Custom Search

Oct 15, 2008

กบฏโพกผ้าเหลือง (2)

ไทยรัฐ
นิติภูมิ นวรัตน์
16 ต.ค. 51

ผมว่าไม่มีการปกครองของชนชาติใดจะสอนผู้คนยุคปัจจุบันทุกวันนี้ได้ดี
เท่ากับการปกครองของจีนในอดีต การอุบัติและล้มหายตายไปของแต่ละราชวงศ์นั้น
เป็นเรื่องน่าเรียนรู้ ผู้คนชนชาติใดได้ศึกษาประวัติศาสตร์จีนถ่องแท้และ
นำมาปรับใช้กับการปกครองของบ้านเมืองในปัจจุบันชาติบ้านเมืองนั้น
ก็จักประสบพบแต่ความเจริญ
เมื่อวาน นิติภูมิรับใช้ถึงการล่มสลายหายไปของราชวงศ์ฉินล่มเพราะ
ภาระประชาชนหนักหนาสาหัส กระแสความคับแค้นใจแพร่ไปทั่วแผ่นดิน
จนเกิดจลาจลต่อต้านกษัตริย์และขันทีผู้มีอำนาจ โดยมีแกนนำ 2 คน คือ
เซี่ยงอี่ว์และหลิวปังล้มกษัตริย์ได้แล้ว เซี่ยงอี่ว์ก็ตั้งตนเป็นเจ้ารัฐฉู่
ปูนตำแหน่งหลิวปังเป็นเจ้ารัฐฮั่น ต่อมาทั้งสองแย่งกันใหญ่ สู้กันอยู่นาน 5 ปี
เซี่ยงอี่ว์แพ้ ก็หนีไปที่แม่น้ำอูเจียงและเชือดคอตาย
อดีตแกนนำชุมชนหลิวปังก็ตั้งตนเป็นจักรวรรดิ
ทรงพระนามว่า พระเจ้าฮั่นเกาจู่ เรียกชื่อแดนดินถิ่นที่ตนเองปกครองว่า
อาณาจักรฮั่น
สมัยต้นราชวงศ์ฮั่น สังคมจีนอยู่ในภาวะอ่อนล้า โภคทรัพย์ ขาดแคลน
แม้แต่ม้าที่ใช้เทียมราชรถขององค์จักรพรรดิจะเสาะแสวงหาม้าสีเดียวกัน
ให้ครบทั้งสี่ตัวก็ยังยากที่จะทำได้ ส่วนเสนาบดีต้องนั่งรถเทียมวัวแทน
โชคดีที่พระเจ้าฮั่นเกาจู่มีพื้นเพมาจากสามัญชน พ่อแม่เป็นชาวนาในอำเภอเพ่ยเซี่ยน
ตอนที่เป็นวัยรุ่นพระองค์ก็ทรงทำนาทำไร่ พระองค์จึงเข้าใจความทุกข์ยากของราษฎร
ได้ลึกซึ้งจึงปกครองอาณาจักรฮั่นด้วยความประหยัดมัธยัสถ์
และดำเนินนโยบายปกครองแบบไม่ปกครอง ผ่อนพักภาระราษฎร
งดและลดการเกณฑ์แรงงาน เปิดโอกาสให้ราษฎรมีชีวิตส่วนตัวมากขึ้น
เมื่อไม่ต้องกังวลด้านการเสียภาษีมาก ทำให้ราษฎรมีกำลังใจทำงาน
เกิดการเพิ่มผลผลิต สังคมมีเสถียรภาพ
ทำให้อาณาจักรเจริญรุ่งเรืองมายาวนานถึง 210 ปี
ปัญหาที่ทำให้ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกต้องล้มล่มสลาย
เริ่มจากปัญหาที่ดิน
ชาวนาจำนวนมากที่เสียที่ดินทำกินและต้องขายตัวเป็นทาส
สังคมเริ่มเรียกร้องการปฏิรูป
ตอนใกล้จะสิ้นราชวงศ์ อำนาจการปกครองของราชวงศ์ฮั่น
เริ่มไปตกอยู่ในมือของ
พระประยูรญาติและขันทีใหญ่ อันนี้ทำให้ราชวงศ์ล่ม
ต้องเกิดราชวงศ์ซินมาปกครองในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 14 ปี
แล้วก็ไปเข้าสู่ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกอีก 195 ปี

ในยุคต้นของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เป็นการแย่งอำนาจ
ระหว่างพระญาติวงศ์กับขันที
ตั้งแต่ช่วงกลางราชวงศ์ฮั่นตะวันออกเป็นต้นมา
อำนาจของขันทียิ่งทวีขึ้น
ปัญญาชนคนที่รักความเที่ยงธรรมจึงไม่พอใจ
ออกมาวิจารณ์และโจมตีขันทีอยู่บ่อยๆ
ขันทีจึงให้คนปรักปรำนำคนเหล่านี้มาฟ้องศาลในข้อหาซ่องสุม
และบ่อนทำลายสถาบัน
ขันทีเพ็ดทูลซะจนพวกปัญญาชนเลิกเชื่อถือในราชวงศ์
พวกขันทีก็ใช้อำนาจผ่านราชวงศ์สั่งจับเอาไปฆ่าตายหลายร้อยชีวิต
เมื่อปัญญาชนต้องแตกฉานซ่านเซ็น
พวกขันทีก็กำเริบเสิบสานใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ
อาณาจักรจึงเข้าสู่ยุคมืด
เพราะถูกขันทีครอบงำ กษัตริย์จึงปกครองอย่างไม่ยุติธรรม
ไร้ความเที่ยงธรรม
ประชาชนคนทั่วไปไม่พอใจกับการบริหารบ้านเมือง
เอาแต่ประท้วงวุ่นวาย
ไม่ใส่ใจการทำมาหากิน ผลผลิตตกต่ำ
ราษฎรจำนวนหนึ่งจึงอดอยากล้มตาย
พวกที่รอดชีวิตก็มีความทุกข์บีบคั้นจนต้องลุกมา
ต่อต้านการบริหารบ้านเมือง
ในที่สุดก็เกิดกบฏประชาชน
ในสมัยพระเจ้าฮั่นเหลิงตี้ จังเจียวชาวเมืองจี่ว์ลู่ มณฑลเหอเป่ย
ตั้งนิกายไท่ผิงเต้า
นำสาวกออกไปตามชนบทช่วยรักษาโรคให้แก่
ชาวบ้านพร้อมทั้งเผยแพร่ลัทธิความเชื่อของตน
จนรวบรวมผู้ศรัทธาได้หลายแสน
พวกนี้จะมีสัญลักษณ์โพกผ้าเหลือง
พ.ศ.727 จังเจี่ยวจึงนำสาวกก่อกบฏ เรียกว่า กบฏโพกผ้าเหลือง
กบฏโพกผ้าเหลืองมีอิทธิพลต่อสังคมจีนนาน 20 ปี
ก่อความวุ่นวายอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน
จนอาณาจักรที่ปกครองโดยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกต้องประสบกับ
ภาระหนักจากการจลาจลผู้คนประท้วง
อาณาจักรที่เคยเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูถึงกับทรุดโทรม
ประชาชนคนกลุ่มอื่นเห็นว่าเมื่อประท้วงแล้วได้ตามสิ่งที่พวกตนนั้นเรียกร้อง
ก็จึงรวมกลุ่มกันก่อกบฏมากขึ้น ไม่กี่ปีก่อนที่ราชวงศ์จะพังพินาศ
เกิดกบฏประชาชนมากถึง 4 ครั้ง กษัตริย์ในสมัยนั้นจึงต้องเพิ่มอำนาจ
ให้ขุนนางในท้องถิ่น
เพื่ออาศัยกองกำลังในท้องถิ่นรับมือกับการประท้วงจลาจล
จนพวกขุนนางท้องถิ่นจึงสามารถมีกองกำลังทหารของตัวเอง
ปลายราชวงศ์ นายทัพโจโฉคุมกำลังและใช้อำนาจจักรพรรดิปกครองประเทศ
เป็นผู้ปกครองสูงสุดที่แท้จริง เมื่อโจโฉตาย ลูกชายคือเฉาพี หรือโจผี
ก็จัดการถอดถอนพระเจ้าฮั่นเซี่ยนตี้
ยกตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ
ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกก็จึงถึงกาลล่มสลาย
เมื่อจบราชวงศ์ ผู้คนก็แบ่งเป็นฝ่าย ประท้วงกันวุ่นวาย
ไม่มีใครคุมสถานการณ์การได้
อาณาจักรจึงแตกเป็น 3 ประเทศ 3 ก๊ก คือ วุ้ยก๊ก จ๊กก๊ก และง่อก๊ก.