมสมัยไทยกำเนิดในกรุงเทพฯ จบการศึกษาที่เซ็นคาเบรียล ศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้นคณะบัญชี แต่ย้ายไปคณะเศรษฐศาสตร์ (โดยเอกสารประชาสัมพันธ์เมื่อครั้ง ออกอัลบั้ม เต๋อ-3 ระบุว่า “เพราะไม่ต้องเข้าเรียนทุกชั่วโมง”)

ในช่วงที่เรียนหนังสือ เต๋อ เรวัต สนใจและมีความสามารถด้านดนตรีมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเรียนจบก็ตั้งใจจะเลิกเล่นและหันไปทำงานธนาคาร แต่ชีวิตหักเหเมื่อได้รับจดหมายชวนจากวง The Impossibles ให้ไปเล่นดนตรีที่ฮาวาย ซึ่งเต๋อ เรวัต ตกลงใจด้วย ที่นั่นเองเป็นช่วงที่ใช้เวลาว่างจากการเล่นดนตรี ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้
ไทยได้มีผู้ผลิตงานเพลงชั้นยอดอีกคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมดนตรีไทย

หลังจากวง The Impossibles ประสบความสำเร็จแล้วก็ร่วมเล่นกับวง Oriental Funk ในระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเริ่มทำงานโปรดิวเซอร์ ทำทั้งเพลงไทยสากล เพลงโฆษณา และเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งผลงานภายใต้การทำงานของเต๋อ เรวัต นี่เองเป็นช่วงที่งานเพลงสร้างสรรค์ออกมาแปลกใหม่ (จากผลงานในไทยในช่วงเวลานั้น)

เต๋อ เรวัต ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่สร้างงานปั้นศิลปินนักร้องให้ประสบความสำเร็จมากมาย ตั้งแต่ นันทิดา แก้วบัวสาย, แหวน ฐิติมา สุตสุนทร และนักร้องในตำนานซึ่งแจ้งเกิดตั้งแต่ช่วงปลาย 2520 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันอย่างเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

ไม่เพียงแค่สร้างผลงานให้กับศิลปินอื่นๆ ในบริษัทแกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์ ผลงานเพลงของตัวเองยังสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงด้วยเช่นกันตั้งแต่ เต๋อ-1 เมื่อพ.ศ. 2527 เต๋อ-2 เมื่อพ.ศ. 2528 จนถึงเต๋อ-3 ในช่วงปลายปีพ.ศ. 2529

แกรมมี่


ในช่วงต้นสมัย 2530 บริษัทแกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์ ถูกจับตาอย่างมากในฐานะบริษัทหน้าใหม่ซึ่งมีอายุเฉียด 10 ปีแต่ประสบความสำเร็จในงานด้านอุตสาหกรรมบันเทิงสายดนตรี เรียกได้ว่าเป็นยุคแรกที่งานศิลปะผสมผสานกับแนวคิดด้านการตลาดในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทย จากเดิมที่ประชาชนคุ้นกับแนวเพลงของสุเทพ วงศ์คำแหง, สวลี ผกาพันธ์ และธานินทร์ อินทรเทพ แม้ว่านักฟังเพลงจะได้สัมผัสกับผลงานแนวใหม่ที่แตกต่างไปจากกลุ่มข้างต้นบ้าง แต่ต้องยอมรับว่า ในเชิงพาณิชย์ งานเพลงแนวใหม่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จจนมามีบริษัทแกรมมี่

ก่อนหน้าที่จะมีบริษัทชื่อดังที่พลิกอุตสาหกรรม พิชัย ศิริจันทนันท์ แสดงความคิดเห็นในช่วงต้นบทความชื่อ "Grammy" ‘แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์ ศิลปะการวางกลยุทธ์ของศิลปิน” ว่า ช่วงก่อนนั้น อุตสาหกรรมดนตรีตกอยู่ในอำนาจของพ่อค้า ซึ่งมักไม่ค่อยเจนจัดในความรู้ด้านดนตรี กระทั่งมี ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม นักการตลาดจากบริษัทพรีเมียร์มาร์เก็ตติ้ง เทรดดิ้ง คัมปะนี ค่ายโอสถสภาเต็กเฮงหยู (ผลงานที่ลือลั่นคือ พลิกโฉมน้ำส้มสายชู อสร. ที่เคยขาดทุนให้กำไรได้ในเวลาปีกว่า) นอกจากนี้ ลักษณะเฉพาะตัวของคุณไพบูลย์ คือการเป็นนักเขียน นักกวี ซึ่งพอจะทำให้เห็นว่าเขาเข้าใจเรื่องศิลป์อยู่ด้วย

ในบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่ใน “คู่แข่ง” เมื่อพ.ศ. 2532 เต๋อ เรวัต เล่าจุดเริ่มต้นของบริษัทแกรมมี่ว่า เป็นความคิดของตัวเองและคุณไพบูลย์ ในช่วงเริ่มต้น แนวคิดการทำงานเพลงของเต๋อ เรวัต เริ่มต้นขึ้นจากการดูงานที่ฝรั่งเศส กระทั่งโอกาสมาถึงในช่วงที่บุษบา ดาวเรือง คนสนิทของคุณไพบูลย์ มือครีเอทีฟโปรดักชั่นสายโปรโมชั่น แจ้งว่าอยากพบพี่เต๋อ เมื่อได้พบกันและตกลงกันเรียบร้อยจึงกลายเป็นก้าวแรกของผู้พลิกอุตสาหกรรมดนตรีในช่วง 2530

ช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ เต๋อ เรวัต เล่าแนวคิดการทำงานที่นำมาสู่ปรากฏการณ์แห่งอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ข้อความตอนหนึ่งมีว่า

“เมื่อ 6 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2526) วงการเพลงไม่มีเรื่องการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง โครงสร้างธุรกิจก็คงจะเป็นเพียงธุรกิจครอบครัวเล็กๆ…เมื่อการตลาดไม่มี ผู้ฟังก็พลอยตีบตันไปด้วย เพราะไม่มีแรงผลักดันไปหาตัว ‘แมส’ ประกอบกับเงื่อนไขทางธุรกิจในขณะนั้น มีลักษณะที่สุกงอม พอที่จะ Organized (จัดวางระบบ) ระบบธุรกิจขึ้นมาได้ เพราะพัฒนาการในการฟังเพลงของคนไทยเราพร้อมที่จะรับอะไรใหม่ๆ ได้แล้วในขณะนั้น…”

“พี่เอาความคิดที่ว่าคนไทยจำนวนมหาศาลที่ยังรอรับของใหม่อยู่มาจากการปรากฏตัวสู่โลกดนตรีของ เดอะ บีทเทิล…เดอะ บีทเทิล (สะกดตามข้อความต้นฉบับ) คือสิ่งที่คนทั้งโลกรอฟังอยู่ แต่ยังไม่มีใครทำ เมื่อมีคนเริ่มก็เกิดการตื่นตัวครั้งใหญ่…”

บริษัทแกรมมี่เริ่มต้นด้วยเต๋อ เรวัต, ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม, บุษบา ดาวเรือง และยังมีกิตติศักดิ์ ช่วงอรุณ นิเทศศาสตร์บัณฑิตที่เชี่ยวชาญด้านสื่อและงานเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ ส่วนผสมเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บริษัทแกรมมี่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมดนตรีในช่วงเวลานั้น

เต๋อ เรวัต แหย่เทปชุดแรกเข้าไปในตลาดโดยเทป “พญ.พันทิวา” เป็นการทดลองตลาดอย่างแท้จริง ช่วงทดลองตลาดนี้ พี่เต๋อ เล่าว่า ใช้ 2 ชุด ก่อนที่จะตามมาด้วยการลุยตลาดกับ เต๋อ 1 เมื่อ พ.ศ. 2527 ซึ่งเป็นการลงสู่ตลาดอย่างจริงจัง

เต๋อ-1


เมื่อผ่านการทดลองการตลาดกับเทป 2 ชุดแรก เต๋อ 1 ถูกนิยามจากเจ้าของผลงานว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากยุคเก่ามาสู่ยุคใหม่ ทั้งในแง่โครงสร้างบทเพลง แนวคิดการนำเสนอ และการตลาดของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงทั้งหมด ภายใต้แนวคิดว่า ตลาดเพลงในต่างประเทศสามารถมีหลายแนวทางได้ ในไทยก็ต้องมีได้
แนวคิดโดยรวมของผลงานยุค 2527 คือ ศิลปินที่กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ มั่นใจในสิ่งที่ทำลงไป แนวคิดนี้ทำให้ผู้ฟังได้สัมผัสกับสิ่งที่ไม่เคยพบจากการแสวงหามาก่อน นี่เป็น Segment (สัดส่วน) ย่อยแรกที่ลงไป นันทิดา แก้วบัวสาย จึงตามมาในแนวคิดศิลปินสไตล์เก่าที่สามารถปรับตัวกับยุคสมัย (Modernized)

“นันทิดา คือจุดที่เปลี่ยนเพลง Pop สู่คอนเซ็ปท์ใหม่ ซึ่งเป็นแนวเพลงที่มีคนรองรับเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว” พิชัย ผู้เขียนบทความเล่า

Segment ต่อมาคือ คาราบาว โดยชุดที่แกรมมี่เป็นฝ่ายโปรโมท และสามารถแจ้งเกิดได้คือ “เมดอินไทยแลนด์” เรียกได้ว่า คาราบาว เป็นตัวเปิดตลาดเพื่อชีวิตอย่างจริงจัง พิสูจน์ให้เห็นว่า Segment แต่ละจุดล้วนมีความแข็งแรงมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากนั้นแกรมมี่ ผลิตงานที่สร้างปรากฏการณ์อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น อัสนี-วสันต์ (Rock & Roll ไม่มีวันตาย) หรือกระบวนการสร้างนักร้องจากนักมวยอย่าง สามารถ พยัคฆ์อรุณ ทีมแกรมมี่สามารถหลอมรวมบุคลิคของสามารถที่ เหน่อ…อ่อนซ้อม…เจ็บล้วนๆ มาสู่ผลงานเพลงที่ผสมระหว่างลูกทุ่ง- ป๊อปร็อก ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายรองรับอยู่แล้ว

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำให้แกรมมี่ แจ้งเกิดได้อย่างภาคภูมิที่สุดเป็นใครไม่ได้นอกจาก เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ศิลปินแบบ สบาย…สบาย ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับแกรมมี่ยุคแรกช่วงรุ่งเรืองที่ยังมีเต๋อ เรวัต ผลิตงานและเป็นกำลังหลักในการนำเสนองานศิลปะทางดนตรี เบิร์ด ธงไชย คือนักร้อง Segment เดียวกับ นันทิดา แต่บทความจาก “คู่แข่ง” อธิบายว่า
บิร์ดมีจุดเด่นที่แตกต่างคือ “การร้องแบบนักแสดง” นั่นคือความสามารถของ “เอนเตอร์เทนเนอร์” ทำให้จับกลุ่มคนฟังได้กว้างที่สุดตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่

เป็นที่รู้กันว่า เต๋อ เรวัต ทำงานอย่างหนักในบริษัทที่ร่วมปลุกปั้นสร้างขึ้นมากับมือ ความเป็นศิลปินแบบเต๋อ เรวัต ยังเข้าใจวัฒนธรรมแบบตะวันตก และวัฒนธรรมไทย พี่ชายผู้ใจดียืนยันว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อไปทำงานก็พาลูกไปด้วย ให้เรียนรู้การทำงานว่าเป็นอย่างไร

เต๋อ เรวัต ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐกิจ” เมื่อ พ.ศ. 2534 พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องมุมมองทางวัฒนธรรม และครอบครัว ใจความตอนหนึ่งมีว่า

“เรื่องที่ใครๆ ชอบพูดกันว่า วัฒนธรรมไทยดี หรือบางคนก็บอกว่าวัฒนธรรมตะวันตกดีกว่า อันนี้พี่ไม่เชื่อ เพราะจริงๆแล้ว ทุกวัฒนธรรมมันก็มีทั้งดี และไม่ดีปะปนกันไป พี่ว่ามันขึ้นอยู่ที่ว่าเราหยิบฉวยอะไรจากมัน และหยิบเอาอะไรมาใช้มากกว่า เรามีทางเลือก แล้วทำไมเราไม่เลือกเอาแต่ที่ดีๆ ล่ะ คือพี่จะมีจุดยืนของพี่เอง
เพราะฉะนั้น บางครั้งมันอาจจะดูแปลกหรือดูขวางๆ ไปจากคนอื่น แต่พี่ก็ไม่สนใจ พี่ถือว่านั่นเป็นจุดยืนของพี่คือตัวของพี่เอง ซึ่งมันเป็นความจริงซึ่งทั้งหมดนั่นมันขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นคนดีหรือเปล่า พี่ว่าสิ่งนี้สิสำคัญ…”

ช่วงเวลาเริ่มต้นก่อตัวของแกรมมี่จนถึงต้นยุค 2530 เรียกได้ว่าเป็นช่วงอุตสาหกรรมเพลงเติบโตก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นอัตราเร่งในเชิงสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งเต๋อ เรวัต เองก็ยอมรับว่า พยายามทำพาณิชย์ศิลป์ให้เดินไปตามธรรมชาติในบริบทนั้นๆ การเดินล่วงหน้ากว่าระบบหมายถึงความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ในช่วงเวลานั้น สินค้าอย่างคาสเซ็ตต์เทปก็ไม่มีเลขตายตัว ทุกอย่างขึ้นกับอารมณ์ผู้บริโภค และสถานการณ์ ผลตอบรับของตัวเทปที่ย้อนกลับมาก็ไม่เคยเหมือนกันด้วยซ้ำ

น่าเสียดายที่หลังจากบริษัทแกรมมี่ เติบโต เต๋อ เรวัต ออกผลงานมาถึงชุดที่ 4 ใน พ.ศ. 2530 ชื่อ “ชอบก็บอกว่าชอบ” หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหาสุขภาพและเสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2539 ขณะอายุ 48 ปี

เมื่อเล่าประวัติ ผลงาน และมรดกทางความคิดดังที่ว่ามาแล้ว น่าจะตอกย้ำเหตุผลว่า ทำไม เต๋อ เรวัต ยังเป็นบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งในอุตสาหกรรมดนตรีในไทยมาจนถึงวันนี้



อ้างอิง:
พิชัย ศิริจันทนันท์. “Grammy ‘แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์’ ศิลปะการวางกลยุทธ์ของศิลปิน”. คู่แข่ง ปีที่ 2 ฉบับที่ 108 ต.ค. 2532
“โลกส่วนตัวของคนไม่ธรรมดา ครอบครัวไม่สบาย ของเรวัต พุทธินันทน์ เพื่อลูกทำไมต้องรอวันหยุด”.  เส้นทางเศรษฐกิจ. 21 มกราคม พ.ศ. 2534, น. 11-12

พี่ชายใจดี คนนี้ ที่ชื่อ…พี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์”. เอกสารประชาสัมพันธ์ อัลบั้ม เต๋อ 3. วันที่ในเอกสาร ส.ค. 2529