Custom Search

Apr 6, 2018

เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

allMagazine. สิงหาคม 2556
เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
( รวม 2 หน้า)


เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นพลเรือเอกเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนเป็นเด็กนั้นเกเรมาก เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ อาศัยอยู่กับลุงและป้า ไม่ยอมเรียนหนังสือ เอาแต่ชกต่อยและคบเพื่อนไม่ดีตอนเริ่มต้นวัยรุ่นจนลุงป้าและญาติ ๆ ระอา ไม่มีแววเลยว่าวันหนึ่งจะได้เป็นพลเรือเอก วันหนึ่งในตอนอายุประมาณ 15 ปี ได้มีโอกาสคุยกับพระที่นับถือ ท่านถามว่าจะทำตัวอย่างนี้ไปได้อีกกี่ปี อนาคตจะเป็นอย่างที่เป็นนี้หรือ
จะด้วยบุญเก่าหรือวาสนาบารมี หรือการคิดเป็นก็ไม่ทราบได้

เพื่อนผมกลับตัวกลับใจกลายเป็นอีกคนหนึ่งเพื่ออยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม เลิกคบเพื่อนเกเร ตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ วางแผนชีวิตและสอบเข้าโรงเรียนนายเรือได้ ผ่านไป 40 ปี เพื่อนเก่าที่เคยคบกันมานั้นติดคุกติดตะรางก็หลายคน ถูกฆ่าตาย ติดเหล้า ติดยาก็มี เขาบอกว่าถ้าเขาไม่ตัดสินใจเปลี่ยนชีวิต ชะตากรรมก็คงไม่ต่างไปจากเพื่อนเหล่านี้อย่างแน่นอน

เมื่อฟังเรื่องจริงเรื่องนี้แล้วก็เกิดความคิดขึ้นว่ามนุษย์คงมีจุดเปลี่ยนชีวิตเช่นนี้ด้วยกันเกือบทุกคน จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็จุดนี้แหละ ถ้าได้คิดขึ้นมาและฮึดมุ่งมั่นในใจว่าตนเองต้องมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมให้ได้ และปฏิบัติตามแนวทางที่ตนเองคิดได้อย่างบากบั่นมานะไม่ท้อถอยแล้ว ชีวิตต้องดีกว่าเดิมแน่

มนุษย์ทุกคนมีโอกาสคิดฮึกเหิมและปฏิบัติเช่นนี้ได้ทุกคน แต่คำถามก็คืออะไรที่จะพลิกผันให้เขาเกิดความคิดที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมขึ้นมาได้

คำตอบมีหลายประการ อาจมาจากคำพูดของคนที่เรารักนับถือ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เราเกิดความคิดเช่นนั้นขึ้น การอ่านหนังสือดี ๆ ที่ให้กำลังใจ การพบปะบุคคลที่มีบุคลิกจูงใจให้เปลี่ยนแปลงชีวิต การได้ดูภาพยนตร์หรือละครที่กินใจจนจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ฯลฯ

ไม่ว่าจะเป็นคำตอบใดก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงในความคิดว่าต้องการมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ถ้าความคิดและความปรารถนานี้ไม่เกิดแล้ว “ชีวิตที่ดีกว่าเดิม” ไม่มีวันเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

ความต้องการที่จะมี “ชีวิตที่ดีกว่าเดิม” ประกอบด้วยอย่างน้อย 3 องค์ประกอบดังนี้

(1) การตระหนักว่าทุกคนมีชีวิตเดียวเท่านั้น มีโอกาสมีอายุ 20 หรือ 30 หรือ 40 เพียงครั้งเดียว หากปล่อยให้วันเวลาของชีวิต่ผานไปอย่างไร้ความหมายและไร้ประโยชน์แล้ว ก็จะเป็นที่น่าเสียดายอย่างที่สุด เพราะมันจะไม่มีวันหวลกลับมาอีก

(2) การคำนึงถึงความจริงว่าถ้าไม่มีการปฏิบัติที่ผิดแปลกไปจากเดิมแล้ว ผลที่เกิดตามมาก็ย่อมเหมือนเดิม เราไม่อาจหวังว่าจะมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเก่าได้ ถ้าไม่ทำอะไรต่างไปจากที่เคยทำมา

(3) การเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัยว่าการมี “ชีวิตที่ดีกว่าเดิม” นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับ ทุกคน การมองโลกในแง่ดีเช่นนี้จะทำให้เกิดพลังใจที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิต

ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้จะช่วยให้ตระหนักถึงความจริงในเรื่องการเปลี่ยนแปลงชีวิต คุณค่าของชีวิต การสร้างโอกาสให้แก่ตนเองในการมี “ชีวิตที่ดีกว่าเดิม” และการมีกำลังใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต
เมื่อได้คิดที่จะฮึดสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการปฏิบัติ การเพียงนั่งคิดนอนคิดว่าตนเองต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตไม่อาจทำให้เกิดการพลักผันไปในทางที่ดี ขึ้นได้

หากไม่มีการลงมือปฏิบัติจริง
ขั้นแรกของการลงมือปฏิบัติก็คือการวางแผนว่าจะมีเป้าหมายในแต่ละขั้นตอนของชีวิตอย่างไร ใช้เวลาในการปฏิบัติยาวนานเท่าใด เช่น ปัจจุบันมีอาชีพที่ทำงานหนักและมีรายได้ไม่มากนัก การวางแผนที่อยู่บนพื้นฐานความจริงและมีความเป็นไปได้เท่านั้นที่จะทำให้เดินทางไปสู่เป้าหมายของการมีรายได้สูงขึ้นและเหน็ดเหนื่อยน้อยลงได้

ขั้นสอง ลงมือปฏิบัติตามแผนอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง เช่น เพิ่มเติมทักษะและความรู้ของตนเอง หากขับรถบรรทุกธรรมดาก็ต้อขวนขวายเลื่อนระดับเพื่อหารายได้ด้วยการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมโดยการหัดขับรถบรรทุกสมัยใหม่ที่มีระบบไฮเท็คช่วยควบคุม

ขั้นสาม ประเมินผลสำเร็จของแผนการที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละขั้นตอนอย่างซื่อสัตย์ต่อตนเองและปรับการดำเนินงานอยู่ตลอดเวลา เช่น การพัฒนาทักษะขับรถไฮเท็ค ถ้าพบว่าไม่ง่ายอย่างที่คิดก็จำเป็นต้องไปหาความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถขับรถสมัยใหม่ได้ในที่สุด

การจะมี “ชีวิตที่ดีกว่าเดิม” ได้นั้นเป็นไปได้เสมอ ตราบที่มีความฮึดสู้เพื่อปรับเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นโดยมีแผนการปฏิบัติการอย่างชัดเจน และมีการลงมือปฏิบัติอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง.

Apr 3, 2018

"รอมแพง" เผยเบื้องหลังความสำเร็จ "บุพเพสันนิวาส" หาข้อมูลนาน 3 ปี



นักเขียน บุพเพสันนิวาส บอกทำการบ้าน-หาข้อมูลนานถึง 3 ปี 
ก่อนจะเขียนนวนิยาย จนประสบความสำเร็จ 
กลายเป็นละครเบอร์ 1 ในชั่วโมงนี้สำหรับ บุพเพสันนิวาส
โดยตอนล่าสุดกวาดเรตติ้งละครไปถล่มทลาย ขณะที่ในโลกออนไลน์ก็มีการพูดถึงไม่หยุด 


จันทร์ยวีย์ สมปรีดา หรือเจ้าของนามปากกา รอมแพง ผู้ประพันธ์นวนิยาย บุพเพสันนิวาส เปิดใจผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง 33 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ว่า ได้ศึกษาค้นคว้าหาหาข้อมูลเป็นเวลานานถึง 3 ปี ก่อนที่จะเขียนออกมาเป็นหนังสือสำเร็จภายในระยะเวลานานถึง 3 ปี ก่อนที่จะเขียนออกมาเป็นหนังสือสำเร็จภายในระยะเวลา 1 เดือน


รู้สึกปลื้มใจที่หนังสือเเละละครได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

รอมแพงเผยว่า ตั้งใจจะถ่ายทอดนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ยุคสมเด็จพระนารายณ์ ที่มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน จุดประสงค์หลักคือ ตั้งใจที่จะให้เนื้อหาในเรื่องสอดแทรกความรู้ทางประวัติศาสตร์ เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย โดยเป็นการเล่าเรื่องแบบไม่ตัดสิน ให้มีลักษณะคลุมเครือ ผ่านมุมมองของตัวละครเกดสุรางค์ เพื่อให้ทางผู้อ่านและผู้ชมฉุกคิดว่าเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องเล่า และหากสนใจก็จะได้ไปค้นคว้าหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร

รอมแพง กล่าวว่า การนำประวัติศาสตร์มาสอดแทรกในเรื่องเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากประวัติศาสตร์มีหลายแง่มุม การนำนวนิยายมาทำเป็นละครจึงทำให้ผู้ชมเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย สำหรับบุพเพสันนิวาสถูกนำมาถ่ายทอดออกมาเป็นละครได้อย่างงดงาม ใกล้เคียงกับที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ ส่วนตัวเห็นครั้งแรกรู้สึกขนลุก และรู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมาก สำหรับงานเขียนของรอมแพงนั้น มีเอกลักษณ์ทั้งสำนวนภาษา และบทพรรณาโวหารที่บรรยายสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมในสมัยนั้น

เนื่องจากเธอจบการศึกษาในภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเธอนั้นหลงใหลในประวัติศาสตร์ จึงได้ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของวรรณกรรมได้อย่างงดงาม  

รอมแพง จบการศึกษาในภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร บทประพันธ์บุพเพสันนิวาสของเธอนั้นเขียนขึ้นเมื่อปี 2552 ตีพิมพ์ซ้ำไปเเล้วมากกว่า 27 ครั้ง

เเละหลังจากละครออกอากาศไปขณะนี้มีการตีพิมพ์เพิ่มเติมไม่ต่ำกว่า10 ครั้ง นอกจากนั้นเธอยังมีผลงานอื่นๆ กว่า 20 ผลงาน เช่น ดาวเกี้ยวเดือน, บุพเพสันนิวาส, มิติรักข้ามดวงดาว,คีตโลกา, เรือนพะยอม ส่วนใหญ่เป็นนวนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้
อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/ent/news/542997