Custom Search

Apr 14, 2021

ปรัชญาสร้างความสำเร็จ ของ ดร.เทียม โชควัฒนา

ที่มาของภาพ บมจ.สหพัฒนพิบูล (@sahapatofficial) | Twitter

28 มกราคม 2559

ที่มา https://moneyhub.in.th/article/theiym_chokhwathna/


นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนั้นอาจจะมีอยู่หลายคน แต่หนึ่งคนที่เป็นที่กล่าวขานถึงอย่างมากคนหนึ่งก็คือ ดร.เทียม โชควัฒนา เจ้าของ เครือสหพัฒนพิบูล จำกัด ที่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างมหาศาลในแต่ละปี ทั้งนักธุรกิจและคนทั่วไปต่างไม่มีใครไม่รู้จัก อีกทั้ง ดร.เทียม โชควัฒนา ยังเป็นนักธุรกิจต้นแบบให้แก่นักธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จอยู่อีกมากมาย ด้วยการบริหารงานอย่างมีปรัชญาจึงสามารถนำพาธุรกิจให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงมาถึงปัจจุบัน คนรุ่นใหม่และนักธุรกิจทั้งหลายจึงควรศึกษาและลองนำปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของ ดร.เทียม โชควัฒนา ไปลองปรับใช้กันดู ซึ่งผู้เขียนได้อ่านหลัก 36 ประการแล้วนำมาสรุปให้อ่านกันพร้อมคำอธิบายได้ดังนี้

1.แม้มีความรู้น้อยแต่หากไม่เกี่ยงงานก็สามารถ

ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้

2.ใช้ความเที่ยงธรรมและความสุขุมเยือกเย็นในการบริหารงานคือหลักของนักบริหารที่ดี

3.ความขยัน ความอดทน รู้จักรักษาเครดิตที่ดี และเลือกคบคนดี เป็นหนทางแห่งการได้ร่วมงานหรือได้ทำธุรกิจกับคนดี ๆ

4. รู้จักเป็นร่มเงาที่ดีให้แก่บุคลากรและสังคม

5. รู้จักรักตนเอง รักครอบครัว และรักบริษัท

6. การใช้ความรู้และหมั่นบริหารความรู้ จะยิ่งช่วยทำให้ความรู้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

7. ขุมทรัพย์แห่งความรู้และประสบการณ์มาจากคนทั้งนั้นจึงต้องเรียนรู้คนให้มาก

8. ความรุนแรงเกิดขึ้นจากโทสะทั้งนั้น

9. ช่วยเหลือพวกพ้อง ไม่คอยทำลายกันเอง

10. หมั่นทบทวนอดีตเพื่อใช้เป็นประสบการณ์ และพัฒนาปัจจุบันเพื่ออนาคต

11. ยิ่งคนมากวาสนาก็ยิ่งมากขึ้น เมื่อทุกคนมาทำงานร่วมกันวาสนาก็จะมาอยู่ในที่เดียวส่งผลดีให้แก่บริษัท

12. ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์เพราะทุกนาทีมีค่า

13. ปรับวิธีการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ในแต่ละช่วง

14. ความสำเร็จทุกอย่างเกิดขึ้นจากความเพียรพยายาม

15. ใช้สติปัญญาในการต่อสู้กับทุกอย่าง เพราะไม่มีอะไรที่ความพากเพียรจะชนะไม่ได้

16. ความรักและความสามัคคีในการทำงานจะช่วยสร้างความสำเร็จได้

17. นักธุรกิจต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องคอยก้าวเดินอยู่ตลอดเวลาหากไม่อยากให้ธุรกิจล่าช้าหรือล้าหลัง

18. การใช้คำชมมากเกินไปจะทำให้คนระเริงมากไป แต่การติก็ควรใช้คำพูดที่ไม่ทำร้ายกันเกินไป

19. ใช้เสน่ห์ของมนุษย์เราให้เกิดประโยชน์ การยิ้มแย้มแจ่มใสจะช่วยทำให้ทุกอย่างลงตัวและดีขึ้น

20. พยายามทำดีแม้ว่ามันจะยากลำบากแต่ปลายทางจะเจอแต่สิ่งที่ดีเสมอ ความดีคือสิ่งที่อยู่ทนไปได้ตลอดเมื่อทำความดีสิ่งดี ๆ ก็จะวิ่งเข้ามาหาอยู่เสมอ

21. มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ความสุภาพอ่อนโยน รู้จักเก็บอารมณ์ จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ธุรกิจได้เสมอ

22. ทุกความก้าวหน้าเกิดขึ้นจากการทำงานและการมีผลงาน คนเราหากยิ่งขยันทำงานมากเท่าไหร่ก็มีโอกาสสำเร็จได้มากเท่านั้น

23. ทีมงานที่ดีจะช่วยให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี การทำงานเป็นทีมคือหัวใจหลักของการทำธุรกิจทุกรูปแบบ

24. ผู้ที่รู้จักอดทนต่อปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนอื่น จะเป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้

25. หมั่นกระจายความรู้สู่ลูกน้องเป็นการขยายงานได้ดีทีสุด การให้ความรู้แก่ลูกน้องคือการแบ่งปันที่ดีที่สุดและทำให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้ดีที่สุด

26. ทรัพยากรที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของโลกก็คือคนดี คนดีไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะทำให้องค์กรมีแต่ความเจริญก้าวหน้า

27. ความรู้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์หากอยากมีความก้าวหน้าต้องขยันหมั่นเรียนรู้ คนเราไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ต้องรู้จักหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอและตลอดเวลา

28. ร่วมงานกับผู้อื่นด้วยความรักและความเข้าใจ การให้ความรักและความเข้าใจแก่คนรอบข้างทำให้เกิดความสุขในการทำงาน เมื่อมีความสุขทุกอย่างก็จะขับเคลื่อนไปอย่างง่ายดาย

29. ศึกษาคนเพื่อให้งานที่เหมาะแก่เขาเหล่านั้นได้ถูกต้อง คนเรามีความสามารถและความถนัดที่ต่างกันออกไป การศึกษาบุคลากรและมอบหมายงานที่เหมาะสมให้จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

30. อย่าประมาทและหลงตัวเองเพราะอาจจะทำให้ทุกอย่างพังลงได้ เมื่อใดที่คนเราเริ่มหลงตัวเองความประมาทก็จะเกิดขึ้นและส่งผลเสียต่อธุรกิจได้

31. คนเรามีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยเหมือนปลายเข็มที่แหลมเพียงข้างเดียว ควรศึกษาหาจุดเด่นของตนเองเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และควรหาจุดด้อยของตนเองให้เจอเพื่อทำการแก้ไข

32. การงานต้องรู้จักพัฒนาและเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นตามกาลเวลา หากการทำงานผ่านมาไม่รู้กี่เดือนกี่ปีก็ยังคงทำงานได้เหมือนเดิมเสมอไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วจะสามารถเจอกับความสำเร็จได้อย่างไร

33. คนเราหากเก่งหรือมีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่ง ก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งได้ทุกด้าน เป็นสิ่งที่หัวหน้างานทุกคนต้องจดจำเอาไว้เพื่อใช้บริหารงานลูกน้องอย่างถูกต้องและลงตัว

34. ความรู้เป็นสิ่งที่ควรถ่ายทอดให้ก็อยู่เสมอ การถามช่วยทำให้เข้าใจและสามารถแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้

35. หมั่นใช้พื้นฐานในการเรียนรู้อยู่เสมอ คือ การมอง การฟัง การคิด การถาม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้อยู่เสมอ

36. ความสุขในชีวิตคือการมอบความเป็นเพื่อนให้แก่คนรอบข้าง

และนี่คือข้อสรุปจาก 36 ปรัชญาชีวิตของ ดร. เทียม โชควัฒนา นักธุรกิจผู้มากประสบการณ์และเป็นนักธุรกิจตัวอย่างของใครหลาย ๆ คน คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องดูเป็นแบบอย่าง แม้ววันนี้นักธุรกิจผู้นี้จะล่วงลับไปแล้วแต่ยังคงทิ้งปรัชญาในการดำเนินชีวิตและการบริหารธุรกิจเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สำหรับผู้ที่กำลังอยากสร้างความสำเร็จให้แก่ตนเองถ้าหากสามารถนำปรัชญาเหล่านี้ไปใช้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจ วันหนึ่งความสำเร็จอาจจะเข้ามาให้ได้เจอในไม่ช้า

14 เมษายน พ.ศ. 2564




Apr 7, 2021

Tonkao Panin, Ph.D.


 รศ.ดร.ต้นข้าว ปาณินท์


ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล “ศิลปาธร” ประจำปี พ.ศ.2564
สาขาสถาปัตยกรรม
รศ.ดร.ต้นข้าว ปาณินท์
เป็นผู้จุดประกายแก่สถาปนิกรุ่นใหม่
มีคุณูปการกับวงการสถาปัตยกรรม
ครบเครื่องทั้งงานวิชาการและการปฏิบัติวิชาชีพ
กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน
ผลงานมีความนิ่งแต่ละเอียดรอบคอบและแยบยล
มีความเรียบง่ายเป็นธรรมชาติสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทย

Apr 2, 2021

เจาะลึกเรื่องราวของ น้าเน็ก ที่กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ | Perspective [28 มี.ค. 64]

มาแล้วกับครั้งแรกของการสลับกันถามของ “เปอร์ - สุวิกรม อัมระนันทน์”
และ “น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา"
ใน Perspective Talk Show X Nanake555
สัปดาห์นี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวของ น้าเน็ก
ที่ได้ชื่อว่าเป็นพิธีกรระดับแนวหน้าของไทย
พร้อมเผยเรื่องราวชีวิตของน้าเน็กที่กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้
ลองผิดลองถูกมาแล้วหลากหลายอาชีพ แม้แต่เด็กแจกใบปลิว
เด็กล้างรถก็เคยผ่านมาแล้ว รับชมเลยตอนนี้!

๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔

ทรงพระเจริญ


 

Apr 1, 2021

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประกาศรายชื่อ 7 ศิลปิน 7 สาขา “ศิลปาธร” ประจำปี 2564



“ปรัชญา พิณทอง – ต้นข้าว ปาณินท์ – วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
– อโณทัย นิติพน – สุมณฑา สวนผลรัตน์
– กฤษณ์  เย็นสุดใจ – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์”

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการ
โครงการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล“ศิลปาธร” ประจำปี พ.ศ.2564
เมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2564
โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบรายชื่อ
ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล “ศิลปาธร”
ประจำปี พ.ศ.2564
ทั้ง 7 สาขา ได้แก่
สาขาทัศนศิลป์ สาขาสถาปัตยกรรม สาขาวรรณศิลป์
สาขาดนตรี สาขาศิลปะการแสดง สาขาศิลปะการออกแบบ
และสาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว

สำหรับโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล
“ศิลปาธร” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2547
เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัยรุ่นกลาง
ที่ได้ทุ่มเทพลังความคิด สติปัญญา และจิตใจอันมุ่งมั่น
เพื่อสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อวงการศิลปะร่วมสมัย
มีผลงานได้รับการเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติ
และระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในปัจจุบันมีศิลปินที่ได้รับรางวัล “ศิลปาธร”
รวมทั้งสิ้น 1 พระนาม และ 87 รายชื่อ
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
กล่าวว่า คำว่า“ศิลปาธร”นั้น
มีความหมายอันเป็นที่ประจักษ์และทรงคุณค่ายิ่งในตนเอง
หมายถึง ผู้ทรงไว้ซึ่งศิลปะ หรือ ผู้รักษาไว้ซึ่งศิลปะ
โดยที่ผ่านมาทางสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
ได้ดำเนินอย่างเข้มงวดภายใต้กระบวนการสรรหาและ
พิจารณาตัดสินตามขั้นตอนของคณะกรรมการ คัดสรรฯ
และคณะกรรมการตัดสินฯ
ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียง
และผลงานในด้านศิลปะร่วมสมัยสาขาต่าง ๆ
ได้พิจารณาตามลำดับขั้นตอนโดยเริ่มจาก
คณะกรรมการคัดสรรศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล “ศิลปาธร”
จำนวน 7 คณะ
ได้เสนอรายชื่อศิลปินผู้มีผลงานอันโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ
อย่างกว้างขวาง
ผ่านการคัดสรร ทั้ง 7 สาขา
ให้แก่คณะกรรมการตัดสินฯ
ในแต่ละสาขาเป็นผู้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน
เพื่อคัดกรองข้อมูลให้คณะกรรมการตัดสินฯ
ได้ดำเนินการพิจารณาตัดสินตามแนวทางการสรรหาและคัดเลือ
ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล  “ศิลปาธร” ประจำปี  พ.ศ. 2564
จากนั้นเมื่อได้ผลการตัดสินเป็นเอกฉันท์
จึงนำเสนอรายชื่อศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินศิลปาธร
ทั้ง 7 สาขา
ต่อคณะกรรมการอำนวยการโครงการฯ
โดยที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการฯ
ได้พิจารณาข้อมูลอย่างครบถ้วนในทุกมิติ
และมีมติเห็นชอบตามผลการพิจารณาตัดสินดังกล่าว
พร้อมทั้งได้มีประกาศมอบรางวัล “ศิลปาธร” ประจำปี 2564
ให้แก่ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นจำนวน 7 สาขา ดังต่อไปนี้
สาขาทัศนศิลป์  ปรัชญา พิณทอง
สาขาสถาปัตยกรรม  ต้นข้าว ปาณินท์
สาขาวรรณศิลป์  วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
สาขาดนตรี  อโณทัย นิติพน 
สาขาศิลปะการแสดง  สุมณฑา สวนผลรัตน์
สาขาศิลปะการออกแบบ  กฤษณ์  เย็นสุดใจ 
และ
สาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว  นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

Mar 29, 2021

ดูให้รู้ : เคล็ดลับที่ต้องดู : สาวใสในวัย 80

 


ฟูจิเซ็นเซ ขอพาไปดูเคล็ดลับสวยใส สุขภาพดีของคนญี่ปุ่นท่านหนึ่งที่อยู่เมืองไทยมานานกว่า 60 ปี
และมีอายุถึง 80 ปี แต่ยังดูคล่องแคล่วเหมือนสาว ๆ อยู่เลย คุณป้าท่านนี้มีชื่อว่า "ชิซูโกะ อิเคดะ"
หรือชื่อภาษาไทย "สมศรี" นอกจากจะแข็งแรงสุโก้ยแล้ว
คุณป้ายังอุทิศตนทำประโยชน์ด้วยการสอนออกกำลังกายฟรี และสอนรำไทยให้คนญี่ปุ่น
มาตามดูว่า "คุณป้าชิซูโกะ" จะมีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพอย่างไร ?
ทำอย่างไรไม่ให้แก่และแข็งแรงได้ ใครที่อยากมีสุขภาพดี ห้ามพลาด
เพราะ "คุณป้าชิซูโกะ" จะมาเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพกายและจิตใจแบบไม่มีกั๊ก

"พวกเธอต้องเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ก่อน แล้วจึงเรียนศิลปะ" ~ ศ.ศิลป์ พีระศรี

Mar 27, 2021

คุณภาธร และ คุณอัษฎาภรณ์ วงษ์วานิช แบบบ้าน F-123

Design My Home ดีไซน์เพื่อการใช้ชีวิต

เมื่อความต้องการถูกผนวกเข้ากับงานดีไซน์และได้สะท้อนออกมาเป็นบ้านยุคใหม่
ที่สอดรับกับชีวิตได้อย่างลงตัวที่สุดซึ่งหลายคนมักคิดว่าการออกแบบให้มีดีไซน์นั้น
อาจจะต้องใช้เวลาและงบประมาณที่สูงกว่าปรกติ
แต่แท้จริงแล้วคงไม่ใช่ทั้งหมดเพราะปัจจุบันมีบริษัทรับสร้างบ้านที่เข้ามาเป็นตัวช่วย
และทำให้คุณคลายความกังวล
อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามใจชอบภายใต้กรอบงบประมาณที่สมดุล
ทั้งนี้เพื่อให้คุณได้บ้านที่ตรงใจมากที่สุด
คุณภาธร และคุณอัษฎาภรณ์ วงษ์วานิช เป็นอีกหนึ่งครอบครัวยุคใหม่ที่ปรับจูน
ความต่างระหว่างวัยของคนในครอบครัวให้ดูลงลงตัวอย่างที่สุด
ภายใต้บ้านหลังใหม่ที่ผ่านการออกแบบให้มีฟังก์ชันครบทุกการใช้งาน โดยคุณภาธรได้เล่าให้ฟังว่า
“บ้านหลังนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากที่เราอยากแยกครอบครัวออกมาซึ่ง
แต่เดิมนั้นเราอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่เป็นบ้านไม้เก่า
โดยยังคงสร้างบนที่ดินแปลงเดิม เป็นที่ดินของคุณแม่ภรรยา แต่กว่าจะตัดสินใจสร้างบ้านก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร
เพราะว่าเราเองก็ต้องดูความต้องการของตัวเราและครอบครัวว่ามีความสัมพันธ์กับจำนวนห้องที่มีหรือไม่
ดูงบประมาณรวมถึงเรื่องของพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันต่างๆ
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและลงตัวกับการใช้ชีวิต
ซึ่งหลังจากที่มีแบบบ้านในใจแล้วก็เริ่มมองหาบริษัทรับสร้างบ้านและสุดท้ายก็มาจบที่พีดีเฮ้าส์
“เหตุผลที่เราตัดสินใจใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านนั้นก็เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ตัวผมเองเคยสร้างบ้าน
โดยใช้ผู้รับเหมาของเราเอง
แต่ก็เจอปัญหาความยุ่งยากทั้งเรื่องของการขอยื่นแบบ
การติดต่อหน่วยงานราชการหรือแม้แต่ตัวช่างเองรวมถึงการเบิกเงินค่างวด
อีกอย่างคือเราเองไม่มีเวลาเพราะตัวผมมีธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับงานขึ้นรูปพลาสติก
ส่วนภรรยาก็ทำงานการบินไทย
ทำให้ไม่ควบคุมดูแลได้มากนักหากเราต้องใช้บริการกับผู้รับเหมา” คุณภาธร กล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่า
“ส่วนเหตุผลว่าทำไมเราถึงเลือกใช้บริการกับทางพีดีเฮ้าส์นั้น
ก็เพราะว่าผมและครอบครัวได้ดูโปรไฟล์ของบริษัทแล้ว
มีความน่าเชื่อถือ
มีรูปแบบบ้านและฟังก์ชันต่างๆที่ตรงกับใจ
รวมทั้งจากการที่เราได้สอบถามเพื่อนเพื่อให้ทราบถึง
ข้อมูลของบริษัททำให้รู้สึกถึงความมั่นใจมากขึ้น
จึงได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการกับทางบริษัท”
สำหรับบ้านที่คุณภาธรและครอบครัวตัดสินใจเลือกสร้างนั้นได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงามและมีฟังก์ชันที่ครบ
แม้จะมีการปรับขนาดบ้างแต่ก็เพื่อให้สอดรับกับความต้องการ
และที่น่าสนใจคือมีการยกตัวบ้านให้สูงจากพื้นประมาณ 1.2 เมตร
ทำให้มีช่องพื้นที่ด้านล่างที่สามารถปรับเป็นส่วนเก็บของและจุดสำหรับซ่อมแซมได้
โดยในส่วนของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านนั้นก็มากถึง 270 ตร.ม.ด้วยขนาด 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ
ซึ่งตรงกับความต้องการของครอบครัว
ส่วนในเรื่องของฟังก์ชันต่าง ๆ
ภายในบ้านนั้นต้องบอกว่าลงตัวและคุ้มค่าทุกตารางนิ้ว
เนื่องจากตัวคุณภาธรนั้นจบการศึกษาทางด้านสถาปัตย์
ทำให้มีความเข้าใจในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอย
โดยชั้นล่างนั้นจะแบ่งพื้นที่เป็นมุมรับแขก
ส่วนรับประทานอาหาร ห้องครัว
และห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเป็นห้องนอนแขกได้
ส่วนพื้นที่ชั้นบนนั้นถูกออกแบบให้เป็นห้องนอนและห้องพระ
ด้านการตกแต่งนั้นจะเน้นความเรียบง่ายแต่ใส่เรื่องของดีไซน์ไว้พอสมควร
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์และการจัดวาง
โดยจะเน้นเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวเป็นหลักเพื่อ
ที่จะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบและทำความสะอาดได้ง่าย
แต่ในบางส่วนบางมุมก็จะเลือกใช้บิลท์อินเพื่อให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น
แต่ทั้งหมดนั้นสามารถเข้าถึงได้ง่ายแบบตรงไปตรงมาไม่ซ่อนเร้นปิดบังทำให้บ้านดูน่าอยู่มากขึ้นเลยทีเดียว
โดยคุณภาธรได้กล่าวเพิ่มเติมว่า
“ประทับใจกับบ้านหลังนี้มาก
ทั้งที่ในตอนแรกไม่ค่อยมั่นใจนักแต่เห็นความตั้งใจของทีมงานเห็นฝีมือการทำงานแล้วคิดไม่ผิดจริงๆ
ที่เลือกใช้บริการกับทางพีดีเฮ้าส์ ที่สำคัญเรื่องของการบริการ
การเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการและการให้คำปรึกษาในสิ่งที่เราไม่มีความรู้ก็ยิ่ง
สร้างความประทับใจให้กับเรามากขึ้นอีกด้วย”
หากนิยามของคำว่า “บ้าน” คือศูนย์รวมของทุกคนในครอบครัว
ก็เชื่อได้ว่าคงจะเป็นจริง เพราะวันนี้ครอบครัววงษ์วานิชได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
และถึงแม้ว่าภายใต้ชายคาของบ้านหลังนี้มีจะหลายเจนเนอเรชั่น แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต
ด้วยเพราะการออกแบบที่สอดรับกับความต้องการจึงทำให้ทุกวันนี้ทุกคนได้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
และมีความสุขมากที่สุดนั่นเอง



Mar 26, 2021

เด็กติดยาเสพติด



ขอบคุณ คุณแพท พาวเวอร์แพท

RamaMental.mahidol.ac.th

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล 

270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 

ที่มา https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/06212014-1613

ประเภทของยาเสพติด

ออกฤทธิ์กดประสาท เช่น ฝิ่น มอร์ฟิ่น เฮโรอีน เซโคบาร์ทิบาท (บาร์บิทูเรต) เหล้าแห้ง หรือโซโคบาล

ทำให้ประสาทมึนชา สมอง อารมณ์ จิตใจ เฉื่อยชา

ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น แอมเฟตามีน กระท่อม โคเคน พวกยาม้า ยาขยัน

กระตุ้นเร่งประสาททำให้เกิดนิ่ว ตื่นตัว กระวนกระวาย ประสาทไหวตัวอยู่เสมอ

ออกฤทธิ์หลอนประสาท เช่น แอลเอสดี ทำให้เกิดประสาทหลอนเห็นภาพผิดไปจากปกติ

ออกฤทธิ์ผสมผสานกัน ทั้งกดประสาท กระตุ้นประสาท และหลอนประสาท เช่น กัญชา

อาการ

เด็กที่ติดยาเสพติดมีลักษณะอาการที่สังเกตเห็นได้หลายชนิด ทั้งทางด้านร่างกายและพฤติกรรมแสดงออกดังนี้

หน้าตาเฉยเมยแบบคนที่มีความทุกข์

ผอมซีด สุขภาพทรุดโทรม

ความประพฤติเปลี่ยนไป ละเลยกิจวัตรประจำวัน ระเบียบวินัยลดหย่อน

กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ฉุนเฉียว ผิดปกติ โมโหง่า ย

มีลับลมคมใน ชอบแยกตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ

เบื่อหน่ายการงานและการเรียน ไม่มีแรง อ่อนเพลีย

มักมียา อุปกรณ์แปลกๆเก็บไว้ในห้องส่วนตัว

อาจมีอุปกรณ์เกี่ยวกับยาเสพติด เช่น กระดาษ ตะกั่ว หลอดกาแฟ ไม้ขีด หลอดฉีดยา เป็นต้น

ใช้เงินเปลืองผิดปกติ มีหนี้สิน บางครั้งขโมย

สวมแว่นกันแดดตลอดเวลา เพื่อซ่อนแก้วตาที่วาว เบิกกว้างหรือริบหรี่

ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา เพื่อปกปิดรอยเข็มที่ฉีดยา

มักชอบอยู่ในห้องเก็บของ ซ่อนตัวอยู่ในห้อง อยู่หลังส้วมเพื่อแอบสูบบุหรี่ เสพยา

ถ้าอยู่ในห้องเรียน เด็กจะเกียจคร้าน ง่วงหงาวหาวนอน ตาหรี่ เพราะสู้แสงไม่ได้ เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง

สาเหตุของการติดยาเสพติด

ทางด้านร่างกาย

การจัดหาหรือซื้อสารเสพติดด้วยตนเองเนื่องจากมีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย

พวกรักษาตนเอง เช่นประสบอุบัติเหตุแพทย์ให้ยาระงับปวดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

ภายหลังได้ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยตนเอง เลยทำให้ติดยาโดยไม่ตั้งใจ

ทางด้านจิตใจ

พวกบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น ต่อต้านสังคม ก้าวร้าว ชอบพึ่งพาผู้อื่น แยกตัวเองหรือซึมเศร้า

พวกที่มีความกังวลใจ หวาดกลัว หรือป่วยเป็นโรคประสาทหรือโรคจิตมีอาการนอนไม่หลับ

มักใช้ยาเสพติดระงับความรู้สึกจึงทำให้ติดได้

สภาพครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ไม่เข้าใจกัน เด็กขาดความอบอุ่น

หรืออบรมเลี้ยงดูลูก ไม่ถูกต้อง หรือมีคนในครอบครัวติดสารเสพติด


ทางด้านสังคม

ถูกเพื่อนชวน อยากลอง

อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับพวกติดสารเสพติด

ความกดดันทางสังคม เช่น มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่มีงานทำ

โทษของการติดยาเสพติด

โทษต่อร่างกายและจิตใจ

ทำลายประสาทสมอง จิตใจเสื่อม ซึมเศร้า กังวล เลื่อนลอย และเป็นโรคจิตจากพิษยานั้นๆ

เสียบุคลิกภาพ ขาดความสนใจตนเอง ขาดสติสัมปชัญญะ

ร่างกายซูบซีด อ่อนเพลีย

พิษยาทำลายอวัยวะต่างๆให้เสื่อมลง มีโรคแทรกได้ง่าย

ประสบอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะการควบคุมทางกล้ามเนื้อและระบบประสาทบกพร่อง

โทษต่อครอบครัว

ขาดความรับผิดชอบต่อครอบครัวและญาติพี่น้อง

เสียทรัพย์ที่จะต้องซื้อยามาเสพ และรักษาตัว

ขาดหลักประกันของครอบครัว ทำงานไม่ได้ ไม่เป็นที่วางใจ ของคนทั่วไป นำภัยมาสู่บุตร ภรรยา ญาติพี่น้อง

โทษต่อสังคม

เป็นภัยต่อสังคม

มีโอกาสเป็นอาชญากรประเภทลักขโมยได้ง่ายเนื่องจากมีรายจ่ายสูง

โทษต่อส่วนรวมและประเทศชาติ

เป็นภัยอันตรายต่อผู้อื่น ชุมชนและประเทศชาติ เพิ่มงบประมาณของประเทศในการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษา

ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ

วิธีการแก้ไข

การแก้ไขเด็กติดยาเสพติด ต้องการกำลังใจจาก ผู้ปกครองและครูเป็นอย่างมาก

ฉะนั้น ผู้ปกครองและครูจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยเด็กของตนให้หายจากการติดยาเสพติดซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้

สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้มีความสุข พ่อแม่ควรปรองดองกัน จะทำให้เด็ก มีความมั่นคงทางจิตใจ รู้สึกอบอุ่น

พ่อแม่และครูต้องให้ความเป็นกันเองกับเด็ก จะทำให้เด็กแน่ใจว่าผู้ใหญ่พยายาม

ที่จะเข้าใจเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเขาเด็กจะรู้สึกเป็นกันเองที่จะพูดคุยถึงปัญหา

ของตนโดยไม่มีการซ่อนเร้นและควรพูดจาซักถามสาเหตุ

เวลาที่เสพติดนานแค่ไหน อย่าประนามดุด่าเด็กและควรหาทางช่วยเหลืออย่างรีบด่วน

อธิบายให้เด็กเข้าใจและรู้โทษตามกฎหมายที่จะได้รับจากการใช้ยาเสพติด

ให้เด็กได้รู้โทษของยาเสพติด

ร่วมมือกับครูประจำชั้นเพื่อหาทางแก้ไข เช่นจัดกลุ่มอภิปรายกับเด็กนักเรียน ถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด

ครูที่สนใจปัญหาต่างๆเหล่านี้และรับฟังเด็กด้วยท่าทีที่เห็นใจ จะช่วยเด็กได้อย่างมาก

จัดกิจกรรมที่เสริมสร้างพลังใจ อารมณ์ ความนึกคิดไปในทางที่มีความหมาย เช่น ชมรมกีฬา ชมรมดนตรี

พาเด็กไปพบแพทย์ตามสถานที่รับรักษาผู้ติดยาเสพติด หรือสถานที่บางแห่งรักษาด้วยสมุนไพร

เช่น ที่ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี

ควรแยกเด็กจากสิ่งแวดล้อมเดิมหรือให้ห่างจากเพื่อนที่ติดยาเสพติดด้วยกัน เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปเสพอีก

อธิบายให้เด็กเข้าใจว่าการเลิกยาเสพติดนั้นอยู่ที่การตัดสินใจของเขาเอง เขาต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเอง

เขาต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเอง การที่เขาเลิกยาเสพติดได้จะทำให้อนาคตของเขาดีขึ้น

การติดยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน มักจะเนื่องมาจากครอบครัว ไม่เป็นสุขมีความขัดแย้ง

หรือปล่อยปละละเลยจนถูกชักจูงไปเสพได้ง่าย

หรือใช้ยาเสพติดเป็นทางออกของชีวิต การสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ในครอบครัว

การให้ความรักความเข้าใจ

แก่เด็กและเยาวชนบุตรหลานของท่าน อย่างมีเหตุผลที่ถูกต้องเหมาะสม

ก็จะเป็นการป้องกันปัญหาการติดยาเสพติดได้

นอกจากนั้นครูก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือเด็ก ถ้าครูให้ความสนใจต่อเด็กบ้างทักทาย ถามปัญหา

ถึงแม้บางครั้งจะช่วยได้ไม่มาก แต่ครูก็สามารถที่จะแนะนำเด็กในทิศทางที่ถูกต้องและควร จะหาใครให้ช่วยเหลือ

ครูที่เข้าใจและเห็นใจเด็กจะเปรียบเสมือนผู้ใหญ่ในแบบฉบับที่เป็นจริง ที่เด็กจะได้พึ่งพิงและเอาเยี่ยงอย่าง

ไม่ใช่เป็นผู้ใหญ่ในโลกสมมุติเหมือนที่เด็กใช้ยาเสพติด เพื่อสร้างภาพเงานั้นขึ้นมา

ผู้รวบรวมและเรียบเรียง: อัญชลี จุมพฎจามีกร

ผู้ให้คำปรึกษา: ผศ.นพ.สเปญ อุ่นอนงค์ 

 

เอกสารอ้างอิง

ชูทิตย์ ปานปรีชา. คู่มือสุขภาพจิตสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข. กรุงเทพฯ โรงพิมพ์การศาสนา, 2530.

ศูนย์สุขวิทยาจิต. อนุสารวัยรุ่นกับยาเสพติด. พิมพ์ครั้งที่ 2, ก.ค.2522.

ศิริวิไล. คู่มืออ่านพฤติกรรมเด็ก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ อ.อิทธิพล, 2526.


Mar 17, 2021

The Driver EP.115 - น้าเน็ก + เปิ้ล นาคร

 

ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง


 

พระภาสกร ภูริวฑฺฒโน (ภาวิไล) มรณภาพ สิริอายุรวม 59 ปี 26 พรรษา












15 มีนาคม 2564





14:30น.



กราบนมัสการ

 

พระภาสกร ภูริวฑฺฒโน ภาวิไล



กลุ่มแพนด้าขอบตาดำ เสวนาธรรมยามดึก


เพจเฟซบุ๊ก ของพุฒิสิทธิ์ รัตนสมบูรณ์  โดยโพสต์ถึงการมรณภาพของ

พระภาสกร ภูริวฑฺฒโน ภาวิไล  ล่าสุดแจ้งกำหนดการบำเพ็ญกุศล

ณ วัดมกุฏกษัตริย์ฯของพระอาจารย์ภาสกร ภูริวฑฺโน

ในวัน ที่16 มีนาคม 2564 18.30 น. สวดพระอภิธรรม

และจะมีการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมต่อไปทุกวัน

ตั้งแต่วันที่ 17-22 มีนาคม 2564 หรืออาจมากกว่านั้น ในเวลา 19.00 น.

ณ ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม ถนนกรุงเกษม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

(เนื่องจากใกล้บริเวณที่มีการชุมนุมทางการเมือง โปรดเผื่อเวลาการเดินทางด้วย)

สำหรับ ศิษยานุศิษย์ ที่ จ.เชียงใหม่ หลังจากที่มีพิธีการที่กรุงเทพมหานครแล้ว

จะทำการเคลื่อนสรีระสังขารพระอาจารย์มาที่

ธรรมสถาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโอกาสต่อไป

ก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กของพุฒิสิทธิ์ ได้โพสต์ถึงสาเหตุการมรณภาพ

โดยระบุว่า

“1 ปี คุย 10 ครั้ง ตลอดระยะที่อุปัฏฐาก 13 ปี ...

พูดคุยกันตามประสาพระพี่ โยมน้อง

แสดงความคิดเห็นที่โต้แย้งท่านบ้าง

ท่านเตือนบ้างด่าบ้าง มันก็เป็นธรรมดา ...

แต่ที่เราสัมผัสได้คือ ท่านตั้งใจเผยแผ่ธรรมะอย่างแท้จริง

แม้บางครั้งจะเป็นการเทศน์ที่ดุดัน

จนเราเองก็เคยออกรับหน้าหลายครั้ง ...

โยมไล่ออกจากบ้านก็มี ไล่ลงจากรถก็เคย

ชักอาหารกลับก็บ่อยแต่ท่านไม่แคร์

เพราะท่านบอกว่า นี่คือ มานะตัวเป้ง..ที่ติดในตัวคน...

หลวงพี่ตั้งใจเผยแผ่ธรรมอย่างแท้จริง

ตอบทุกคำถามอย่างจริงจัง เหนื่อย

แต่ไม่พูด รำคาญ

แต่ไม่บ่น...ว่างเมื่อไหร่ เป็นพิจารณาธรรมะตลอด

แต่...วันนี้ 14.00 น. หลวงพี่อาการ งงๆ

เดินเซตอนออกจากห้องสรงน้ำ

และบอกโยมว่า เซจริงๆ

"ไม่ได้ แกล้ง"

และมีอาการปวดหัว

ท่านสงสัยว่าจะเป็นอาการเกี่ยวกับสมอง

จึงขอให้โยมเค้าช่วยจำเวลา

และ ให้รีบนำส่ง รพ.จุฬา เพราะเชื่อว่า

มีเครื่องมือ ที่ทันสมัย ...

โยมจึงทำตามประสงค์ ในขณะที่นั่งรถ ท่าน เกิดอาการ มือชา

และหลังจากถึง รพ.จุฬานั้น ท่านมีอาการจะอาเจียน

จากนั้น ท่านเข้าห้องฉุกเฉิน โดยโยมที่นำส่ง

เล่าอาการให้แพทย์ฟังและแพทย์จึงให้

กินยาสลายลิ่มเลือดไป

จากนั้น หมอจึงแจ้งแนวทางรักษาให้กับท่าน

ซึ่งตอนนั้น ท่านยังมีสติดี แถมยังติดเล่นกับหมอ

ตามStyle ท่าน ...

ในขณะที่หมอตรวจฟิลม์ X-Ray ก็ไม่พบอาการผิดปกติที่สมอง

แต่แล้วปรากฏว่า ความดันท่านตก และเกิดภาวะช็อค

จนหัวใจหยุดเต้น แพทย์พยายามปั๊มหัวใจท่าน

นานถึง 40 นาทีแต่ก็ไม่กลับมา

จนต้องปล่อยท่านไป

พระภาสกร ภูริวฑฺฒโน มรณภาพ 19.58 น.

สิริอายุรวม 59 ปี 26 พรรษา

สำหรับประวัติของพระภาสกร ชื่อเดิมนิรันดร์ ภาวิไล เกิดวันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2504

เป็นบุตรของ ศ. ดร. ระวี ภาวิไล และนางอุไรวรรณ ภาวิไล

พ.ศ. 2515-2517 บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ นนทบุรี

พ.ศ. 2522 สำเร็จชั้นมัธยมห้า จากโรงเรียนสาธิตจุฬา

พ.ศ. 2526 สำเร็จชั้นปริญญาตรี สาขาฟิสิกส์ จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2530-2538 ผู้จัดการบริษัทพิจเจอร์ โพรเจคจำกัด ให้บริการถ่ายภาพบุคคลและภาพโฆษณา

อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดคุณแม่จันทร์ แขวงประเวศ กทม.

พ.ศ. 2542 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนจังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ. 2544 - ปัจจุบัน ผู้อำนวยการธรรมสถาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พ.ศ. 2544 - ปัจจุบัน ผู้ดำเนินรายการ พุทธธรรมนำสุข

สถานีวิทยุ ร.ด. เชียงใหม่ AM 1152 KHz ทุกวัน

เวลา 22.00-23.00น.