Custom Search

Jun 11, 2021

วันชัย ศิริชนะ : ข้อคิดจากประสบการณ์




โปรดเกล้าฯเเต่งตั้ง 'วันชัย ศิริชนะ' เป็น ศาสตราจารย์พิเศษ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องแต่งตั้งศาสตราจารย์พิเศษ ว่า

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง

รองศาสตราจารย์ วันชัย ศิริชนะ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ

ในสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2563

ประกาศ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

โดยมี ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

Jun 8, 2021

ไม่อาจเปลี่ยนใจ : James เจมส์ เรืองศักดิ์




ของหายาก! ต้นฉบับเพลง”ไม่อาจเปลี่ยนใจ”

23ปี ที่ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นพร้อมกับทุกคน!

วันนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้น พี่เวสป้า อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

นักเเต่งเพลงคู่บุญของเจมส์ 

ผู้เขียนเนื้อเพลงไม่อาจเปลี่ยนใจ และอีกหลายเพลงดังของผม ได้ส่ง rare item ให้ผม

เห็นแล้วตื่นเต้นมากผมเองไม่เคยเห็นมาก่อน

ไม่เคยรู้เเม้กระทั่งว่าชื่อเพลงอาจใช้ชื่อว่า “รักเธอได้ไหม”

และก่อนที่จะเป็นท่อน อยากจะบอกเธอว่ารัก อยากจะฉุดรั้งเธอไว้  มันเคยเป็น

เธอคนเดียวที่เข้าใจ เธอคนเดียวที่รักมากมาย  และอีกหลายๆท่อน

กว่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ผู้คนชื่นชอบ

อย่างไรก็ตามสุดท้าย พี่เอ จิตติพล บัวเนียม (ผู้แต่งทำนองเพลงนี้

และเป็นโปรดิวซ์เซอร์งานชุดนี้) พี่หนู มิเตอร์ผู้เรียบเรียงดนตรี 

รวมทั้งพี่เสือ ธนพล อินธฤทธิ executive producer ชุดนี้

ก็ร่วมกันขัดเกลาจนได้งานที่ถูกใจผู้ฟังที่สุด

สุดท้ายไม่พูดถึงไม่ได้ คือเฮียฮ้อ ท่านเป็นคนขอให้เเต่งเพลงเพิ่ม

ทั้งๆที่อัลบั้มชุดนี้เราทำงานเสร็จกันไปแล้ว10เพลง 

แต่เฮียมองขาดว่าต้องมีอีก  เราจึงได้เพลงที่11 นี้ขึ้นมา

และกลายเป็นผลงานที่ทุกคนจดจำ เจมส์ เรืองศักดิ์ได้ 

แม้วันเวลาจะผ่านไปกว่า 23ปีแล้วก็ตาม

#พี่เวสส่งมาอีกหลายต้นฉบับเลยครับ

ไว้จะทยอยเอามาให้ชมนะครับ


❤️

คนนอกหัวใจ (จาก "ละคร มนต์รักหนองผักกะแยง")



เพลง คนนอกหัวใจ Ost. มนต์รักหนองผักกะแยง
ศิลปิน : เมลดา สุศรี
คำร้อง/ทำนอง : จอร์น ขวัญชัย
เรียบเรียง : จอร์น ขวัญชัย/วชิระ จำปาหอม/ณัฐภูมิ คุ้มวงษ์
มิกซ์มาสเตอร์ : วชิระ จำปาหอม













คนนอกหัวใจ (จาก "ละคร มนต์รักหนองผักกะแยง")
เมลดา สุศรี
เขาสิฮู้บ่ว่า มีคนถ่าอยู่หม่องนี้
ในเขตพื้นที่ ที่เขาอาจบ่เคยเห็น
อยู่อย่างไร้ตัวตน บ่เคยมีความจำเป็น
แต่เฮาชัดเจน เป็นเขาตลอดเวลา

เคยมีน้ำตา แต่ว่าเก็บอาการ
เคยไหวหวั่น แต่บ่ให้ไผฮู้
เรื่องความฮัก บ่มีทางต่อสู้กับเขา ได้เลย
คนนอกหัวใจ จังใด๋เขากะบ่ฮัก

แม้คิดฮอดเขาหลายคัก
เฝ้าคอยดูแลห่วงใย
แต่บ่เป็นหยัง อยู่เพียงลำพังกะได้
ขอแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ
คนนอกหัวใจ สิเจ็บส่ำใด๋ก็ยอม

เคยมีน้ำตา แต่ว่าเก็บอาการ
เคยไหวหวั่น แต่บ่ให้ไผฮู้
เรื่องความฮัก บ่มีทางต่อสู้กับเขา ได้เลย
คนนอกหัวใจ จังใด๋เขากะบ่ฮัก

แม้คิดฮอดเขาหลายคัก
เฝ้าคอยดูแลห่วงใย
แต่บ่เป็นหยัง อยู่เพียงลำพังกะได้
ขอแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ
คนนอกหัวใจ สิเจ็บส่ำใด๋ก็ยอม

คนนอกหัวใจ จังใด๋เขากะบ่ฮัก
แม้คิดฮอดเขาหลายคัก
เฝ้าคอยดูแลห่วงใย
แต่บ่เป็นหยัง อยู่เพียงลำพังกะได้
ขอแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ
คนนอกหัวใจ สิเจ็บส่ำใด๋ก็ยอม




เพลงประกอบละคร มนต์รักหนองผักกะแยง
เมลดา สุศรี - คนนอกหัวใจ

ครองแชมป์ “โบว์ เมลดา” เจ้าหญิงแห่งเพลงประกอบละคร 
ที่มา daradaily
1 มิย. 2564

เรียกว่ากำลังขึ้นเทรนด์ในทวิตเตอร์สำหรับชื่อของ
“โบว์ เมลดา”
หลังจากที่ละคร มนต์รักหนองผักกะแยง ได้ปล่อยเพลง
ขอใช้คำว่าแฟน ไปเร็วๆนี้
โดยมีแฟนคลับเข้ามาพูดคุย ถึงความสามารถ
ในการร้องเพลงของ “โบว์ เมลดา”  เป็นจำนวนมาก
โดยบางคนบอกว่า “โบว์ เมลดา”
คือเจ้าแม่เพลงประกอบละครคนหนึ่ง
หากไล่เรียงดูแล้วเธอได้ ร้องเพลงประกอบละครไป
9 จากละคร 10 เรื่องคือ 
คาดเชือก,ใยกัลยา,โนราห์,ไก่โต้ง,หงส์เหนือมังกร,
สกาวเดือน,พชรมนตรา,
มนต์กาล,อินทรีแดง และ มนต์รักหนองผักกะแยง
ไม่ได้ร้องแค่คาดเชือก (ละครเรื่องแรก)

สำหรับรายละเอียดเพลงทิ่เธอได้ร่วมร้องประกอบละครดังนี้ 
"อยากบอกรัก" ประกอบละคร ใยกัลยา
ร้องคู่กับ “ภัทรเดช สงวนความดี”
(ต้นฉบับ ธงไชย แมคอินไตย์)
"โนห์รา" ประกอบละคร โนราห์
ร้องคู่กับ “รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง”
"คนจะรักกัน" ประกอบละคร โนราห์
ร้องคู่กับ “ภัทรเดช สงวนความดี.
"ไม่มีตรงกลาง" ประกอบละคร หงส์เหนือมังกร
"เขิน" ประกอบละคร คุณชายไก่โต้ง
ร้องคู่กับ “ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์”
"ฝันรัก" ประกอบละคร สกาวเดือน
"ยิ่งใกล้ใจยิ่งสั่น" ประกอบละคร พชรมนตรา
"แค่จำได้ว่ารักกัน" ประกอบละคร มนตร์กาลบันดาลรัก
"ความลับของใจ" ประกอบละคร อินทรีแดง
"อีสานบ้านเฮา" ประกอบละคร มนต์รักหนองผักกะแยง
ร้องร่วมกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ,ภูศิลป์ วารินรักษ์,
อนุสรา วันทองทักษ์,สรพล ลูเซียโน่,
นันท์ณภัส รดิสศิริจิรเดช
"ชวนน้องเฮ็ดนา (Version หยอด)"
ประกอบละคร มนต์รักหนองผักกะแยง ร้องร่วมกับ
ภูศิลป์ วารินรักษ์,อนุสรา วันทองทักษ์,
สรพล ลูเซียโน่,นันท์ณภัส รดิสศิริจิรเดช
"ขอใช้คำว่าแฟน" ประกอบละคร มนต์รักหนองผักกะแยง
ร้องร่วมกับ “ณเดชน์ คูกิมิยะ”
"คนนอกหัวใจ" ประกอบละคร มนต์รักหนองผักกะแยง
"อีสานบ้านเฮา" ประกอบละคร มนต์รักหนองผักกะแยง
ร้องร่วมกับ “ณเดชน์ คูกิมิยะ”,
“ภูศิลป์ วารินรักษ์”,อนุสรา วันทองทักษ์,
สรพล ลูเซียโน่,นันท์ณภัส รดิสศิริจิรเดช
"มีเบิด" ประกอบละคร มนต์รักหนองผักกะแยง
ร้องร่วมกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ,ภูศิลป์ วารินรักษ์,
อนุสรา วันทองทักษ์

Jun 5, 2021

'บุญล้อม'เกษตรกรทฤษฎีใหม่ เดินตามรอย 'พ่อหลวง ร.9 '




นภาพร พานิชชาติ

napapornp@dailynews.co.th

อาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2559

ที่มา https://www.dailynews.co.th/article/530317

“ตอนนี้เราปลูกข้าวแค่ 4 ไร่

ก็เพียงพอกับการกินอยู่ของครอบครัว

สีข้าวกินเอง แกลบ รำข้าวเอาไว้เลี้ยงเป็ดไก่ และทำปุ๋ยหมัก

พืชผักนอกจากปลูกไว้ทานเองในครอบครัวก็นำไปขาย

นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาแปลงเป็นบันได 9 ขั้น

รายได้หลักมาจากการขายพืชผัก เหลือจากกิน เก็บ”

เดิมบ้านเราทำนา 100 ไร่ ที่ดินของตัวเอง 20 ไร่

ที่เหลือเช่าเขา

แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่พอจ่ายค่าเช่าและหนี้สิน

เราเลยคืนที่เขา ทำแค่ 20 ไร่ ยึดตามทฤษฎีของในหลวง

ปลูกข้าว ปลูกพืชผักที่ให้ผลผลิตเร็ว เช่น

ตะไคร้ ข่า มะเขือ พริก เลยมีของกินในบ้าน

ลดเรื่องการใช้จ่ายที่ต้องไปซื้อเขากิน

พอเรามีกินในบ้าน ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

นี่เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่วางไว้ให้

ปวงชนชาวไทย คือ

“พอกิน พอใช้ พออยู่”


นายบุญล้อม เต้าแก้ว เกษตรกรชาว

ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี

เล่าถึงชีวิตที่ผ่านมา จากเกษตรกรที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวจาก

เกษตรเคมี สู่การมีชีวิตที่ลืมตาอ้าปากได้ด้วยเกษตรอินทรีย์

และทำตามกำลังที่มี ตามปรัชญาของพ่อหลวง

จากชีวิตครอบครัวที่เกือบล่มสลาย

จนตอนนี้นับว่าประสบความสำเร็จในอาชีพ

เพราะพื้นที่ของเขาได้กลายเป็น

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหนองโน

เป็นแบบอย่างให้กับชุมชนรอบข้างได้มาศึกษา

บุญล้อมก็คงเหมือน ๆ กับคนทั่วไปที่ต้องการ

มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี

จึงขวนขวายเช่าที่ดินมาทำนาเพิ่ม เพราะคิดว่าทำมา

เงินก็คงมากตามไปด้วย ปุ๋ยเคมี สารบำรุงดินต่าง ๆ

จึงถูกซื้อมาใส่นาเพื่อเพิ่มผลผลิต

แต่เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเงินที่ได้มา

ไม่เพียงพอกับหนี้ ธ.ก.ส.และหนี้นอกระบบ ที่กู้มาลงทุน

ยิ่งปีไหนฝนแล้ง หนี้ก็เพิ่มพูน

จนเมื่อปี 2535 พ่อของบุญล้อมได้ไปดู

โครงการทฤษฎีใหม่แห่งแรกของประเทศไทย ที่

วัดมงคลชัยพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.9)

ทำไว้เป็นแปลงสาธิตให้เกษตรกรเข้าไปศึกษาดูงาน

โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน คือ

การขุดหนองน้ำ นาข้าว ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และทำที่อยู่อาศัย

จึงได้นำทฤษฎีของพระองค์มาใช้กับที่ดิน 20 ไร่ของครอบครัว

“เรากลับปรับเปลี่ยนพื้นที่ 20 ไร่ของเราตาม

ที่พระเจ้าอยู่หัว (ร.9) วางไว้

แต่ยังคงไว้ 4

ส่วนตามทฤษฎีของพระองค์ท่าน คือต้องมีน้ำในการอุปโภค

บริโภค และทำการเกษตร

ก็เลยขุดหนองน้ำ และยังมีแปลงนาข้าวซึ่งเป็น

อาหารหลักของคนไทยเรา

และท่านยังบอกอีกว่าให้ปลูกของกิน ของใช้ ก็คือ ป่า 3 

อย่างประโยชน์ 4 อย่าง

เลยมาปลูกพืชผักสวนครัวคือสิ่งที่เรากินใช้ในชีวิตประจำวัน

และเลี้ยงปศุสัตว์

สร้างที่อยู่อาศัย ปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ พอพักพิงได้

และใช้พื้นที่ก่อเกิดประโยชน์มากที่สุด


ช่วงแรกยังใช้ปุ๋ยเคมีบ้างเพราะยังไม่มีความรู้

แต่วันหนึ่งมาประสบปัญหากับครอบครัวตัวเอง คือ

ละอองสารเคมีจากแปลงข้าง ๆ ปลิวมาถูกเห็ดฟางที่ปลูกไว้

ทำให้ผลผลิตเสียหายทั้งหมด

ทั้งที่กำลังจะเก็บขาย รายได้กำลังจะเข้าครอบครัว

แต่สารเคมีทำให้ครอบครัวเกือบล่มสลาย

ครอบครัวของบุญล้อมจึงตั้งปณิธานว่า

ต่อจากนี้จะไม่เอาสารเคมีเข้าบ้าน

จากนั้นก็เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง

โดยไปอบรมจากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติที่มาบเอื้อง

กับ อ.ยักษ์- ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร เรียนรู้เรื่องการทำน้ำหมัก

สมุนไพรขับไล่แมลง และฮอร์โมนต่าง ๆ

เพื่อจะเร่งการเจริญเติบโตของพืช

งดปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงโดยสิ้นเชิง

หมักน้ำหมักเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน

ใช้ที่ดินที่มีอยู่เป็นแปลงทดสอบและสาธิต

และนำน้ำนมดิบที่เหลือทิ้งจากโรงงานมา

ต่อยอดทำปุ๋ยหมักเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืช

ปรับเป็นสูตรต่าง ๆ เรียนรู้ลองผิดลองถูก

จนปัจจุบันสามารถนำความรู้มาฝึกอบรม

เรื่องการทำปุ๋ยหมักจากน้ำนม

ให้เกษตรกรที่สนใจได้ ปัจจุบันที่ดินของเขาได้กลายเป็น

“ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงสวนล้อม ศรีรินทร์”

มีประชาชนและหน่วยงานเข้ามาศึกษาดูงานทุกวัน

“ตอนนี้เราปลูกข้าวแค่ 4 ไร่ก็เพียงพอ

กับการกินอยู่ของครอบครัว

สีข้าวกินเอง แกลบ รำข้าวเอาไว้เลี้ยงเป็ดไก่ และทำปุ๋ยหมัก

พืชผักนอกจากปลูกไว้ทานเองในครอบครัวก็นำไปขาย

นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาแปลงเป็นบันได 9 ขั้น

รายได้หลักมาจากการขายพืชผัก เหลือจากกิน เก็บ

ก็มาขายและแบ่งปัน และขายน้ำหมักที่มาจากน้ำนมเหลือใช้”

บุญล้อมกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

บุญล้อมบอกว่า

เขาวางแนวทางการดำเนินชีวิตตามคำสอนของพ่อหลวง(ร.9)

และยึดเป็นแบบอย่างเสมอมา

พระองค์ท่านทำงานหนักโดยไม่หยุด

เพราะอยากให้พสกนิกรของท่านอยู่อย่างพอเพียงและสุขสบาย

เราพยายามสานต่อพระปณิธานของท่าน

แม้จะเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

แต่มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำงานตรงนี้ให้

ก่อเกิดประโยชน์ได้มากที่สุด

จะสานต่อจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนงานที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร

เผยแพร่องค์ความรู้ ช่วยแก้ปัญหาพื้นที่

และเปลี่ยนวิธีคิดของชาวบ้านให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

มีความเป็นอยู่ที่มั่นคงสมบูรณ์

สำหรับเขาได้วางรากฐานครอบครัวไว้มั่นคงแล้ว

เขาจึงพร้อมที่จะออกไปช่วยเหลือทุกคน

ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเดินตามรอยในหลวง(ร.9)

“การทำงานตรงนี้ และต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่น

ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อย แต่เมื่อนึกถึงในหลวง

ท่านเหนื่อยยากกว่าเราหลายร้อยล้านเท่า

ที่ต้องดูแลพสกนิกรทั้งประเทศ

ความเหนื่อยของผมถือว่านิดเดียว

ผมทำงานโดยยึดหลักคำสอนในหลวงใส่ใจเสมอ

ถ้าเหนื่อยและท้อให้นึกถึงท่านก็จะมีแรงผลักดันต่อไป”

บุญล้อม ยังเป็นเกษตรกรกำลังสำคัญอีกคน

ที่เข้าร่วมในโครงการสร้าง “ป่าสักโมเดล”

ที่จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการจัดการน้ำตาม

แนวทางศาสตร์พระราชา

และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ที่จะถ่ายทอดแนวพระราชดำริ

และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มหาราช บรมนาถบพิตร

ให้เกริกเกียรติ

และเดินตามรอยพระราชาสู่การมีชีวิตพอเพียงอย่างยั่งยืน

อมยิ้มเลย"อ๊อฟ"ปลื้มฟีดแบ็ก"มนต์รักหนองผักกะแยง"โดนใจแฟนๆ




พฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน 2564

ที่มา https://www.dailynews.co.th/entertainment/847297

“อ๊อฟ” ปลื้มจากดราม่า “กรงกรรม” สู่ละครฟิลกู๊ด “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ด้าน “ณเดช-โบว์ เมลดา” ชวนแฟนคลับฟิน 4 ตอนสุดท้าย

เรียกว่าแค่มีชื่อของนักแสดงและผู้กำกับคนดัง “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง”

ชื่อนี้การันตีถึงผลงานคุณภาพของงานได้แล้ว ล่าสุดอ๊อฟผลักดันลูกสาว

“บีบี เอกนรี” ในละครเรื่อง "มนต์รักหนองผักกะแยง" ก็ฮอตฮิตโดนใจแฟนๆ มากๆ


อ๊อฟ เปิดใจว่า “ต้องขอบคุณกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด ยอมรับว่าค่อนข้างกดดัน

เพราะจากกรงกรรมที่ดราม่าสุด มาสู่ละครที่คอมเมดี้สุดมันคนละอารมณ์กันเลย

เป็นการทำงานที่กดดัน ต้องทำการบ้านอย่างหนัก แม้จะเป็นละครสนุกสนาน

ที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของประเพณีของทางอีสาน เราอยากให้คนดู

ดูแล้วรู้สึกอยากกลับบ้าน อยากไปหาคนในครอบครัว อยากกลับไปอยู่กับธรรมชาติ 

พ่อแม่พี่น้อง ที่มีน้ำใจต่อกัน  วิถีของชาวบ้านที่มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ซึ่งคีย์ตรงนี้

คือความสำคัญของตัวเรื่อง ที่เราพยายามสอดแทรก ซึ่ง 4 ตอนสุดท้ายที่เหลือรับรองเข้มข้น

มีอะไรเซอร์ไพร้ส์ที่ซุกซ่อนอยู่อีกเยอะที่ไม่สามารถบอกได้ แต่รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน”


ณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกของเรื่องเล่าว่า “หลายคนบอกว่าเรื่องนี้เล่นเหมือนไม่เล่น (หัวเราะ)

ในบทเป็นค่อนข้างเอาแต่ใจ เป็นลูกคนเดียวด้วย จะมีความเห็นแก่ตัวอยู่ค่อนข้างเยอะ

ซึ่งในการแสดงเรื่องนี้ผมจะปรับในเรื่องของความลุกลี้ลุกลน ยิ่งตอนที่เขียวอยู่กับชมพู่

มันจะมีความโบ๊ะบ๊ะ มีความน่ารักในตัว ช่วงท้ายจะมีโรแมนติกให้เห็นมากยิ่งขึ้น

เชื่อว่าแฟนละครน่าจะชื่นชอบกัน นอกจากความสนุกสนานแล้วยังจะได้เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์

รวมไปถึงยังสอดแทรกเรื่องราวของมิตรภาพต่างๆ ของคนในหมู่บ้านวิถีชีวิตของชาวบ้าน

ที่ผมว่ามันมีเสน่ห์มาก สำหรับละครเรื่องนี้ บอกเลยว่า

ผมจัดเต็มมาก มีทั้งบทบาทที่เข้มข้น เรื่องการร้องเพลง ทั้งร้อง ทั้งเต้น

ผมใส่ลีลาเต็มที่ หาดูที่ไหนไม่ได้แน่นอนครับ”


โบว์ เมลดา นางเอกเล่าว่า “ละครเรื่องแรกกับช่อง 3

ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของการเป็นนักแสดง

เพราะกระแสค่อนข้างดี ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟที่เคี่ยวเข็ญ

ขอบคุณพี่ณเดชน์ที่ชวนติวเรื่องภาษาอีสาน ซึ่ง 4 ตอนสุดท้ายที่เหลือ

สนุกมาก ตัวละครแต่ละตัวจะมีบทสรุปยังไง ห้ามพลาด

โบว์บอกได้แค่นี้ ฝากติดตามดูความน่ารักและเรื่องราวของชาวบ้านหนองกะแยง

ฝากชมพู่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแฟนๆ ด้วยนะคะ”




ขอใช้คำว่าแฟน Ost.มนต์รักหนองผักกะแยง | ณเดชน์ คูกิมิยะ & เมลดา สุศรี | Official MV


เพลง ขอใช้คำว่าแฟน Ost.มนต์รักหนองผักกะแยง
ทำนอง/เรียบเรียง  ปรเมศวร์ เหมือนสนิท



สงสัยว่าฉันนั้นเป็นอะไรหรือเปล่า? 
ก็ตั้งแต่เช้ามันคิดถึงเธออย่างนี้
อยากบอกกับอ้ายคือกัน ทุกทุกวินาที
ซูมื้อนี้ ก็คิดฮอดอ้ายถ่อนั้น
เหลียวมองข้างฝาก็เห็นแค่หน้าของเธอ
เก็บเอาไปเพ้อไปนอนละเมอในฝัน
ซนโต๋ของน้องนั้นเด้ คึดหลายพอปันกัน
ถ้าอย่างงั้นเราจะต้องแก้ยังไง

* อยู่ตัวคนเดียวมันก็คงเหงาใจ
เหี่ยวแห้งตาย..ปล่อยทิ่มไว้จังซั่น
อาการอย่างนี้ คงต้องมาฮักกัน
อ้ายนั้นพอซอยได้บ่
เฮามาฮักกันไว้ดีกั่ว

ฉันก็ไม่รู้เธอเป็นเหมือนกันหรือเปล่า?
จะอยู่เหงาเหงา ให้เสียเวลาทำไม
สรุปจังซี่ละกัน บ่ต้องให้วุ่นวาย
ตกลงไหมเฮามาเป็นแฟนกันเถาะ
สรุปสถานะเฮาสองคนต่อไป ขอใช้คำว่าแฟน

Thê Must
 



ถ้าการแต่งเพลงป๊อบหนึ่งเพลงโดยปกติต้องใช้คำทั้งหมด
ลองคำนวณเล่นคร่าวๆ ประโยคนึงมี 10 คำ ท่อนนึงมี 4 ประโยค
เพราะฉะนั้นท่อนนึงจะใช้ 40 คำ เพลงๆนึงจะมี 4-5 ท่อน
ก็น่าจะใช้ประมาณ 200 คำ (หรือพยางค์) ในการต่อจิ๊กซอว์หนึ่งเพลง
แต่นั่นหมายถึง ในหัวของคุณต้องมีคลังคำในลิ้นชักเป็นล้านๆคำ
เพื่อพร้อมให้เลือกหยิบมาอยู่ในเพลงนั้นๆ ถึงจะใช้แค่ 200 คำก็ตาม
แล้วตอนเขียนเพลงเวลาได้ยินทำนอง
มันจะเห็นเป็นภาพตัวหนังสือปะติดปะต่อสัมผัสกัน
เหมือนตอน เบธ ฮาร์มอน มองเพดานแล้วเห็นการเดิน
บนกระดานหมากรุกในเรื่อง The Queen's Gambit
สำหรับเพลงนี้ ขอเรียกว่าเป็น Mission ละกัน 555
______________________________
ประมาณทุ่มนึงวันจันทร์ที่ 1 มี.ค. 2564
หนึ่ง ณรงค์วิทย์ โทรมาบรีฟเนื้อเพลงละครแบบขอด่วนที่สุด
เดี๋ยวส่งเดโมทำนองมาให้ ตอนนั้นฉันคว้ากระดาษอะไรใกล้มือได้
ก็รีบจดๆไปก่อนเลยว่า เนื้อเพลงต้องการอะไรบ้าง?
เป็นเพลงคู่นะ ผู้ชายใช้ภาษากลาง ส่วนผู้หญิงใช้ภาษาอีสาน ฯลฯ
อ๋อๆ อืมๆ 
...แล้วทำนองก็ตามมา ฉันนอนฟังจนหลับไป
______________________________
วันอังคารที่ 2 มี.ค. 2564 บ่ายๆ
หลังจากนั่งฟัง นอนฟังเมโลดี้มาตลอดเช้า
(เมโลดี้ไกด์น่าจะเป็นเสียง ข่วย คนแต่งทำนอง/เรียบเรียง
ร้องแบ่งท่อนมาชัดเจนว่าท่อนไหนเป็นของผู้ชาย ท่อนไหนเป็นของผู้หญิง
ท่อนผู้ชายก็จะเสียงแมนๆหน่อย ส่วนท่อนผู้หญิงก็จะดัดเสียงออกไปทาง
LGBTQ มากกว่าผู้หญิง)
สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกก็คือ อัพโหลดข้อมูลเข้าไปในหัว
เพิ่มคลังคำให้ตัวเอง ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด
เพราะฉันไม่ใช่คนอีสาน การเขียนเพลงเดี่ยวๆ
อย่างที่เคยเขียน "คนสำคัญของอ้าย" ในเรื่อง ชุมแพ
ว่ายากแล้ว อันนี้ยากกว่า ตรงที่มันเป็นเพลงคู่
เป็นการร้องโต้ตอบกัน คนนึงพูดแบบนี้
อีกคนจะคิดและตอบกลับมายังไง?
มันเป็น Two way communication ที่ต้องใช้ภาษาถิ่นด้วย
โอ้! แม่เจ้าาาาาา...า
ฉันใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง เปิด YouTube ฟังเพลงไทยอีสาน
ให้ได้มากที่สุด จับคำ จับสำเนียง การใช้ภาษา
วิธีการพูด การเล่าเรื่อง บอกเลย อาม ชุติมา, ครูสลา คุณวุฒิ,
จารย์บอย เขมราฐ, เบิ้ล ปทุมราช, ก้อง ห้วยไร่, พี่พยัต ภูวิชัย,
วสุ ห้าวหาญ ฯลฯ เหล่านี้คือรายชื่ออาจารย์ในหลักสูตรเร่งรัดของฉัน
รวมถึงเวบอย่าง https://esan108.com/ ก็ด้วย
อ่านไปจดไป ดูว่าคำไหนน่าจะสอยมาใช้ได้บ้าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ค่ำวันนั้นเขียนร่างแรกเสร็จ เมลกลับไปให้ หนึ่ง ลองดู ผลก็คือ
ใช่ครับ! มันไม่ผ่าน! มันไม่ใช่เนื้อเพลงอย่างที่ต้องการ
อย่างที่ฟังกันน่ะ เอาล่ะสิ ยังไงล่ะทีนี้ มีเวลาอีกหนึ่งวัน
______________________________
วันพุธที่ 3 มี.ค. 2564
เช้าวันนั้น "อ้ายคนหล่อลวง" ลง Netflix พอดี
ตั้งใจว่าจะดู ณเดชน์ เว้าอีสานในเรื่องให้จบก่อน
ค่อยลงมือเขียน เปิดดูไปได้หน่อยนึง ก็พอ ไม่เอาละ
เดี๋ยวงานไม่เสร็จ (ฮั่นแน่ ความรับผิดชอบมันยิ่งใหญ่เว้ย! ว่าซั่น)
ลงมานั่งเขียนเพลงแถวสวนรวมใจใต้คอนโด
ซึ่งเป็นวันตัดหญ้า ตกแต่งสวน
เสียงเครื่องตัดหญ้าคำรามไปทั่ว มาถึงตรงที่ฉันนั่ง
หลังจากเมื่อวานอัพโหลดข้อมูลแบบควอนตัม
(ถ้าใครเคยดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง Sysyphus คงจะเข้าใจ)
เลยไม่เสียเวลากับการหาข้อมูล ลองรื้อเขียนใหม่ดู
บ่ายๆ ก็ได้ร่างสอง แต่เอาไงดี จะหาคนถิ่นที่ไหนช่วยเช็กให้ได้นะ
ตอนจะกลับขึ้นห้อง เดินผ่านหน้าล็อบบี้
เห็นน้องเจ้าหน้าที่คอนโดคนนึ่งชื่อ เติ้ล
จำได้ว่าเคยได้ยินเค้าคุยกับพนักงานด้วยกันเป็นภาษาอีสาน
ก็เลยปรี่เข้าไปหาเค้า
“เติ้ลๆ เติ้ลเป็นคนจังหวัดอะไรนะครับ?” 
“เป็นคนร้อยเอ็ดค่ะพี่" เธอตอบ
เหมาะเหม็ง!
“งั้นพี่รบกวน เติ้ล ช่วยเช็กภาษา คำถูกผิด สำนวนให้พี่หน่อยได้มั๊ย?
พอดีพี่ไม่ถนัดภาษาอีสานน่ะ"
บอกว่าเป็นเนื้อเพลงไทยอีสาน เธอก็ดูให้
บอกคำนั้นถ้าเป็นบ้านหนูจะพูดแบบนี้
คำนี้น่าใช้แบบนี้มากกว่า อย่าง เถอะ บ้านหนู
ไม่ใช้ บ้านหนูใช้ เถาะ เป็นต้น 
ตอนเธอให้คำปรึกษานี่เธอไม่ได้ว่างนะ คือทั้งคุย วอ. ,
สแกนบัตรจอดรถ, ไปเอารถเข็น, รับโทรศัพท์ ฯลฯ
กว่าจะตรวจดูทุกประโยคและช่วยคิดแก้ไข
ก็เกือบครึ่งชั่วโมง ฉันก็ถึงส่งร่างสองให้ หนึ่ง
ดูอีกครั้งตอนเกือบสี่โมงเย็น
โดยรวมโอเค มีแก้ไขอีกแค่นิดหน่อย
______________________________
วันพฤหัสฯที่ 4 มี.ค. 2564
สิบโมงเช้าฉันมีคุมร้องเพลงละครเรื่องหนึ่ง
กว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายโมง ซึ่งเป็นคิวของ โบว์ เมลดา กับ ณเดชน์
เข้ามาร้องต่อ คือเพลงนี้ฉันเขียนเนื้ออย่างเดียว
ข่วย เป็นโปรดิวเซอร์ เลยขอ หนึ่ง
นั่งแอบดูเค้าทำงานในห้องอัดไปด้วย โบว์ หรือ ชมพู่
น่ารักมาก น้องเพิ่งได้รับเนื้อเพลงเมื่อเช้าก็ทำการบ้าน
ตีความ มาร้องได้เลยไม่ติดขัด เธอถามฉันคำหนึ่งว่า 
"พอปันกัน" แปลว่าอะไรคะพี่?
จำได้ว่า ฉันตอบ "ประมาณเดียวกัน เหมือนกัน..............มั้งครับ"
(มั้งครับ นี่ฉันแอบพูดเบาๆในคอ แบบที่ตัวเองได้ยินคนเดียว)
______________________________
เมื่อคืนเรื่อง "มนต์รักหนองผักกะแยง" อีพี 10 ได้ดูเพลงนี้เต็มเพลง
แล้วรู้สึกชอบความรักของ เขียว กับ ชมพู่ มีที่มีให้กัน
มันน่ารักมาก เลยอยากเล่าในมุมของคนเขียนเพลงให้ฟัง
ต้องขอขอบคุณ หนึ่ง ณรงค์วิทย์ ที่ให้ได้ลองโจทย์เพลงใหม่ๆ
ท้าทายเสมอ / ได้แต่งเพลงเมโลดี้ ข่วย แล้วเว้ยเฮ้ย! /
ขอบคุณครูเพลงทุกท่านดังที่กล่าวนามไว้ข้างต้น /
ขอบคุณน้องเติ้ล LPN ที่ช่วยตรวจทานเนื้อร้อง /
ส่วนถ้าการใช้ภาษาของฉันตรงไหน มีอะไรผิดพลาดลงไป
ขอน้อมรับไว้แค่เพียงคนเดียวครับ
..ขอให้ฟังเพลงและดูละครกันอย่างมีความสุขนะครับ
คืนนี้ฝากติดตามความรักของ บักเขียว กับ ชมพู่ ใน
"มนต์รักหนองผักกะแยง" เหลืออีกสามตอนแล้ว
ยังมีเพลงเพราะๆ ให้ฟังอีกมากมายทาง ช่อง 3 กด 33 ตอนสองทุ่มกั่ว
นะพี่น้อง เด้อค่ะเด้อ
ปัจฉิมลิขิต : เพลงนี้เครดิตใช้ชื่อจริง ไม่ได้ใช้นามปากกาจ้า 


สังเกตว่าฉันมักใช้กระดาษรีไซเคิลในการเขียนเพลง : Thê Must 
g