Custom Search

Oct 23, 2021

๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ วันปิยมหาราช



"มหาราชแห่งสยาม"
ภาพมหามงคลของผม เทคนิค...Coffee on paper + pen
ขนาด....กระดานสเก็ตแผ่นใหญ่
(ขอบคุณชาวจีนนิรนามผู้นำภาพไปเก็บรักษา)
 #thongyhodstyle

Oct 21, 2021

๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์



UNESCO ประกาศ “สมเด็จย่า” คือ “บุคคลสำคัญของโลก”

องค์การวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก UNESCO

ได้เฉลิมพระเกียรติยกย่องให้สมเด็จย่าเป็น “บุคคลสำคัญของโลก”

เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ (วันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ ๑๐๑ ปี)

สมเด็จย่าทรงมีคำสอนที่ทรงพลังแห่งความดีมากมาย

พระองค์ทรงสอนมายาวนานทั้งกับพระราชธิดาและพระราชโอรส

และเหล่าพสกนิกรทั้งหลายมายาวนาน

หลายคนคงจำคำสอนที่ทรงพลังแห่งความดี ให้กำลังใจ เตือนสติ

สอนให้รู้คิดและยั้งคิดเพื่อรักษาชาติและสร้างชาติไทย

ดังคำสอนหนึ่งที่ทุกท่านคงจำได้ว่า พระองค์ทรงตรัสสอนว่า...

"เกียรติยศไม่ได้มาจากชาติกำเนิด แต่เกิดจากการกระทำ"


เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า ความคิดที่ดี ความคิดที่ถูกต้อง

และลงมือทำอย่างตั้งใจมั่น จะสร้างความสำเร็จให้ตนเองและสังคม

ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันสมเด็จย่า ให้พระองค์มีรอยยิ้มบนสวรรค์ชั้นฟ้า


วันออกพรรษา 2564 ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม 2564


 
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตนครปฐม

Sep 29, 2021

Suthichai live : เมื่อโรงเรียนเสริมหลักสูตร อ. สงวนเผชิญวิกฤต

 


เมื่อโรงเรียนเสริมหลักสูตร อ. สงวนเผชิญวิกฤต

Suthichai live 13/08/2563

Sep 27, 2021

อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี

บทความโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร
Credit:  Pishnu Supanimit 

รฤกถึงพี่ถวัลย์ ดัชนี ใน”วันถวัลย์ ดัชนี”27กันยายน วันนี้
ผมเคยเป็นพิธีกรกล่าวนำพี่ถวัลย์ว่า ขอแนะนำศิลปินดัง
ศิลปินยอดเยี่ยมคือถวัลย์ ดัชนี พี่ก็จะใช้ชั้นเชิงโวหารโต้กลับผมทันทีว่า
“พิษณุครับ ผมชื่อถวัลย์ แต่ผมไม่ได้ชื่อดัง พันกร และไม่ได้ชื่อยอดเยี่ยมนะครับ”
นี่คือพี่ถวัลย์ที่เรียกเสียงเฮได้ตลอดถ้าได้ยืนขึ้นบนเวที พี่เป็นผู้ที่จดจำข้อความในพระสูตรพระคัมภีร์
หรือบทกลอนจากกวีได้เป็นเล่มๆ ต้องเรียกว่าเป็นพหูสูตเหมือนพระอานนท์สาวกแห่งพุทธองค์
และที่พิเศษไปกว่านั้นคือท่านร่ายพรรณนาด้วยสำนวนที่รจนาได้พิลึกพิลั่นราวกับกวี
ได้ฟังพี่พูดเราก็จะเคลิบเคลิ้มตามไปจนถึงนรกสวรรค์ได้
พี่ถวัลย์เป็นมนุษย์ขั้นเทพเช่นเดียวกับพี่อังคาร กัลยาณพงศ์ กวีเอกแห่งรัตนโกสินทร์
พี่อังคารไปสุดปลายทางที่ทิพย์กวี แต่พี่ถวัลย์ปลายทางสู่จิตรกรรมทิพย์
ผมจำได้ว่า วันหนึ่งได้ร่วมในบรรยากาศการสัมภาษณ์พี่ถวัลย์ของพิธีกรชื่อดัง(ชื่อดังอีกแล้ว เดี๋ยวพี่หวันได้ยิน
ผมโดนศอกกลับแน่)ของรายการทีวี พี่หวันพอเจอไมค์มาจ่อก็เริ่มพรรณนาร่ายยาว
พิธีกรก็ซักถามว่าศิลปะในทัศนะของท่านเป็นอย่างไร
ท่านก็เอ่ยอัตถาธิบายเป็นภาษาเทพของท่านยาวเหยียดจนจบ
พิธีกรจ้องมองท่านอย่างมึนงงแล้วก็ย้อนถามกลับ
“ขอความกรุณาท่านให้ความกระจ่างแบบง่ายๆอีกทีครับ”
พี่ถวัลย์หยุดคิดอยู่ชั่วครู่แล้วตอบกลับอย่างฉับไวในวิถีเซ็นที่อยู่ในจิตวิญญาณของตน
“ถ้าจะให้ผมพูดซ้ำอีกที ให้ผมไปเห่าเสียจะดีกว่า”
คราวนี้ทำให้พิธีกรของผมนิ่งงันไป ไม่ซักถามอะไรอีก
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ
คำตอบนี้คงทำให้เห็นปฏิภาณการตอบและเป็นการสั่งสอนที่เจ็บแสบและมีอารมณ์ขัน
แต่คงไม่ต้องให้ผมอธิบายนะครับว่า พี่หวันพูดอะไร
เดี๋ยวผมคงต้องไปเห่าให้ฟังเช่นพี่หวัน
มีเรื่องที่ผมเขียนถึงพี่หวันไว้นานมากแล้วใน”กลิ่นสีและกาวแป้ง”
แต่ตอนนั้นปลอมชื่อเป็น”ตะวัน ชะนี” ล้อพี่เค้าสนุกๆไม่มีสาระอะไร
เมื่อหากเจอพี่เขาเมื่อไร พี่ก็จะพูดถึงข่าวคราวของผมบ้าง
ของคุณนายบ้างรวมถึงข้อเขียนใหม่ๆของผมนั่นแสดงว่า
พี่เป็นคนอ่านและติดตามข่าวคราวอย่างที่เรียกว่าอัพเดตอยู่เสมอ
ไม่มีวันตกข่าว เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ศิลป์ พีระศรี
อย่างแท้จริงที่พูดว่า
”นายไม่อ่านหนังสือ นายจะไปรู้อะไร”
พูดถึงท่านอาจารย์ศิลป์แล้วก็นึกถึงเรื่องราวท่านกับพี่ถวัลย์ขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง
ซึ่งเรื่องนี้พี่หวันก็เล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆว่า อาจารย์ศิลป์วิจารณ์ว่าท่านเป็นคนทำงานศิลปะประเภทใช้กำลัง
ท่านเคยส่งงานให้อาจารย์ศิลป์ดูจะเป็นงานที่เป็น
งานเรียนหรืองานส่งประกวดศิลปกรรมแห่งชาติหรือเปล่า ไม่รู้ได้
ครั้งนั้นถูกอาจารย์ศิลป์โยนงานออกไปนอกห้อง พี่หวันก็สงสัยว่ามันไม่ดีอย่างไร
อาจารย์บอกว่า “นายมีแต่กำลัง” แม้จะโดนวิจารณ์ว่า
”นายเป็นแค่นักลอกรูป มันไม่ใช่งานศิลปะ” แต่พี่หวันก็ไม่เคยท้อถอย
ผมว่าเท่านั้นก็คงเพียงพอสำหรับคนที่มีสติปัญญาที่ได้รับพลังมาจากท่านอาจารย์ศิลป์
โดยผ่านพลังศรัทธา จากนั้นพี่ถวัลย์กลับใช้กำลังหรือความขยันหมั่นเพียรเพิ่มอีกเป็นหลายร้อยเท่า
เขียนรูปทุกวันไม่มีหยุด จนกระทั่งพบกับความสำเร็จในที่สุด
เด็กๆที่นับถือพี่ถวัลย์อย่าดูแต่รูปที่เขียนสำเร็จแล้ว
แต่ให้ดูที่การทำงานที่ทุ่มเทสุดชีวิต ผ่านอุปสรรคนานับประการ
เคยมีผลงานที่โดนกรีดประท้วงมาแล้วที่สำนักการนักเรียนครีสเตียน กรุงเทพฯ
จนกลายเป็นศิลปินคู่หูเพียงคนเดียวของนักปราชญ์ของไทย ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช
ที่สุดก็กลายเป็นศิลปินที่เป็นไอดอลของเด็กรุ่นหลังทั้งประเทศ
ไม่เคยคิดว่าคำวิจารณ์ของท่านอาจารย์ศิลป์จะทำให้ด้อยค่าหรือเป็นBullyเหมือนคนเดี๋ยวนี้ที่ชอบเป็นอยู่
คำวิจารณ์กลับเป็นพลังผลักดันให้ไปสู่อนาคต พี่หวันยังคงชื่นชูเคารพท่านอาจารย์ตราบวันสุดท้าย
เมื่อตอนเด็กๆ ผมเคยคิดฝันเมื่อตอนที่มองท้องฟ้าตอนกลางคืนที่มีดวงดาวทอแสงระยิบระยับ
เคยรับรู้ว่าดวงดาวที่ดารดาษอยู่บนท้องฟ้าคือคนที่เป็นดาวประจำตัวของทุกคนบนโลกนี้
เมื่อผู้นั้นหมดสิ้นอายุขัยบนโลก ดาวประจำตัวนั้นก็จะร่วงหล่นเป็นเช่นดาวตก
แต่มาถึงวันนี้ผมคงเปลี่ยนความคิดไปแล้วว่า ดวงดาวที่เห็นระยิบระยับอยู่นั้น
น่าจะเป็นอนุสรณ์ของผู้ที่ทำความดีที่จารึกไว้บนฝากฟ้า
คล้ายกับการฝากรอยมือรอยเท้าไว้บนถนนที่ฮอลลีวู้ด
อยากให้สังเกตุดูดวงดาวที่กระพริบถี่ๆแรงๆมากกว่าใคร
ดาวดวงนั้นน่าจะคือ
“ถวัลย์ ดัชนี”
ผมยังระลึกถึงอยู่เสมอ เมื่อมองไปยังผืนฟ้าและดวงดาว