Custom Search

May 5, 2021

เบื้องหลัง.. ของเพลงแบบ RS | เฮียฮ้อ | ป๋าเต็ดทอล์ก

 

ชาลี อินทรวิจิตร ครูเพลง-ศิลปินแห่งชาติ

 เพลง : ท่าฉลอม - ชรินทร์ นันทนาคร

แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ มี ‘พี่เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์’



อ่านเพิ่มเติมประกอบที่ https://www.beartai.com

"แข่งกับแกรมมี่ ..ต้องยอมรับว่าเหนื่อย เพราะเราไม่มีพี่เต๋อไง"

เฮียฮ้อ - สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บิ๊กบอสแห่งอาร์เอส ให้สัมภาษณ์ในรายการป๋าเต็ดทอล์ก

เมื่อไม่นานมานี้ โดยช่วงหนึ่งเฮียกล่าวถึงคนดนตรีของค่ายคู่แข่งด้วยความชื่นชม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าครั้งหนึ่งชายที่ชื่อ เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์

เคยเป็นบุคคลที่มีบทบาทในวงการเพลงไทยมากที่สุดในประเทศ

เขาเป็นผู้ก่อตั้งค่ายเพลง แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์

ที่ปัจจุบันกลายร่างเป็นบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรม

เป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังศิลปินชื่อดังมากมาย ทั้ง ธงไชย แมคอินไตย์,

นันทิดา แก้วบัวสาย, ไมโคร, นูโว. มอส ปฏิญาณ, ทาทา ยัง ฯลฯ

เป็นผู้ยกระดับวงการดนตรี ด้วยการเปลี่ยนระบบเถ้าแก่มาเป็นธุรกิจจัดสรรปันส่วน

แบ่งผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม

ทำให้อาชีพเต้นกินรำกินในอดีต

กลายเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวได้อย่างมั่นคง

ความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เหตุบังเอิญ ไม่ใช่เรื่องฟลุก

หากแต่เกิดจากวิสัยทัศน์อันยาวไกลที่กล้าทำในสิ่งที่ผู้คนในยุคนั้นไม่เคยนึกถึง และไม่คิดว่าเป็นไปได้

ที่มา
#70ปีเต๋อ (พ.ศ. 2491 - พ.ศ. 2561)

ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ขอพาทุกคนย้อนกลับศึกษา
เรื่องราวและเบื้องหลังความคิดของ ‘เต๋อ เรวัต’
ชายผู้เป็นตำนานของวงการดนตรีเมืองไทย
หากถามว่า เขาใช้สูตรอะไรในการปั้นหรือค้นหาศิลปิน
เรวัตเคยบอกว่า

"เรื่องนี้ไม่มีทฤษฎีใดๆ ทั้งสิ้น
แต่มาจากสัญชาตญาณและประสบการณ์ส่วนตัว
สิ่งหนึ่งที่เขาจะตามหาในตัวศิลปินก่อน คือพรสวรรค์
เพราะหากคนนั้นเกิดมาแล้วไม่มีสิ่งนี้ติดตัวก็ยากที่จะปั้นได้สำเร็จ"
“จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมให้พรสวรรค์ 85% ฝึกฝนนี่ 15% เท่านั้น คนที่มีพรสวรรค์วันแรกเดินมา
อาจจะมีแค่ 15% แต่พอฝึกมันวิ่งปู้ดไป 85% เลย แต่ถ้าไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีทาง ฝึกยังไงก็ไม่ไป"
“แต่ต้องยอมรับว่า บางทีเขาก็ไม่รู้ตัวหรอกว่ามีอะไรอยู่ เราเห็นเราก็เขี่ยเลย ลองดูไหม
คือถึงเราจะทำงานเป็นศิลปะแต่เราก็พยายามพิสูจน์ ให้มันเป็นบทบาทของวิทยาศาสตร์
จะได้ชัดเจนในการทำงาน อย่างธงไชยนี่ ผมเห็นแววเขามาก แต่ก็ยังไม่วางใจเลย
พอพูดจาตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ผมไล่ไปเล่นละครก่อนเกือบ 2 ปี บอกผมขอดูหน่อยได้ไหม
พิสูจน์ให้เห็นหน่อย เพราะเราต้องรู้ก่อนว่าเขาเคี่ยวขนาดไหน
สิ่งที่ผมป้อนเข้าไปมันจะได้เป็นไปตามอัตราส่วน”


May 3, 2021

เฮียฮ้อ รีแบรนด์ 40 ปี RS Group



สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ : เริ่มต้นเปิดบริษัทรับจ้างอัดเทปคาสเซ็ท
จนเติบใหญ่กลายเป็น RS - The People

ฝันหมื่นล้านของ “เฮียฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ แห่ง RS “เฮียเป็นคนมีฝันและเฮียไม่เคยทิ้งฝัน ทำไม่ได้...มันก็ยังอยู่ตรงนั้น ก็จะไปเรื่อย ๆ ถ้าทำได้สำเร็จก็ค่อยตั้งเป้าอันใหม่ แล้วก็ไปเรื่อย ๆ ไม่อย่างงั้นมันไม่มีแรงผลักดันตัวเอง” จากวันที่ออกจากโรงเรียน กำเงินที่พ่อให้มา 5 หมื่นบาท มาก่อร่างสร้างธุรกิจกับพี่ชายคนโต เปิดบริษัทรับจ้างอัดเทปคาสเซ็ท จนเติบใหญ่กลายเป็น RS ค่ายเพลงขวัญใจวัยรุ่นที่ใช้แนวคิด “เอาคอนเซปต์เป็นตัวตั้ง” ปั้นศิลปินดังมาแล้วมากมาย ทั้ง แร็พเตอร์, เต๋า สมชาย, บอยสเก๊าท์, โฟร์-มด, เฟย์ ฟาง แก้ว ฯลฯ มาวันนี้ที่ทุกธุรกิจยิ่งต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน “เฮียฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ซีอีโอ RS ขอพาองค์กรเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ “เอนเตอร์เทนเมิร์ซ” ที่ผสานธุรกิจเอนเตอร์เทนและคอมเมิร์ซเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม พร้อมตั้งความฝันครั้งใหม่ “ยอดขายหมื่นล้านบาท” ภายใน 2-3 ปีนี้ 
 
จากธุรกิจสื่อสู่การทำคอมเมิร์ซ ทิศทางของ RS Group หลังจากนี้จะมุ่งไปทางไหน
ทำไมเฮียฮ้อจึงสนใจธุรกิจอย่างรังนกและอาหารสัตว์ โมเดล ‘Entertainmerce’ คืออะไร
และทำไมการเป็น ‘ปลาใหญ่’ และ ‘ปลาเร็ว’ อาจไม่สำคัญเท่า ‘ปลาฉลาด’
เคน นครินทร์ คุยกับ เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ในรายการ The Secret Sauce

ข้อความถึงสังคมไทยและสังคมโลก

วันก่อนได้อ่านพบบทความธรรมดาๆ เรื่องหนึ่งที่เขียนโดยใครก็ไม่รู้ที่ส่งต่อๆ กันมาทางไลน์

แต่เนื้อหานั้นไม่ธรรมดาเลย

เพราะสารที่บทความนี้ต้องการจะสื่อ

คือสิ่งที่สังคมไทยและสังคมโลก

กำลังขาดแคลนอยู่ในตอนนี้

และเราก็ต้องการมัน

พอๆ กับวัคซีนป้องกันโควิดเลยทีเดียว

.

ลองมาอ่านกันดู

.

"แม่ของผมเป็นคนทำอาหารที่บ้านเป็นประจำทุกวัน

คืนหนึ่ง หลังจากที่แม่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน 

แม่กลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า 

และทำอาหารเย็นให้เราตามปกติ 

ที่โต๊ะอาหาร 

แม่วางจาน ที่มีปลาทูไหม้เกรียมบนโต๊ะต่อหน้าพ่อและทุกๆคน 

ผมรอว่า แต่ละคนจะว่าอย่างไร

แต่... พ่อไม่พูดอะไร 

และตั้งหน้าตั้งตากินปลาทูไหม้ตัวนั้น  

และหันมาถามผมว่า ที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

.

คืนนั้น หลังอาหารเย็น 

ผมจำได้ว่า ได้ยินแม่ขอโทษพ่อ ที่ทอดปลาทูไหม้ 

และผมไม่เคยลืมที่พ่อพูดกับแม่เลย 

"โอย... ผมชอบ ปลาทูทอด เกรียมๆ อร่อยมาก นะแม่"

.

คืนต่อมา ผมเก็บคำถามไว้ในใจก่อนนอน 

และถามพ่อว่า "พ่อชอบปลาทูทอด เกรียมๆ จริงๆ เหรอ"

พ่อลูบหัวผม และตอบว่า

"แม่ของลูก ทำงานหนัก มาทั้งวัน...

ปลาทูไหม้ 1 ตัว ไม่เคยทำร้ายใคร

แต่คำพูด ที่ต่อว่า กันนั้นต่างหาก ที่จะทำร้ายกัน"

.

"ชีวิตคนเรา

เต็มไปด้วย ความไม่สมบูรณ์แบบ 

และแต่ละคน ก็ ไม่ได้เกิดมา สมบูรณ์แบบ ตัวเราเอง

ก็ไม่ได้มีอะไร ดีกว่าใครๆ"

.

แต่สิ่งที่พ่อเรียนรู้มาในช่วงชีวิต ก็คือ...

การเรียนรู้ ที่จะยอมรับ

ความผิดพลาดของคนอื่น และ ของตัวเอง

.

การเลือกที่จะยินดีกับความคิดต่างกันของแต่ละบุคคล

เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาชีวิตครอบครัว ที่มีความสุข และยืนยาว

.

“ชีวิตเรานั้น 

สั้นเกินกว่าที่จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับ

ความเสียใจที่ว่า เราทำผิดกับคนที่เรารักและรักเรา 

ให้ดูแล และทะนุถนอม คนที่รักเรา 

และพยายามเข้าใจ และให้อภัย จะดีกว่า"

.

“ถ้าเรารู้ เราจะ ทำไหม”

.

• เราจะบีบแตร 

ใส่คนที่ ยืนยึกยัก ริมถนน ตรงแยกที่ผ่านมาไม๊– ถ้าเรารู้ว่า เค้าใส่ขาเทียม

.

• เราจะเบียดชน คนข้างหน้า ที่เดินช้ามากไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้าเพิ่งตกงาน


• เราจะขำ คนที่ แต่งตัวเชยไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้ามีชุดเก่ง แค่ชุดเดียว


• เราจะรำคาญ สาวโรงงาน ที่มาเดิน พารากอนไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า นั่นคือ

การฉลองวันเกิดของเธอ


• เราจะหมั่นไส้ ลุงที่หัวเราะ

เสียงดังลั่น คนนั้นไม๊ – ถ้ารู้ว่า แกเป็นมะเร็ง ขั้นสุดท้าย


• เรารู้แจ่มชัดเสมอ…

ว่าชีวิตเรา กำลังเจออะไร

แต่เรา ไม่มีวันรู้ว่า

"คนที่เราเจอ – กำลังเจอ กับอะไร"

.

โลก กว้างกว่าเงาของเรา และโลก ก็ไม่ได้หมุนรอบตัวเรา

.

มองข้าม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้าง 

ให้โอกาส และให้อภัย มีความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน 

จะได้รัก และอยู่ด้วยกัน อย่างยั่งยืนยาวนาน”

.

จากเรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้นนั้น

ผู้เขียนสรุปออกมาเป็น “กฎทองของชีวิต”

ซึ่งเมื่อใครนำไปปฏิบัติแล้ว

จะทำให้เป็นคนที่กลายเป็น “แหล่งพลังงงานทางบวก”

สำหรับคนที่อยู่ข้างหน้าเสมอ

นั่นก็คือ

.

๑.หัดมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสียบ้าง

อย่าจริงจังกับทุกเรื่อง 

จนความสัมพันธ์กับคนรอบข้างตึงเครียดไปหมด


๒.ไม่มีใครที่ทำอะไรได้สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด

จงให้อภัยในความผิดพลาดของคนอื่น

เหมือนกับที่เราชอบให้อภัยแก่ตัวเอง

.

๓.สิ่งใดที่เราไม่ชอบ ก็จงอย่ามอบสิ่งนั้นแก่คนอื่น

สิ่งใดที่เราชอบ ก็จงมอบสิ่งนั้นแก่คนอื่น

.

๔.อย่ารำคาญความปรารถนาดีเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่น

ที่พยายามแสดงออกต่อเราด้วยความจริงใจ

.

๕.เรารักสุขเกลียดทุกข์และกลัวความตาย ฉันใด  คนอื่น ก็รักสุข เกลียดทุกข์ และกลัวความตาย ฉันนั้น

เอาใจเขามาใส่ใจเรา (อตฺตานํ อุปมํ กเร)

โลกนึ้จึงจะอยู่ได้ด้วยความสุข