Custom Search

Apr 19, 2021

La Grande Maison Tokyo (สุดยอดเชฟหัวใจแกร่ง)

 


Synopsis

Natsuki Obana (Takuya Kimura) is a chef, specializing in French cuisine. He runs a restaurant in Paris that has earned 2 stars from Michelin Guide. Natsuki Obana is confident, but he suffers from pressure trying to attain 3 stars. An unexpected case takes place. Due to that, he loses his restaurant and colleagues. Under a very difficult situation, he meets female chef Rinko Hayami (Kyoka Suzuki). They decide to start a restaurant together and struggle to make the restaurant 3 stars.

***ซีรีส์ญี่ปุ่น สุดยอดเชฟหัวใจแกร่ง (La Grande Maison Tokyo) ไม่มีให้บริการรับชมย้อนหลัง เนื่องด้วยเงื่อนไขด้านลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่***

ร้าน “แกรนด์เมซงโตเกียว” ที่กำลังเดินหน้าเตรียมตัวเปิดให้บริการ ต้องเจอเข้ากับอุปสรรคใหญ่ คือการเตรียมเงินทุนที่จำเป็นต้องใช้ในการเปิดร้านถึง 50,000,000 เยน ทั้งรินโกะ (แสดงโดย ซูซูกิ เคียวกะ) และเคียวโนะ (แสดงโดย ซาวามูระ อิคคิ) ก็ตระเวนไปขอกู้ตามสถาบันการเงิน แต่ก็ถูกปฏิเสธมาตลอด

ขณะเดียวกัน โอบานะ (แสดงโดยคิมูระ ทาคุยะ) หมกมุ่นอยู่กับการคิดค้นเมนูใหม่ โดยไม่ได้สนใจเรื่องเงินเลย แต่เอโตะ (แสดงโดยเทซุกะ โทรุ) เจ้าของร้าน “กาคุ” คาดเดาสถานการณ์ของพวกเขาออก จึงคิดวางแผนไม่ให้สถาบันการเงินปล่อยเงินกู้ให้พวกโอบานะ ทางด้านของทังโงะ (แสดงโดย โอโนเอะ คิคุโนะสุเกะ) ที่รู้อดีตและจุดมุ่งหมายของโอบานะ ก็เตือนว่าอย่าประมาท

พวกโอบานะเตรียมเดินหน้าแผนการต่อไป โดยจะให้ไอซาว่า (แสดงโดยโออิคาวะ มิตสึฮิโระ) ที่เป็นนักคิดค้นสูตรอาหารมาช่วย แต่เขาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ต้องดูแลลูกสาว จึงปฏิเสธข้อเสนอไป ระหว่างที่หนทางมืดมน เคียวโนะก็คิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ คือไปปรึกษาชิโอเสะ (แสดงโดย ชุนพูเท โชตะ) เจ้าหน้าที่สินเชื่อของเครดิตยูเนียนโจไซ ซึ่งรินโกะได้อธิบายแผนดำเนินกิจการที่จะทำ ภายใต้เงื่อนไขขอกู้เงินแบบไม่มีหลักประกัน จำนวน 50,000,000 เยน ผ่อนชำระ 5 ปี แต่ทางชิโอเสะให้เหตุผลว่าต้นทุนสูงไป จึงให้กลับไปร่างแผนมาใหม่ โอบานะได้ยินดังนั้น จึงไปเจรจาว่าจะทำเมนูที่สุดยอดให้ชิโอเสะกิน เขาจะสามารถทำเมนูที่ทำให้ชิโอเสะยอมรับได้หรือไม่







Apr 14, 2021

ปรัชญาสร้างความสำเร็จ ของ ดร.เทียม โชควัฒนา

ที่มาของภาพ บมจ.สหพัฒนพิบูล (@sahapatofficial) | Twitter

28 มกราคม 2559

ที่มา https://moneyhub.in.th/article/theiym_chokhwathna/


นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนั้นอาจจะมีอยู่หลายคน แต่หนึ่งคนที่เป็นที่กล่าวขานถึงอย่างมากคนหนึ่งก็คือ ดร.เทียม โชควัฒนา เจ้าของ เครือสหพัฒนพิบูล จำกัด ที่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างมหาศาลในแต่ละปี ทั้งนักธุรกิจและคนทั่วไปต่างไม่มีใครไม่รู้จัก อีกทั้ง ดร.เทียม โชควัฒนา ยังเป็นนักธุรกิจต้นแบบให้แก่นักธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จอยู่อีกมากมาย ด้วยการบริหารงานอย่างมีปรัชญาจึงสามารถนำพาธุรกิจให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงมาถึงปัจจุบัน คนรุ่นใหม่และนักธุรกิจทั้งหลายจึงควรศึกษาและลองนำปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของ ดร.เทียม โชควัฒนา ไปลองปรับใช้กันดู ซึ่งผู้เขียนได้อ่านหลัก 36 ประการแล้วนำมาสรุปให้อ่านกันพร้อมคำอธิบายได้ดังนี้

1.แม้มีความรู้น้อยแต่หากไม่เกี่ยงงานก็สามารถ

ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้

2.ใช้ความเที่ยงธรรมและความสุขุมเยือกเย็นในการบริหารงานคือหลักของนักบริหารที่ดี

3.ความขยัน ความอดทน รู้จักรักษาเครดิตที่ดี และเลือกคบคนดี เป็นหนทางแห่งการได้ร่วมงานหรือได้ทำธุรกิจกับคนดี ๆ

4. รู้จักเป็นร่มเงาที่ดีให้แก่บุคลากรและสังคม

5. รู้จักรักตนเอง รักครอบครัว และรักบริษัท

6. การใช้ความรู้และหมั่นบริหารความรู้ จะยิ่งช่วยทำให้ความรู้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

7. ขุมทรัพย์แห่งความรู้และประสบการณ์มาจากคนทั้งนั้นจึงต้องเรียนรู้คนให้มาก

8. ความรุนแรงเกิดขึ้นจากโทสะทั้งนั้น

9. ช่วยเหลือพวกพ้อง ไม่คอยทำลายกันเอง

10. หมั่นทบทวนอดีตเพื่อใช้เป็นประสบการณ์ และพัฒนาปัจจุบันเพื่ออนาคต

11. ยิ่งคนมากวาสนาก็ยิ่งมากขึ้น เมื่อทุกคนมาทำงานร่วมกันวาสนาก็จะมาอยู่ในที่เดียวส่งผลดีให้แก่บริษัท

12. ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์เพราะทุกนาทีมีค่า

13. ปรับวิธีการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ในแต่ละช่วง

14. ความสำเร็จทุกอย่างเกิดขึ้นจากความเพียรพยายาม

15. ใช้สติปัญญาในการต่อสู้กับทุกอย่าง เพราะไม่มีอะไรที่ความพากเพียรจะชนะไม่ได้

16. ความรักและความสามัคคีในการทำงานจะช่วยสร้างความสำเร็จได้

17. นักธุรกิจต้องไม่หยุดนิ่ง ต้องคอยก้าวเดินอยู่ตลอดเวลาหากไม่อยากให้ธุรกิจล่าช้าหรือล้าหลัง

18. การใช้คำชมมากเกินไปจะทำให้คนระเริงมากไป แต่การติก็ควรใช้คำพูดที่ไม่ทำร้ายกันเกินไป

19. ใช้เสน่ห์ของมนุษย์เราให้เกิดประโยชน์ การยิ้มแย้มแจ่มใสจะช่วยทำให้ทุกอย่างลงตัวและดีขึ้น

20. พยายามทำดีแม้ว่ามันจะยากลำบากแต่ปลายทางจะเจอแต่สิ่งที่ดีเสมอ ความดีคือสิ่งที่อยู่ทนไปได้ตลอดเมื่อทำความดีสิ่งดี ๆ ก็จะวิ่งเข้ามาหาอยู่เสมอ

21. มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ความสุภาพอ่อนโยน รู้จักเก็บอารมณ์ จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ธุรกิจได้เสมอ

22. ทุกความก้าวหน้าเกิดขึ้นจากการทำงานและการมีผลงาน คนเราหากยิ่งขยันทำงานมากเท่าไหร่ก็มีโอกาสสำเร็จได้มากเท่านั้น

23. ทีมงานที่ดีจะช่วยให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี การทำงานเป็นทีมคือหัวใจหลักของการทำธุรกิจทุกรูปแบบ

24. ผู้ที่รู้จักอดทนต่อปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนอื่น จะเป็นคนที่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้

25. หมั่นกระจายความรู้สู่ลูกน้องเป็นการขยายงานได้ดีทีสุด การให้ความรู้แก่ลูกน้องคือการแบ่งปันที่ดีที่สุดและทำให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้ดีที่สุด

26. ทรัพยากรที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของโลกก็คือคนดี คนดีไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะทำให้องค์กรมีแต่ความเจริญก้าวหน้า

27. ความรู้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์หากอยากมีความก้าวหน้าต้องขยันหมั่นเรียนรู้ คนเราไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ต้องรู้จักหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอและตลอดเวลา

28. ร่วมงานกับผู้อื่นด้วยความรักและความเข้าใจ การให้ความรักและความเข้าใจแก่คนรอบข้างทำให้เกิดความสุขในการทำงาน เมื่อมีความสุขทุกอย่างก็จะขับเคลื่อนไปอย่างง่ายดาย

29. ศึกษาคนเพื่อให้งานที่เหมาะแก่เขาเหล่านั้นได้ถูกต้อง คนเรามีความสามารถและความถนัดที่ต่างกันออกไป การศึกษาบุคลากรและมอบหมายงานที่เหมาะสมให้จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

30. อย่าประมาทและหลงตัวเองเพราะอาจจะทำให้ทุกอย่างพังลงได้ เมื่อใดที่คนเราเริ่มหลงตัวเองความประมาทก็จะเกิดขึ้นและส่งผลเสียต่อธุรกิจได้

31. คนเรามีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยเหมือนปลายเข็มที่แหลมเพียงข้างเดียว ควรศึกษาหาจุดเด่นของตนเองเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และควรหาจุดด้อยของตนเองให้เจอเพื่อทำการแก้ไข

32. การงานต้องรู้จักพัฒนาและเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นตามกาลเวลา หากการทำงานผ่านมาไม่รู้กี่เดือนกี่ปีก็ยังคงทำงานได้เหมือนเดิมเสมอไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วจะสามารถเจอกับความสำเร็จได้อย่างไร

33. คนเราหากเก่งหรือมีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่ง ก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งได้ทุกด้าน เป็นสิ่งที่หัวหน้างานทุกคนต้องจดจำเอาไว้เพื่อใช้บริหารงานลูกน้องอย่างถูกต้องและลงตัว

34. ความรู้เป็นสิ่งที่ควรถ่ายทอดให้ก็อยู่เสมอ การถามช่วยทำให้เข้าใจและสามารถแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้

35. หมั่นใช้พื้นฐานในการเรียนรู้อยู่เสมอ คือ การมอง การฟัง การคิด การถาม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้อยู่เสมอ

36. ความสุขในชีวิตคือการมอบความเป็นเพื่อนให้แก่คนรอบข้าง

และนี่คือข้อสรุปจาก 36 ปรัชญาชีวิตของ ดร. เทียม โชควัฒนา นักธุรกิจผู้มากประสบการณ์และเป็นนักธุรกิจตัวอย่างของใครหลาย ๆ คน คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องดูเป็นแบบอย่าง แม้ววันนี้นักธุรกิจผู้นี้จะล่วงลับไปแล้วแต่ยังคงทิ้งปรัชญาในการดำเนินชีวิตและการบริหารธุรกิจเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สำหรับผู้ที่กำลังอยากสร้างความสำเร็จให้แก่ตนเองถ้าหากสามารถนำปรัชญาเหล่านี้ไปใช้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจ วันหนึ่งความสำเร็จอาจจะเข้ามาให้ได้เจอในไม่ช้า

14 เมษายน พ.ศ. 2564




Apr 7, 2021

Tonkao Panin, Ph.D.


 รศ.ดร.ต้นข้าว ปาณินท์


ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล “ศิลปาธร” ประจำปี พ.ศ.2564
สาขาสถาปัตยกรรม
รศ.ดร.ต้นข้าว ปาณินท์
เป็นผู้จุดประกายแก่สถาปนิกรุ่นใหม่
มีคุณูปการกับวงการสถาปัตยกรรม
ครบเครื่องทั้งงานวิชาการและการปฏิบัติวิชาชีพ
กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน
ผลงานมีความนิ่งแต่ละเอียดรอบคอบและแยบยล
มีความเรียบง่ายเป็นธรรมชาติสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทย

Apr 2, 2021

เจาะลึกเรื่องราวของ น้าเน็ก ที่กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ | Perspective [28 มี.ค. 64]

มาแล้วกับครั้งแรกของการสลับกันถามของ “เปอร์ - สุวิกรม อัมระนันทน์”
และ “น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา"
ใน Perspective Talk Show X Nanake555
สัปดาห์นี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวของ น้าเน็ก
ที่ได้ชื่อว่าเป็นพิธีกรระดับแนวหน้าของไทย
พร้อมเผยเรื่องราวชีวิตของน้าเน็กที่กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้
ลองผิดลองถูกมาแล้วหลากหลายอาชีพ แม้แต่เด็กแจกใบปลิว
เด็กล้างรถก็เคยผ่านมาแล้ว รับชมเลยตอนนี้!

๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔

ทรงพระเจริญ


 

Apr 1, 2021

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประกาศรายชื่อ 7 ศิลปิน 7 สาขา “ศิลปาธร” ประจำปี 2564



“ปรัชญา พิณทอง – ต้นข้าว ปาณินท์ – วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
– อโณทัย นิติพน – สุมณฑา สวนผลรัตน์
– กฤษณ์  เย็นสุดใจ – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์”

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการ
โครงการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล“ศิลปาธร” ประจำปี พ.ศ.2564
เมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2564
โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบรายชื่อ
ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล “ศิลปาธร”
ประจำปี พ.ศ.2564
ทั้ง 7 สาขา ได้แก่
สาขาทัศนศิลป์ สาขาสถาปัตยกรรม สาขาวรรณศิลป์
สาขาดนตรี สาขาศิลปะการแสดง สาขาศิลปะการออกแบบ
และสาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว

สำหรับโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล
“ศิลปาธร” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2547
เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินร่วมสมัยรุ่นกลาง
ที่ได้ทุ่มเทพลังความคิด สติปัญญา และจิตใจอันมุ่งมั่น
เพื่อสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อวงการศิลปะร่วมสมัย
มีผลงานได้รับการเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติ
และระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในปัจจุบันมีศิลปินที่ได้รับรางวัล “ศิลปาธร”
รวมทั้งสิ้น 1 พระนาม และ 87 รายชื่อ
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
กล่าวว่า คำว่า“ศิลปาธร”นั้น
มีความหมายอันเป็นที่ประจักษ์และทรงคุณค่ายิ่งในตนเอง
หมายถึง ผู้ทรงไว้ซึ่งศิลปะ หรือ ผู้รักษาไว้ซึ่งศิลปะ
โดยที่ผ่านมาทางสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
ได้ดำเนินอย่างเข้มงวดภายใต้กระบวนการสรรหาและ
พิจารณาตัดสินตามขั้นตอนของคณะกรรมการ คัดสรรฯ
และคณะกรรมการตัดสินฯ
ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียง
และผลงานในด้านศิลปะร่วมสมัยสาขาต่าง ๆ
ได้พิจารณาตามลำดับขั้นตอนโดยเริ่มจาก
คณะกรรมการคัดสรรศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล “ศิลปาธร”
จำนวน 7 คณะ
ได้เสนอรายชื่อศิลปินผู้มีผลงานอันโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ
อย่างกว้างขวาง
ผ่านการคัดสรร ทั้ง 7 สาขา
ให้แก่คณะกรรมการตัดสินฯ
ในแต่ละสาขาเป็นผู้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน
เพื่อคัดกรองข้อมูลให้คณะกรรมการตัดสินฯ
ได้ดำเนินการพิจารณาตัดสินตามแนวทางการสรรหาและคัดเลือ
ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัล  “ศิลปาธร” ประจำปี  พ.ศ. 2564
จากนั้นเมื่อได้ผลการตัดสินเป็นเอกฉันท์
จึงนำเสนอรายชื่อศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินศิลปาธร
ทั้ง 7 สาขา
ต่อคณะกรรมการอำนวยการโครงการฯ
โดยที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการฯ
ได้พิจารณาข้อมูลอย่างครบถ้วนในทุกมิติ
และมีมติเห็นชอบตามผลการพิจารณาตัดสินดังกล่าว
พร้อมทั้งได้มีประกาศมอบรางวัล “ศิลปาธร” ประจำปี 2564
ให้แก่ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นจำนวน 7 สาขา ดังต่อไปนี้
สาขาทัศนศิลป์  ปรัชญา พิณทอง
สาขาสถาปัตยกรรม  ต้นข้าว ปาณินท์
สาขาวรรณศิลป์  วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
สาขาดนตรี  อโณทัย นิติพน 
สาขาศิลปะการแสดง  สุมณฑา สวนผลรัตน์
สาขาศิลปะการออกแบบ  กฤษณ์  เย็นสุดใจ 
และ
สาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว  นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์