Custom Search

Sep 25, 2019

สมาคมเมียจ๋า | เปิ้ล หัทยา - หนุน - หนัง | 03-08-58 | TV3 Official


ต๋งหม่งเหมียวขื่อ อีกหนึ่งมุกจากเดี่ยว 7




ต๋งหม่งเหมียวขื่อ



.อีกหนึ่งมุกจากเดี่ยว 7 ที่คราวนี้พูดถึงเรื่องต่างๆ ที่เรียนไปตั้งแต่ตอนเด็กแล้วดันไม่ได้ใช้ แถมยังจำแม่นติดกะโหลกแบบลบไม่ออก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบรรดาเพลงลูกเสือที่ไม่รู้จะจำไปทำไม แถมยังมีเพลงภาษาต่างด้าวหรือต่างดาวก็ไม่รู้อย่างเพลงนี้ ต๋งหม่งเหมียวขื่อ

.สูญเสียไปกับการจำอะไรหลายๆ อย่างที่มันไม่จำเป็นในการดำรงชีวิต ซึ่งครูสอนมา แล้วแงะเอาออกไปทิ้งไม่ได้ เหมือนมันดีลีตทิ้งไปไม่ได้ ผมเรียนวิชาลูกเสือ ครูแม่งสอนให้จำอยู่แค่เพลงนี้ ต๋งหม่งเหมียวขื่อ

.ให้ออกไปท่อง ให้ออกไปร้อง จดคัดลอก กลับไปบ้าน ครั้งหน้ามาสอบ เพลงต๋งหม่งเหมียวขื่อ แล้วมันก็ไม่เคยบอกว่าเพลงแปลว่าอะไร แล้วเป็นเพลงของชาติอะไร เอะอะ “มา! ออกมาสอบ อุดม แต้มพานิช”

.“สวัสดีครับ อุดม แต้พานิช จะมาร้องเพลงต๋งหม่งเหมียวขื่อครับ…ต๋งหม่งเหมียวขื่อ ต๋งหม่งเหมียวขื่อ โอละลือ โอละลือ โอละเหมียวๆ อาแหล่คือ อา คั่นละเหมียวขื่อ โอละลือ โอละลือ ขอบคุณมากครับ”
.
แปลว่าอะไร…แล้วกูได้ใช้ประโยชน์ไหมเนี่ย ถ้ามึงบอกกูสักนิดว่าเป็นเพลงรัก กูจะได้เอาไปจีบหญิงหน่อย ต๋งหม่งเหมียวขื่อ โอละลื่อ~ (เต้นเกาหลีไปด้วย)

.นี่กูไม่กล้าเอาไปร้องที่ไหนเลย ไม่รู้เป็นเพลงด่าแม่ใครหรือเปล่า
...from THE STANDARD

'แม่ฟ้าหลวง'ครบรอบ21ปีคว้าที่1 มหาวิทยาลัยไทยมุ่งเป้าสู่ระดับโลก-ลุ่มน้ำโขง


วันพุธ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562, 19.21 น.
https://www.naewna.com/local/443097

25 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียงราย ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 21 ปี โดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้ง รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มฟล.นำคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 160 รูป ณ บริเวณลานดาว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และช่วงสายมีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี ก่อนที่จะมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาภายในหอประชุมสมเด็จย่า พิธีถวายผ้าป่าเพื่อทุนการศึกษา กิจกรรมรายงานประชาชนซึ่งเป็นการสรุปผลการดำเนินการของ มฟล.ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางมหาวิทยาลัยถือเป็นเรื่องที่ปฏิบัติเป็นประจำทุกปี และมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2562 เป็นอันเสร็จพิธี

Sep 19, 2019

19 กันยายน 2549 ครบรอบ 13 ปีรัฐประหาร

19 กันยายน 2549
ครบรอบ 13 ปีรัฐประหาร
.ย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีที่แล้ว คืนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เกิดการรัฐประหารขึ้นในรอบ 15 ปี โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คมช. ซึ่งมี พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นเป็นหัวหน้าคณะ เพื่อยึดอำนาจจากรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร


.โดยการรัฐประหารครั้งนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ปราศจากการต่อต้านด้วยอาวุธ หลังประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงขับไล่ทักษิณออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนเกิดเป็นภาพที่ประชาชนมอบดอกไม้ให้กับทหารท่ามกลางรถถัง สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลก โดยนิตยสาร Time ฉบับออนไลน์พาดหัวข่าวว่า ‘รัฐประหารอันครื้นเครงในประเทศไทย’ (A Festive Coup in Thailand)


.อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์รัฐประหารก็มีต่อต้านจากหลายฝ่าย อาทิ การประท้วงที่ลานหน้าตึกโดมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และจัดเสวนาในหัวข้อ ‘ทำไมเราต้องคัดค้านรัฐประหาร’


.
รวมถึงคนขับแท็กซี่ นวมทอง ไพรวัลย์ ขับรถพุ่งชนรถถังบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อประท้วงคณะรัฐประหาร ต่อมานวมทองได้ผูกคอตายประท้วงเสียชีวิตในวันที่ 31 ตุลาคม 2549

.รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการแบ่งขั้วสีทางการเมือง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างร้าวลึกจนถึงปัจจุบัน

#รัฐประหาร #รัฐประหาร49 #คมช #TheStandardCo




Only Monday | Tribute เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ |


https://www.facebook.com/rewat.forever/
https://teetwo.blogspot.com/2017/04/blog-post_28.html

















Sep 7, 2019

เปิดตำนาน “นารายา (NaRaYa)” กระเป๋าผ้าพันล้าน จากธุรกิจเทรดดิ้งอะไหล่ยนต์ จนเป็นแบรนด์ขวัญใจคนจีน



By Ratirita 01/07/2018

ไม่ใช่แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักแค่ในไทย แต่นารายาโด่งดังไกลเป็นแบรนด์ขวัญใจนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติ
ตำนานของกระเป๋าผ้าแบรนด์นี้เกิดจากธุรกิจอะไหล่ยนต์ แล้วผันตัวทำแบรนด์กระเป๋าเครื่องประดับของตัวเอง

เทรดดิ้งไม่รุ่ง ต้องมุ่งสร้างแบรนด์ของตัวเอง
ถ้าพูดถึงแบรนด์ “นารายา” ที่เป็นแบรนด์สิ่งทอ กระเป๋าผ้า และเครื่องประดับของไทยแท้
จนถึงวันนี้มีอายุถึง 29 ปีแล้ว แต่จริงๆ แล้วนั้นธุรกิจดั้งเดิมของนารายาไม่ใช่ธุรกิจแฟชั่นสิ่งทอแต่อย่างใด
แต่เป็นธุรกิจเทรดดิ้ง หรือการรับสินค้ามาขายนั่นเอง
นารายาเป็นแบรนด์ของ “บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด” ก่อตั้งเมื่อปี 2532 โดย “วาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส”
และ “วาสิลิโอส ลาทูรัส” สามีชาวกรีก โดยความรู้พื้นฐานเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ของสามี
จึงเริ่มธุรกิจเกี่ยวกับจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์
ส่งไปยังต่างประเทศ เป็นธุรกิจแบบเทรดดิ้งชนิดซื้อมาขายไป
ใครอยากได้สินค้าอะไรก็ไปสรรหามาให้ มีการคิดค่าคอมมิชชั่น 5%
ส่วนวาสนาเติบโตมาจากธุรกิจค้าขายของครอบครัวย่านประตูน้ำ

แต่เมื่อทำธุรกิจได้สักพักหนึ่งก็พบปัญหาใหญ่ของการเทรดดิ้งสินค้าก็คือ สินค้าส่วนใหญ่จะมีโลโก้ติดอยู่แล้ว
ทำให้ลูกค้าบางรายติดต่อแบรนด์โดยตรงด้วยตัวเอง ทำให้ทำงานลำบากมากขึ้น
วาสนาจึงคิดว่าต้องมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง
จนเมื่อปี 2536 ได้เริ่มทำแบรนด์ “นารายา” เกิดจากการที่เพื่อนของวาสนาบอกว่าอยากได้กระเป๋าแนว OTOP
ที่เป็นลายช้าง วาสนาจึงได้ไอเดียมาทำเป็นกระเป๋านารายา ได้ก่อตั้งโรงานผลิต
และจำหน่ายที่สาขาที่ห้างสรรพสินค้านารายณ์ภัณฑ์ด้วยพื้นที่เพียง 2 ตารางเมตร
จากนั้นก็เริ่มขยายสาขาเข้าห้างสรรพสินค้า โดยแฟล็กชิพสโตร์คือที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นสาขาที่ 4
ตอนนั้นยังเป็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์อยู่เลย

นารายาของแท้ต้องมีโบว์ กับตาราง
วาสนาเล่าว่าตนเองไม่ได้มีประสบการณ์ด้านแฟชั่นเลย เย็บผ้าไม่เป็นด้วย
แต่เป็นคนชอบผสมสี ชอบครีเอทสีใหม่ๆ และเป็นคนดีไซน์กระเป๋าด้วย
ซึ่งสินค้าแรกของนารายาเป็นกระเป๋าผ้าแบบถือ และลายผ้าของนารายามีการจดทะเบียนป้องกันการลอกเลียนแบบทุกลาย

“กระเป๋าของนารายาเหมือนชุบชีวิตใหม่ให้กับกระเป๋าลายช้างที่เป็นสินค้า OTOP
เอามาทำลายใหม่ให้มีสีสัน และ Signature ของนารายาก็คือโบว์ และตาราง
หลายคนที่ก็อปไปก็เลี่ยงๆ ไม่มีโบว์กับตารางเหมือนเรา”

ซึ่ง “ราคา” ของนารายาก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนชื่นชอบ
เพราะมีราคาไม่แพง เริ่มต้นที่หลักสิบ วาสนาบอกว่าหลักการตั้งราคาคือเอากำไรไม่มาก
เน้นขายในจำนวนเยอะๆ อยากให้คนที่เข้าร้านมีสินค้าสัก 1 ชิ้นติดมือออกไปให้ได้

จากคนไทยซื้อฝาก กลายเป็นไอเท็มที่ต่างชาติต้องซื้อกลับไป
เป็นภาพที่หลายคนต้องเคยเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทย โดยเฉพาะชาวจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี
จะต้องมีสินค้านารายากลับบ้านไป หรือภาพตรงหน้าร้านของนารายาจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทำการช้อปปิ้ง
บ้างก็ยืนรอครอบครัวช้อปปิ้งในร้าน

“กระเป๋าของนารายาเหมือนชุบชีวิตใหม่ให้กับกระเป๋าลายช้างที่เป็นสินค้า OTOP
เอามาทำลายใหม่ให้มีสีสัน และ Signature ของนารายาก็คือโบว์ และตาราง
หลายคนที่ก็อปไปก็เลี่ยงๆ ไม่มีโบว์กับตารางเหมือนเรา”

ซึ่ง “ราคา” ของนารายาก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนชื่นชอบ เพราะมีราคาไม่แพง เริ่มต้นที่หลักสิบ
วาสนาบอกว่าหลักการตั้งราคาคือเอากำไรไม่มาก เน้นขายในจำนวนเยอะๆ
อยากให้คนที่เข้าร้านมีสินค้าสัก 1 ชิ้นติดมือออกไปให้ได้

จากคนไทยซื้อฝาก กลายเป็นไอเท็มที่ต่างชาติต้องซื้อกลับไป
เป็นภาพที่หลายคนต้องเคยเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทย โดยเฉพาะชาวจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี
จะต้องมีสินค้านารายากลับบ้านไป หรือภาพตรงหน้าร้านของนารายาจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทำการช้อปปิ้ง
บ้างก็ยืนรอครอบครัวช้อปปิ้งในร้าน
อีกปัจจัยหนึ่งก็คือโลเคชั่นตั้งร้าน สาขาแรกที่เปิดนั้นอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวทั้งสิ้น นารายณ์ภัณฑ์, พัฒน์พงศ์
และเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (เซ็นทรัลเวิลด์) ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักแบรนด์ได้ไว

วาสนาเสริมอีกว่า ความฮิตของนารายาให้หมู่คนจีนนั้น ถึงขนาดที่ว่ามีการตั้งฉายาให้นารายาว่า “Màngǔ Bāo” หรือแปลว่า
“กระเป๋ากรุงเทพ” เลยทีเดียว
ยุคเปลี่ยนผ่านจากคนรุ่นเก่าสู่นารายายุคใหม่
ในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการ Transform ของนารายาก็ว่าได้ โดยมีมีการปรับเปลี่ยนหลายๆ อย่างทั้งภายนอก และภายใน
มีการลงทุน 1,000 ล้านบาท การขยายสาขาถึง 13 สาขา จากที่ปีก่อนๆ ขยายปีละ 1-2 สาขาเท่านั้น
รีโนเวทร้านใหม่ให้มีนวัตกรรมมากขึ้น และขยายไปยังต่างจังหวัด รวมถึงทำการตลาดเป็นครั้งแรก
หลังจากที่ไม่เคยทำมาก่อน

แน่นอนว่าต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรภายในด้วยเช่นกัน ยุคเปลี่ยนผ่านจากคนรุ่นเก่าอย่าง “วาสนา” สู่คนรุน่ใหม่อย่าง
“พศิน ลาทูรัส” ที่เป็นลูกชายขึ้นแท่นเป็นผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร และดึงผู้บริหารมืออาชีพอย่าง George Hartel
มานั่งตำแหน่ง Chief Operating Officer ดูเรื่องการตลาด และอีคอมเมิร์ซเป็นหลัก ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการตลาด
และรีเทลมาหลายสิบปี  ยกระดับภาพธุรกิจครอบครัว ให้เป็นแบรนด์อินเตอร์มากขึ้น

“ให้ลูกชายมาช่วยบริหารเมื่อปีที่แล้ว ส่วน George เพิ่งมาร่วมงานเมื่อต้นปี เข้ามาดูเรื่องการตลาดให้มากขึ้น
ตอนนี้อยากให้เขามาช่วยทำนารายาในอนาคต จากที่เราเคยทำในอดีตมาแล้ว
ต้องการ Vision ของคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาบริหารบ้าง”

แตกแบรนด์ใหม่ครอบคุลมทุกกลุ่ม ไม่ได้ติดภาพกระเป๋า

ปัจจุบันนารายามีสินค้ากว่า 30,000-40,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ กระเป๋าถือ เครื่องใช้ตกแต่งบ้าน
เครื่องครัว สินค้าสำหรับเด็ก สินค้าตามเทศกาล เครื่องเขียน เครื่องประดับ และเสื้อผ้า
โดยมีสีให้เลือกกว่า 100 สี เพราะต้องเอาใจลูกค้าทุกประเทศ!

“จริงๆ ตัวเองเป็นดีไซเนอร์สินค้าด้วย แล้วพบเห็นว่าส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาร้านจะมาเป็นครอบครัว
บางทีลูก หรือสามีมานั่งรอหน้าร้าน เลยอยากออกแบบสินค้าให้วาไรตี้ครอบคลุมทั้งหมดทุกเพศ
ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทำให้สินค้ามีกว่า 100 สี เอาใจนักท่องเที่ยวหลายๆ
ประเทศ ทำให้เขาเข้ามาในร้านต้องหยิบสินค้าออกไปสักชิ้นให้ได้”

ด้วยแบรนด์นารายาเป็นแบรนด์หลัก มีคาแร็คเตอร์เป็นผู้หญิงหวาน วัยทำงาน
สินค้าจะโดนใจกลุ่มสาวๆ ทำให้วาสนามองว่าต้องมีแบรนด์อื่นมาเสริมทัพเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม
จึงได้ออกแบรนด์ใหม่ 4 แบรนด์ ได้แก่

NARA แบรนด์กระเป๋า เครื่องประดับสำหรับผู้ชาย ได้ทำตลาดมาแล้ว 3 ปี
แต่มีแค่ที่สาขาสยามพารากอน ปีนี้จะมีวางจำหน่ายเกือบทุกสาขา
Aphrodite แบรนด์กระเป๋า และเครื่องประดับเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม ใช้วัสดุดีขึ้น แต่ราคายังจับต้องได้
LaLaMa แบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องประดับสไตล์โบฮีเมียน จับกลุ่มวัยรุ่น
เริ่มขายได้ปีกว่าที่สาขาสยามสแควร์วัน และจะเริ่มไปในหลายๆ สาขา
Evangelisa แบรนด์เสื้อผ้า และเครื่องประดับจากผ้าไหม เอาผ้าไหมมาทำให้ร่วมสมัย เป็น Passion
ส่วนตัวของวาสนาที่ต้องการให้ผ้าใหม่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาย่อมเยาว์
ทั้ง 4 แบรนด์ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ
โดยมีหลายสไตล์ หลายเซ็กเมนต์ ทำให้ภาพของนารายาวาไรตี้ขึ้น
ไม่ได้จำกัดเป็นแค่แบรนด์กระเป๋าผ้าเหมือนเดิมอีกต่อไป
โดยที่ในปีนี้เตรียมเปิดอีก 2 แบรนด์เพิ่มเติมด้วย

การแตกแบรนด์ใหม่นี้ ยังต้องการจับตลาดกลุ่มคนไทยให้มากขึ้นกว่าเดิม
เพราะปัจจุบันสักส่วนลูกค้าคนไทยมีเพียงแค่ 20% เท่านั้น วาสนามองว่า
“อาจจะเป็นเพราะพฤติกรรมคนไทยไม่อินกับกระเป๋าผ้า ชอบใช้กระเป๋าหนังมากกว่า”
จึงทำให้เห็นคนไทยใช้นารายาน้อย การที่มีแบรนด์ใหม่เข้ามาสามารถช่วยทำให้เข้าถึงผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น

ในปี 2560 นารายามีรายได้ 1,600 ล้านบาท มีโรงงานผลิต 4 โรง ใน 3 จังหวัด ได้แก่
ขอนแก่น โคราช และบุรีรัมย์ มีพนักงาน 3,000 คน และมีชาวบ้านที่ช่วยผลิตอีก 2,000 ครอบครัว
มีกำลังการผลิตรวม 10-12 ล้านชิ้น/ปี ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 2 หลัก
สรุป
นารายาเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยว ในปีนี้ถือเป็นการลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง
หลังจากที่ไม่เคยทำการตลาดใดๆ มาก่อน อาศัยปากต่อปากล้วนๆ
ถือเป็นความภูมิใจของคนไทยด้วยที่แบรนด์ไทยโด่งดังไปต่างประเทศ
แต่จุดอ่อนของนารายายังอยู่ที่การสร้างแบรนด์สำหรับคนไทย
จะเห็นสัดส่วนลูกค้าคนไทยยังน้อยมาก
จึงเป็นการบ้านที่นารายาต้องเร่งในการสร้างแบรนดืให้เข้าไปอยู่ในใจคนไทยให้ได้

Sep 1, 2019

เส้นทางชีวิต "วิเชียร ฤกษ์ไพศาล" จากเด็กรับใช้ในกองถ่าย สู่ผู้ก่อตั้งค่ายจีนี่ฯ



เปิดเส้นทางชีวิตและแนวความคิดในการทำงานจนทำให้ประสบความสำเร็จ ของผู้ก่อตั้งค่ายจีนี่ เร็คคอร์ดส

เรื่อง : วิรวินท์ ศรีโหมด / ภาพ : อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์
โพสต์ทูเดย์
วันที่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 17:31 น

เมื่อ 50 กว่าปีก่อน นิค หรือ เด็กชายวิเชียร ฤกษ์ไพศาล หลังจากกลับจากโรงเรียนสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ
คือการวิ่งข้ามถนนเส้นเล็กๆ ตรงหน้าบ้านเพื่อไปขอให้ คุณลุง คุณน้า คุณอา เปิดเพลงให้ฟัง ผ่านมา 30 ปี
เด็กชายคนนั้นนำความชอบมาทำในสิ่งที่รัก จนกลายเป็นคนไทยคนแรกที่สร้างมิวสิควิดีโอของประเทศ
ต่อมาเขาได้เป็นผู้ก่อตั้งค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ที่ปลุกปั้นศิลปินดังมาแล้วมากมาย

โพสต์ทูเดย์ นั่งคุยกับ วิเชียร ในวัย 60 ปี ผู้ก่อตั้งค่ายจีนี่ เร็คคอร์ดส
ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการผลิตและโปรโมชั่นเพลงบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
บนห้องทำงานชั้น 33 ตึกแกรมมี่ เพื่อพูดคุยถึงเส้นทางชีวิตและแนวความคิด
ในการทำงานจนทำให้ประสบความสำเร็จ จนถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญของวงการเพลงไทย

จากคนชอบฟัง สู่เส้นทางคนทำเพลง

วิเชียร เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่ออายุ 7 ขวบ ย้ายตามครอบครัวมาเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนไทยจีน ในกรุงเทพ
พอถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ย้ายไปเรียนโรงเรียนนิพัทธ์วิทยา
จบชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนวัดบวรนิเวศ และระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิค เล่าว่า จุดเริ่มการเป็นนักฟังเพลงเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็ก วันหนึ่งคุณพ่อนำเทปคาสเซ็ทเพลงจีนกลับมาบ้านเยอะมาก
และเมื่อเปิดฟังทุกวันจนเกิดการซึมซับ ทำให้หลงรักเสียงเพลง หลังจากนั้นเมื่อกลับมาจากโรงเรียน
สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำคือ วิ่งข้ามถนนไปขอให้ผู้ใหญ่แถวบ้านเปิดแผ่นเสียงศิลปินไทยหรือต่างประเทศให้ฟัง
รวมถึงฟังผ่านวิทยุเครื่องเล็กๆที่สถานีวิทยุเปิด

ระหว่างช่วงการเริ่มสนทนา วิเชียร ได้ฮัมเนื้อเพลงสัปเหร่อ ของประจวบ จําปาทอง
อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่ฟังจนติดหูขึ้นมา เมื่อถูกถามเรื่องการฟังเพลงในอดีต
“คนเรามีกรรม เหมือนคำพุทธภาษิต ว่าเกิดมาใช้หนี้ชีวิต ลิขิตไปตามบาปกรรมสร้างมา..”

จุดเริ่มต้นการเข้าสู่วงการเพลงของผู้ก่อตั้งค่ายจีนี่ ไม่ได้เริ่มต้นทันทีหลังจบปริญาตรี ในปี 2523
เนื่องจากเขารู้สึกว่าตอนนั้นไม่อยากทำงานตามสายบริหารท้องถิ่นที่เรียนมา
แต่ด้วยความชื่นชอบศิลปะมาก จึงไปสมัครเข้าคณะละครมะข้ามป้อม
ซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรมทำสื่อรณรงค์ในรูปแบบละคร เช่น ให้ความรู้พิษภัยยาฆ่าแมลง
การใช้ชีวิตของคนชนบทในเมืองหลวง โดยตระเวนเล่นไปทั่วประเทศ

แต่ทำได้ประมาณ 2 ปี ก็เริ่มรู้สึกว่านักกิจกรรมไม่สามารถเลี้ยงชีพและครอบครัวได้
จึงตัดสินใจลาออกไปสมัครเป็นเซลล์ขายโฆษณาในหนังสือแมกกาซีน ซึ่งต้องตระเวนพบลูกค้าเกือบทุกวัน
แม้จะขายงานไม่ได้เลย ทว่ากลับถูกลูกค้าดึงตัวให้ไปร่วมทำงาน
จนสุดท้ายเลือกเปลี่ยนไปทำงานยังบริษัทพรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง
ซึ่งรับทำโฆษณาและรายการ พอทำได้ประมาณ 6 เดือน
บริษัทพรีเมียร์ฯ ก็ก่อตั้งเป็นบริษัท แกรมมี่ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2526

ปัจจุบัน วิเชียร ถือว่าเป็นบุคลากรรุ่นก่อตั้งบริษัทแกรมมี่เพียงไม่กี่คน
ที่ยังคงทำงานอยู่ในองค์กรถึงตอนนี้

จากเด็กวิ่งซื้อของในกอง สู่ผู้บริหารค่ายเพลงยักษ์ใหญ่

การทำงานแกรมมี่ยุคก่อตั้ง วิเชียร เริ่มจากตำแหน่งเล็กสุด คือ เด็กรับใช้
มีหน้าที่คอยวิ่งซื้อของในกองถ่าย ทำงานอุปกรณ์ประกอบฉาก ฯลฯ
แต่จากนั้นไม่นานก็ได้รับโอกาสทำหน้าที่พิธีกรจำเป็นในรายการยิ้มใส่ไข่ คู่กับ ภิญโญ รู้ธรรม
และต่อมาได้เป็นพิธีกรหลักภาคสนาม

ผู้บริหารแกรมมี่ บอกถึงสาเหตุที่ยอมทำแม้กระทั่งตำแหน่งเล็กสุดตอนนั้น
เพราะคิดว่ามันจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสจะได้ทำในสิ่งที่รัก

ทว่าจุดเปลี่ยนที่มาพร้อมกับโอกาสประกาศความสามารถของเขาเกิดขึ้นครั้งแรก หลังแกรมมี่เปิดได้ 1 ปีในช่วงปลายปี 2527
ขณะนั้นบริษัทต้องการทำมิวสิควิดีโอเพลงให้ เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแกรมมี่
ตามกระแสการทำเพลงในต่างประเทศ โดยขณะนั้นกำลังทำไตเติ้ลรายการซึ่งมีรูปแบบคล้ายมิวสิควิดีโอมาก
จึงได้รับมอบหมายและกลายเป็นคนไทยคนแรกที่สร้างมิวสิควิดีโอ
จากนั้นก็มีผลงานตามมาอีกมาก เช่น เพลงสมปองน้องสมชาย ของ เต๋อ เรวัต ,เพลงต้องโทษดาว ของเบิร์ด ธงไชย

วิเชียร เล่าว่า จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในวงการเพลงเกิดขึ้นหลังแกรมมี่ก่อตั้งได้ 13 ปี เมื่อ เต๋อ เรวัต เสียชีวิต
ทำให้องค์กรต้องปรับโครงสร้างใหญ่ มีการตั้งค่ายเพลงน้องใหม่ขึ้นมาในปี 2540 คือ
ค่ายกรีนบีนส์ ค่ายแกรมมี่โกลด์ ค่ายมอร์มิวสิค
โดยขณะนั้นได้รับมอบให้ดูเรื่องรวบรวมเพลงฮิตจำหน่าย ดูศิลปิน และรายการเพลงของบริษัททั้งหมด

ทำได้สักระยะหนึ่งก็ได้รับโอกาสจาก อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม อนุญาตให้เปิดค่ายจีนี่
แต่ทว่าการได้รับโอกาสใหญ่ขณะนั้นเรียกได้ว่ามาพร้อมกับความว่างเปล่า
เพราะเป็นค่ายที่แทบไม่มีอะไรทั้งศิลปิน ทีมงานสร้างสรรค์
เพราะทุกฝ่ายถูกโอนไปทำงานส่วนต่างๆในแกรมมี
มีเพียงพนักงานขายไม่กี่คนที่เหลืออยู่ จึงต้องพยายามหาทางแก้ปัญหา

ในช่วงวิกฤตนั้นมีโอกาสเสมอ แม้ในตอนนั้นไม่มีศิลปินในค่าย แต่พนักงาน 2 คน
ของแกรมมี่ได้ส่งเดโมเพลงเข้ามาให้วิเชียรได้พิจารณา ทั้งคู่มีนามว่า สุเมธ องอาจ กับ ปั๋ง ประกาศิต โบสุวรรณ
จึงกลายเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่ายจีนี่

หลังจากนั้นได้สั่งให้ลูกน้องประกาศรับสมัครศิลปินหน้าใหม่จากทั่วประเทศ
และผ่านไปไม่นานก็มีเทปม้วนหนึ่งฟันฝ่าหน่วยต่างๆในแกรมมี่มาวางอยู่บนโต๊ะ หน้าปกเขียนว่า ธนาวุฒิ แก้วเพิก
พร้อมระบุชื่อ เพลงประเทืองและใช่เลย เมื่อฟังจบก็รู้สึกว่า ต้องขายได้ล้านตลับแน่นอน
และเมื่อปล่อยออกมาก็ได้รับความนิยมจริงๆ
สุดท้ายช่วงการก่อตั้งค่ายจีนี่ปีแรกมีศิลปินทั้งหมด 4 เบอร์ คือ สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง , ทรีดีซี ,
วาสนา ไท ธนาวุฒิ และหลังจากนั้นก็มีศิลปินหน้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น บูโดกัน พลพล กะลา

“ยุคแรกของค่ายจีนี่การเลือกศิลปินเราไม่เน้นหน้าตา เหมือนศิลปินค่ายอื่น เพราะเราให้ความสำคัญเรื่องเสียงร้อง”
นิค บอกถึงจุดเริ่มต้นการสร้างศิลปินในยุคแรก

นิค มองย้อนวันวานกลับไปว่า สิ่งที่ทำให้ไม่ย่อท้อต่อปัญหา แม้ช่วงก่อตั้งบริษัทแทบจะไม่มีอะไรเลยนั้น
เพราะคิดว่าต้องทำความไม่มี ให้มันมีให้ได้ เพราะหากทำสำเร็จมันจะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่

ปัจจุบันค่ายจีนี่ มีศิลปินชื่อดัง อาทิ ประเภทวง บอดี้สแลม บิ๊กแอส พาราด็อกซ์ ลาบานูน เรโทรสเปกต์
โปเตโต้ ค็อกเทล สวีตมัลเล็ต เดอะเยอร์ส อินสติงต์ เดอะมูสส์ เคลียร์ ทเวนตีไฟฟ์อาเวอส์ เยสเซอร์เดส์ , 
ส่วนศิลปินเดี่ยว เช่น ป้าง-นครินทร์ กิ่งศักดิ์ ปาล์มมี่ หนุ่ม-กะลา พลพล กวาง-เอบีนอร์มัล ปั้น-แบชเชอร์

หน้าที่และหลักการทำงาน"คนเจียระไนเพชร"

“ความเป็นมิวสิคเลิฟเวอร์ ที่เข้าใจธรรมชาติการเป็นผู้ฟัง เข้าใจเกือบทุกวิธีการเสพเพลง
มันคือต้นทุนมหาศาลการทำงานในวงการเพลงไทย” 
คำพูดของ เต๋อ เรวัต ผู้ก่อตั้งแกรมมี่
ที่ทำให้ นิค มุ่งมั่นการเป็นผู้สร้างศิลปิน

วิเชียร ยอมรับว่า ปัญหาในการทำงานเพลงมีมากมายตั้งแต่อดีตถึงทุกวันนี้
แต่เรื่องหลักคือการก๊อปปี้ผลงาน ซึ่งไม่สามารถแก้ให้หมดไปได้
นอกจากต้องเร่งผลิตผลงานวางจำหน่ายให้เร็วก่อนถูกก๊อป และสาเหตุที่ทำให้วงการเพลงยุคนี้ไม่เฟื่องฟูเหมือนเมื่อก่อน
เพราะเป็นยุคเพลงดังฟังฟรี ที่ทุกคนสามารถหาฟังเพลงได้โดยไม่เสียเงินในอินเตอร์เน็ต
ปัญหานี้แกรมมี่ก็พยายามปรับตัวทั้งด้านโครงสร้างองค์กร การทำเพลง รวมถึงการโปรโมท

ผู้ก่อตั้งค่ายจีนี่ ยอมรับว่า การบริหารค่ายเพลงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ส่วนตัวมีทฤษฎีที่ยึดทำมาตลอด
คือจะไม่ทำตัวให้แก่ไปตามวัย โดยต้องทำตัวให้ทันตามโลกมากที่สุด
เพราะหัวใจของการบริหารสื่อด้านนี้ต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเสมอ

นักปั้นมือทอง เผยประสบการณ์ทำงานกว่า 30 ปีในวงการเพลงว่า
การหาศิลปินเข้าค่ายส่วนตัวมีความเชื่อ เพชรถึงอย่างไรก็ต้องเป็นเพชร
เราไม่สามารถเปลี่ยนหินแกรนิตให้เป็นเพชรได้ ส่วนคำพูดที่ว่าต้องปั้นดินให้เป็นดาวนั้นคิดว่าไม่สามารถทำได้จริง
และหน้าที่ของหัวหน้าค่ายคือ ต้องดูให้ออกว่าคนไหนจะดัง ฟังให้ออกว่าเพลงไหนจะฮิต ซึ่งเป็นหัวใจการเลือกศิลปิน

ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงดัง แนะนำว่า หากเยาวชนรุ่นใหม่อยากเป็นศิลปิน อาวุธสำคัญที่จะสร้างผลงานออกมาให้สามารถครองใจผู้ฟัง
ต้องใช้ใจแลกใจโดยเริ่มจากให้ใจแฟนเพลงก่อน อย่าคิดตั้งแต่แรกว่าจะนำกระเป๋าออกมาโกยเงินจากคนฟัง
ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะผลงานเป็นสิ่งที่ต้องกลั่นออกมาจากความรู้สึก ไม่ใช่ใช้การตลาดสร้างมันออกมา



ที่มา https://www.matichon.co.th


หลังจากมีกระแสข่าวลือถึงการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารใหญ่ภายในค่ายเพลงร็อก “จีนี่เรคคอร์ด (Genie Records)”
ล่าสุดวันนี้ (1 กรกฎาคม 2562) ที่เฟสบุ๊ก “Nick Genie” ของ “คุณนิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล”
ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง และรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการผลิตและ
โปรโมชั่นเพลงบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ถึงการโบกมือลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
เนื่องจากหมดสัญญากับทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดยมีข้อความ ดังนี้